แตกต่างอย่างลงตัว

สร้างสีสันใหม่ให้วงการแฟชั่นโลกด้วยเทรนด์แฟชั่นฝั่งโลกตะวันออก

          ยังคงครองใจเหล่าผู้หลงใหลในเสน่ห์ของแฟชั่นลักชัวรี่ทั่วโลก สำหรับ “วาเลนติโน” ล่าสุดสร้างปรากฏการณ์สร้างสรรค์งานแฟชั่นโชว์ “วาเลนติโน พรี ฟอลล์ 2019” พิเศษสุดกับการเป็นแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของโลก ที่วาเลนติโนรวมแฟชั่นโชว์ทั้งผู้ชายและผู้หญิงไว้บนรันเวย์เดียวกัน นำเสนอ ณ ใจกลางกรุงโตเกียว มหานครแห่งโลกแฟชั่นฝั่งตะวันออก โดยภายในงานคราคร่ำไปด้วยแขกคนสำคัญจากทั่วโลกร่วมชม ได้แก่ สเตฟาโน เซสซี ซีอีโอ วาเลนติโน และ ปิแอร์เปาโล ปิคชิโอลี ครีเอทีฟ ไดเรกเตอร์ วาเลนติโน สำหรับแขกคนสำคัญจากประเทศไทย ได้แก่ “เอ” ดนัย สรไกรกิติกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ-ลิส คอร์ปอเรท จำกัด ในฐานะบริษัทผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์วาเลนติโนในประเทศไทย พร้อมด้วย “มิว” นิษฐา จิรยั่งยืน ในฐานะฟรอนต์โรว์เซเลบริตี้ของแบรนด์

แตกต่างอย่างลงตัว

นิษฐา จิรยั่งยืน-ดนัย สรไกรกิติกูล

          “เอ” ดนัย กล่าวว่า เทรนด์แฟชั่นของโลกปัจจุบันถูกเทน้ำหนักมาฝั่งโลกตะวันออก ซึ่งต้องยอมรับว่าแฟชั่นนิสต้าชาวเอเชีย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น มีความน่าสนใจและถือเป็นผู้นำเทรนด์โลก และเพื่อเป็นการตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแฟชั่นนิสต้าให้มากยิ่งขึ้น วาเลนติโนจึงพร้อมเพิ่มพลังการสร้างสรรค์ เพื่อมอบไอเทมแฟชั่นสุดพิเศษให้ตรงใจมากที่สุด และถือเป็นการสร้างสีสันใหม่ให้วงการแฟชั่นโลกอีกด้วย

แตกต่างอย่างลงตัว

แตกต่างอย่างลงตัว 

          สำหรับแก่นแท้แห่งแรงบันดาลใจที่สร้างสรรค์คอลเลกชั่น “วาเลนติโน พรี ฟอลล์ 2019” คือ “การเว้นระยะ” เป็นเหมือนการเปิดโอกาสให้ได้เติบโตขึ้นในช่องว่างระหว่างสิ่งต่างๆ นั้น เป็นเสมือนพื้นที่สำหรับความคิดที่ถูกพัฒนาต่อไปสู่การเติมเต็ม คำจำกัดความในเรื่องแนวความคิดการเว้นช่องว่างของการสร้างสรรค์นี้ คือคำว่า “Ma” “Ma” ที่เป็นเหมือนความว่างเปล่าที่ขยายตัวขึ้นและมีความหมายมากยิ่งขึ้น ด้วยแนวความคิดในการเปรียบเทียบความงามระหว่างสองแนวความคิด หนึ่งคือ ความมุ่งมั่นเพื่อความสมดุล ความสมส่วน ความกลมกลืน 

แตกต่างอย่างลงตัว

แตกต่างอย่างลงตัว

แตกต่างอย่างลงตัว

แตกต่างอย่างลงตัว

          และอีกแนวความคิดคือ สิ่งที่ไม่เท่ากัน และการชื่นชมในสิ่งที่ไม่ยั่งยืน โดยรูปแบบระหว่างความสมบูรณ์และความไม่สมบูรณ์ หรือความคงทนและความไม่ถาวรนี้เองที่เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่างอยู่ห่างไกลแต่กลับถูกค้นพบและรวมตัวเข้าด้วยกันในช่วงเวลาที่แยกจากกัน แสดงให้เห็นถึงอิริยาบถของการปะทะเข้าด้วยกันตรงข้ามแทนการหลบซ่อนไว้ โดยเกิดเป็นคำจำกัดความว่า “ความไม่สมบูรณ์แบบ” เปรียบเหมือนภาษาที่เป็นวิวัฒนาการจากความงาม เวลาเป็นเหมือนค่าที่จับต้องได้ เป็นค่าที่อยู่ภายใน เหมือนร่องรอยที่มีผลต่อภายนอกและจุดประกายความรู้สึก พร้อมทั้งยังคงเอกลักษณ์ของเมซอง ซึ่งถือเป็นเสน่ห์อันคลาสสิก ได้แก่ “ระบายลูกไม้” ความสง่างามที่ตามมาด้วยดอกไม้ โทนสี และลวดลายโมทีฟ ที่ถูกตีความมาจากคำว่า “วะบิ-ซะบิ” โครงเสื้อที่บริสุทธิ์ ประดับด้วยระบายที่ถูกทำให้เป็นรอยย่นจับจีบอยู่ในตำแหน่งที่แปลกตา สีดำและสีแดงถูกแต่งแต้มลงบนผ้าพิมพ์ สัญลักษณ์ V (วี) ที่เป็นโลโก้ปรากฏทั่วทุกที่ สัญลักษณ์ที่คุ้นเคยถูกปรับเปลี่ยนและปรากฏขึ้นใหม่ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละมุมมอง เป็นการแสวงหาความไม่สมบูรณ์ในความสมบูรณ์แบบ สัญลักษณ์จึงกลายเป็นสิ่งที่ครอบคลุมทั้งหมด ซึ่งคงไว้ในรูปแบบสตรีท

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่