วันที่ 19 มิถุนายน 2562
ไลฟ์สไตล์

"พังงา วาไรตี้"

วันที่ 14 ธันวาคม 2561 - 09:00 น.
เสม็ดนางชี,ท่าเรือบ้านหินร่ม,บ้านท่าดินแดง,ทุ่งหญ้าสะวันนา,เขาหน้ายักษ์,คลองสังเน่ห์,ลิตเติ้ล อะเมซอน,สระน้ำพุร้อนรมนีย์,กอบภัคร พรหมเรขา,พังงา,ตะกั่วป่า
Shares :
เปิดอ่าน 76 ครั้ง

"พังงา วาไรตี้" เรื่อง-ภาพ โดย กอบภัค พรหมเรขา

          หลังจากล้อเครื่องบินแตะพื้นรันเวย์ที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต เราเดินทางย้อนขึ้นเหนือข้ามสะพานสารสินไม่เกิน 1 ชั่วโมง ก็จะถึงสุดยอดจุดชมวิวแห่งใหม่ซึ่งเพิ่งเปิดตัวเมื่อไม่กี่ปี “เสม็ดนางชี” ชื่อแปลกๆ ที่เพี้ยนมาจากภาษาถิ่น ความอัศจรรย์ของเสม็ดนางชีนั้น เป็นผลจากอิทธิพลของรอยเลื่อนเปลือกโลกคลองมะรุ่ย และรอยเลื่อนพังงา เกิดเป็นเขาหินปูนสูงขึ้นโดดๆ เล็กบ้างใหญ่บ้าง เมื่อถูกกระแสลมกระแสน้ำกัดกร่อน ก็เกิดเป็นโพรงเป็นถ้ำ ส่วนที่ยุบตัวลง ก็กลายเป็นอ่าวตื้นลึกเคล้ากันไป กระทั่งเกิดตะกอนทับถมกลายเป็นชายฝั่งและป่าชายเลนในที่สุด หากได้มีโอกาสค้างแรมสักคืนยิ่งจะสมบูรณ์แบบ เพราะนอกจากแสงทไวไลท์หลากสียามเย็น ตกกลางคืนก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการดูดาวแบบมุมกว้างสุดสายตา และสุดท้ายกับแสงแรกแห่งวัน ซึ่งดวงอาทิตย์กลมโตจะขึ้นหน้าอ่าวตรงๆ

แค่เปิดประตูกระต๊อบ วิวเสม็ดนางชีก็อลังการอยู่เบื้องหน้า

          จัดการธุระส่วนตัวเสร็จ ใช้เวลาไม่เกิน 10 นาทีจากจุดจอดรถเสม็ดนางชี ไปยัง ท่าเรือบ้านหินร่ม ชาวบ้านจัดแจงสำรับพื้นเมืองใส่ปิ่นโตทยอยลงเรือแจวกางร่มขาวสะดุดตาพร้อมดัดแปลงที่นั่งให้กลายเป็นโต๊ะอาหารแบบไม่ธรรมดา ฝีแจวชำนาญร่องน้ำปล่อยเรือไหลไปตามคลองสายใหญ่ ผ่านหมู่บ้านชาวเล ชมทิวทัศน์เขาพระอาดทั้งสอง เปิดเถาปิ่นโต พบกับเมนูอาหารซึ่งประกอบขึ้นจากวัตถุดิบที่ขึ้นชื่อของชุมชน ทั้งแกงเหลืองปลากระพง แกงส้มกุ้ง น้ำยาปู กุ้งชุบแป้งทอด น้ำพริกกะปิแกล้มผักสด ฯลฯ เสิร์ฟพร้อมข้าวพันธุ์พื้นเมือง ปิดท้ายด้วยผลไม้ตามฤดูกาลและลูกชุบหวานหอม เรือไหลเอื่อยไปตามคลองสายย่อย ผ่านป่าโกงกางหนาแน่นสมบูรณ์ และก่อนที่อากาศจะเริ่มร้อน เรือก็กลับมาถึงท่าเรือพอดิบพอดี 

 

เรือแจวบ้านๆ แต่งนิดเติมหน่อย สร้างมูลค่าเพิ่ม

กับข้าวท้องถิ่น เสิร์ฟในปิ่นโต ลดขยะได้เยอะ

ประตูรากไทรร้อยปีที่คลองสังเน่ห์

          ออกจากบ้านหินร่มไปราวหนึ่งชั่วโมงเศษ เป็นที่ตั้งของชุมชนท่องเที่ยววิถีอนุรักษ์ “บ้านท่าดินแดง” เป็นชุมชนขุมเหมืองเก่าซึ่งตั้งอยู่ในคลองน้ำสะอาดและมีป่าชายเลนอันอุดมสมบูรณ์ ทำให้ชาวบ้านสามารถทำประมงชายฝั่งได้อย่างหลากหลาย หลังเหตุการณ์สึนามิ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ เข้ามาให้ความรู้เรื่องการปลูกผักไฮโดรโปนิกส์ ซึ่งในช่วงแรกค่อนข้างกระท่อนกระแท่น แต่สุดท้ายก็สำเร็จ และกลายเป็นอาชีพหลักอีกอย่างหนึ่งของชุมชนไปโดยปริยาย ลัดเลาะไปหลังหมู่บ้าน นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือคยัคเพื่อพายล่องไปตามคลองใต้แหลมหมา ผ่านดงป่าโกงกางรกทึบ ซึมซับความเขียวชอุ่ม จนบรรจบกับคลองหินลาด จึงจากเรือคยัคมาขึ้นเรือยนต์เพื่อเดินทางต่อไปยังที่หมายถัดไป

สาธิตการร่อนแร่ อาชีพที่ทำมาตั้งแต่สาวๆ

ทุ่งหญ้าสะวันนา มีไม่กี่แห่งในไทย

เขาหน้ายักษ์ จุดสิ้นสุดหาดทรายยาวเหยียด

          ขึ้นฝั่งมาได้ไม่ไกลก็เข้าเขต “ทุ่งหญ้าสะวันนา” พื้นดินปนทรายขาวละเอียด ต้นหญ้าขึ้นเต็มพื้นที่ แต่ในยามแล้ง จะพบต้นหญ้าสีเหลืองทองอร่ามสุดไปจนทิวเขา สลับกับต้นเสม็ดขาวซึ่งยืนต้นคดเคี้ยวเป็นแนวกว้าง ขนานไปกับชายหาด ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมสำหรับการถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง เดินเท้าอีกราว 1 กม. จึงเดินมาสุดทางที่ "เขาหน้ายักษ์" จุดสิ้นสุดของหาดท้ายเหมือง ซึ่งยาวกว่า 15 กม. น้ำทะเลค่อนข้างใสตลอดปี บริเวณหน้าผาของเขาหน้ายักษ์มีลักษณะเป็นโขดหินขนาดใหญ่ เมื่อรับแรงปะทะจากคลื่นตรงๆ ทำให้เกิดละอองสาดกระเซ็นไปทั่ว เป็นที่สนุกสนานของนักท่องเที่ยวนั่งหย่อนใจหรือเล่นน้ำเพลินๆ ไม่นานดวงอาทิตย์ก็ลับขอบฟ้า อย่าลืมเผื่อแรงไว้เดินกลับไปลงเรือกันด้วย ก่อนเข้าที่พัก แวะชิมอาหารจากร้านระดับมิชลินไกด์ ซึ่งในปีนี้มีถึง 6 ร้าน ที่อยูในเขต จ.พังงา รับรองว่าแต่ละร้านทีเด็ดไม่แพ้กัน

งูปล้องทอง นอนหลับสบาย

สภาพนักท่องเที่ยวเมื่อรู้ว่ามีงูหลับอยู่ใกล้แค่เอื้อม

สระน้ำพุร้อนรมนีย์

          เช้ามืดวันใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.ตะกั่วป่า ในป่าสองข้างทางลำ “คลองสังเน่ห์” คลองสายสั้นๆ ที่ชาวบ้านช่วยกันอนุรักษ์ความบริสุทธิ์ของธรรมชาติไว้จนได้ฉายาว่า “ลิตเติ้ล อะเมซอน” เพราะนอกจากความหลากหลายของพันธุ์ไม้หลากชนิดแล้ว ยังมีสัตว์เลื้อยคลานอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก รวมทั้งนกน้ำชนิดต่างๆ ที่สำคัญหากโชคอำนวยอาจได้พบนกเงือกฝูงใหญ่ออกหากินลูกไม้อยู่ชายน้ำ ห่างไปอีก 40 นาที “สระน้ำพุร้อนรมนีย์” รอให้ทุกคนได้มาผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ด้วยอุณหภูมิไม่เกิน 65 องศาเซลเซียส ซึ่งไม่ร้อนจนเกินงาม กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต พื้นที่โดยรอบถูกจัดสรรเป็นส่วนๆ แยกเป็นสระเล็กสระใหญ่ กลางแจ้งและในร่ม ให้เลือกตามใจชอบ โดยมีชาวบ้านรวมกลุ่มกันเป็นผู้ให้บริการอย่างเป็นกันเอง

อาคารแบบชิโนโปรตุกีส

ถนนคนเดินตะกั่วป่า

          กลับเข้าสู่เมืองตะโกลา (ตะกั่วป่า) อีกครั้ง หากเป็นวันอาทิตย์ในช่วงบ่ายคล้อย บนถนนศรีตะกั่วป่า ย่านธุรกิจเก่าแก่ ซึ่งสองข้างทางเรียงรายด้วยอาคารทางชิโนโปรตุกีสทั้งสาย จะปิดการจราจรเพื่อเปิด “ถนนคนเดิน” ให้นักท่องเที่ยว รวมทั้งชาวบ้านละแวกใกล้เคียงได้มาซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้า โดยเฉพาะอาหารพื้นบ้านสารพัดชนิด ซึ่งบางอย่างแทบหากินไม่ได้แล้ว รวมถึงของแปลกๆ เช่น ต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง หลากหลายพันธุ์ ที่พบในป่า แต่ชาวบ้านสามารถนำมาเลี้ยงดูและเพาะขยายพันธุ์ได้สำเร็จ และอย่าลืมแวะสักการะศาลเจ้าพ่อกวนอูที่มีประวัติยาวนานเกือบ 200 ปี ซึ่งตั้งอยู่ที่หัวถนน และปัจจุบันมีชื่อเสียงด้าน “เทศกาลแห่เจลุยดงประทัดที่โหดที่สุด” แห่งหนึ่งของโลก

Shares :
เปิดอ่าน 76 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ