รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

ศิริราชจัดงาน "ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์" เช้าจรดเย็นประชาชนหลั่งไหลรำลึกพระมหากรุณาธิคุณเนืองแน่น

           วันที่ 13 ตุลาคม 2561 ที่โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล นำโดย ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์  วัฒนาภา คณบดี ได้จัดงาน “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น.เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันเสด็จสวรรคต ครบ 2 ปีโดยกิจกรรมเริ่มด้วยพิธีทำบุญตักบาตรข้าวสาร อาหารแห้งแด่พระสงฆ์ 99 รูป 2 จุดเริ่มต้นจากลานพลับพลาสยามินทราศิริราชานุสรณีย์ ขึ้นสะพานอรุณอมรินทร์ มาบรรจบจุดที่ 2 บริเวณสี่แยกศิริราช เลี้ยวซ้ายถนนวังหลัง เข้าประตู 8 (วังหลัง) สู่ลานพระราชานุสาวรีย์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก จากนั้นมีพิธีสวดพระพุทธมนต์และสดับปกรณ์ พิธีถวายสักการะ กล่าวสดุดี เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ฯ โดยผู้ร่วมพิธีทุกคนต่างยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 89 วินาที ณ ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ เวลา 09.30-11.30 น. ได้จัดปาฐกถาเทิดพระเกียรติ โดยบุคคลสำคัญ อาทิ รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา เลขาธิการพระราชวัง ,ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา เป็นต้น ที่ห้องราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1  จากนั้นเป็นพิธีบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ณ ห้องจุฬาภรณ์ ตึกสยามินทร์ ชั้น 2 ต่อด้วยการจัดฉายภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนที่มาร่วมงานจำนวนมาก รวมถึงการแสดงพระธรรมเทศนา พิธีสวดพระพุทธมนต์อุทิศถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระบรมราชินีนาถในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

           การแสดงภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เหนือตึกศรีสังวาลย์ พิธีศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์ ที่ลานพระราชานุสาวรีย์ฯ การบรรเลงดนตรีและขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์ และบทเพลงที่น้อมรำลึกฯ โดย นักร้องกิตติมศักดิ์ และนักร้องประสานเสียงศิริราช อาทิ จินตนา สุขสถิตย์, จิตติมา เจือใจ,วินัย พันธุรักษ์, กิตตินันท์ ชินสำราญ เป็นต้น และเวลา 19.30-20.00 น. เป็นการแสดงแสงสีสื่อผสม “ชุดความฝันของพ่อ” และร่วมร้องเพลงความฝันอันสูงสุด  พร้อมร่วมกันจุดเทียนรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณนอกจากนี้ยังมีนิทรรศการพระบรมฉายาลักษณ์อันทรงคุณค่า เปิดให้ประชาชนเข้าชมตั้งแต่วันนี้ถึง 18 ตุลาคมนี้ ที่โถงอาคาร 100 ปี สมเด็จพระศรีนครินทร์

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กล่าวว่า การจัดงานในครั้งนี้เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยขอให้น้อมนำหลักคำสอน พระราชดำรัส พระราชกรณียกิจของพระองค์ตลอดระยะเวลา 70 ปีกับ 126 วันแห่งการครองราชย์ มาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต พร้อมให้ทุกคนได้ทบทวนและหวนคิดว่าในแต่ละปี ได้น้อมนำพระบรมราโชวาทและทำสิ่งที่ดีให้แก่สังคมไทย อย่างไรบ้าง หากคนไทยทำเช่นนี้ทุกปี ถือเป็นการสืบสานพระราชปณิธานที่ดีที่สุดและพระองค์จะสถิตย์อยู่ในใจของปวงชนชาวไทยตลอดไป โดยเฉพาะวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี อยากให้คนไทยร่วมน้อมรำลึก ตั้งจิตและปฏิญาณตนทำความดี ซึ่งทางโรงพยาบาลศิริราชจะจัดกิจกรรมเช่นนี้ในทุกปี 
          “ทั้งนี้ โรงพยาบาลจะรวบรวมคำกล่าวปาฐกถาพิเศษจัดทำเป็นหนังสือ และมอบให้ในวันที่เปิดอาคารอาคารนวมินทรบพิตร 84 พรรษา ซึ่งเป็นอาคารของในหลวงรัชกาลที่ 9 ปัจจุบันอยู่ระหว่างตกแต่งภายในอาคาร กระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ โดยตั้งใจเปิดใช้อาคารอย่างเป็นทางการในวันที่ 5 ธันวาคม 2562” ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ กล่าว

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          ด้าน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา แสดงปาฐกถาเทิดพระเกียรติในหัวข้อ “ศิระกรานพระภูบาลนวมินทร์” ที่ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ศิริราชพยาบาล โดยกล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ ในรัชสมัยของพระบทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร นับตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีอย่างสมบูรณ์และทรงมีพระปฐมบรมโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เมื่อปี 2493 ซึ่งคำมั่นสัญญาของพระองค์ไม่ใช่นามธรรม แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          ดร.สุเมธ​ เล่าว่า 70 ปีที่ทรงงาน พระองค์เสด็จพระราชดำเนินไปประทับที่ต่างจังหวัดถึงปีละ 8 เดือน เพื่อทรงงานให้พสกนิกร โดยตัวเองร่วมติดตามเสด็จตลอด 35 ปี จัดกระเป๋าติดตามไปด้วยทุกหนแห่ง อาทิ จังหวัดเชียงใหม่,นราธิวาส, อำเภอหัวหิน ประจวบคีรีขันธ์ ฯลฯ ยอมรับว่าทุกวันที่ติดตามพระองค์ไปทรงงาน ถือเป็นวันเหนื่อยยากที่สุด พระองค์ใช้เวลาทรงงานตั้งแต่ช่วงเช้าจนย่ำค่ำ ดึกดื่น เห็นว่าพระองค์ทรงงานอย่างหนักทุกวัน ทรงเป็นห่วงผู้อื่นเสมอ ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องทำก็ได้ เคยถามว่าทำไมต้องทำ พระองค์ว่าเพื่อรักษาสัญญาที่ให้ไว้ ทั้งฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม บริหารน้ำ ดิน ชีวิตและสอนคุณธรรม เพื่อให้แผ่นดินผืนนี้มีความสุขและเพื่อประโยชน์สุขของมวลชนชาวไทย

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

         อีกทั้งทรงมีพระราชอารมณ์ขันและทรงเป็นนักประชาธิปไตย เพราะทรงรับฟังความคิดเห็นและคำแนะนำจากทุกคน ในช่วงที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ ทรงมีพระราชประสงค์เสด็จพระราชดำเนินไปศึกษาดูงานที่ต่างประเทศหลายครั้ง แต่เนื่องจากทรงมีพระราชกรณียกิจในประเทศที่ต้องช่วยเหลือพสกนิกรคนไทยจำนวนมาก จึงทำให้ไม่มีโอกาสเสด็จพระราชดำเนินตามพระราชประสงค์ จำได้ว่าขณะบรรยายครั้งที่แล้ว น้ำตารินไหลค่อนห้อง จนวันนี้น้ำตาแห้งแล้ว ลองถามตัวเองว่าทุกวันนี้เราทำอะไร เพื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบ้าง หากไม่มีคำตอบเท่ากับเราบกพร่องต่อหน้าที่ และอาจทำให้อนาคตยุ่งยาก
           “ตั้งแต่พระองค์เสด็จสวรรคต ผมฝันถึงพระองค์​ราว 2-3 ครั้ง โดยเมื่อคืนวาน ผมอยากให้ทุกคนเห็นภาพความฝันของผม พระองค์มีพระพักต์ชื่นบานมาก แจ่มใส สวมเสื้อคลุมเบลเซอร์สีขาว ข้างในเป็นแถบสีสตริปลาย แปลกมากเพราะไม่เคยเห็นพระองค์สวมใส่มาก่อน พร้อมรับสั่งกับผมว่า ช่วยจัดทริปไปยอดเขาคิลิมันจาโร เพราะฉันอยากไปเหลือเกิน จึงฉุกคิดได้ว่า ขณะครองราชย์ในฐานะพระมหากษัตริย์นั้น มีพระประสงค์ อยากเสด็จพระราชดำเนินไปต่างประเทศหลายแห่ง แต่พระองค์ไม่อาจละทิ้งงานที่ทรงอยู่ได้” ดร.สุเมธ​ กล่าวและว่า ฝากถึงประชาชนให้คิดด้วยว่า พระองค์ทรงเป็นจอมทัพ แต่ไม่ใช่จอมทัพของการสู้รบ แต่เป็นจอมทัพของการพัฒนา วันนี้จอมทัพไม่อยู่แล้ว แต่ทรงพระราชทานแนวทางและคำสอนต่างๆไว้ให้คนในกองทัพ จึงอยู่ที่ว่าคนในกองทัพจะสานต่อสิ่งเหล่านี้ให้ดีได้อย่างไร

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          สำหรับกิจกรรมเด่นในวันนี้อยู่ที่เวลา 15.52 น. มีพิธีเจริญจิตภาวนา ที่ศาลาศิริราช 100 ปี พร้อมการแสดงภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร เหนือตึกศรีสังวาลย์ ซึ่งเป็นประติมากรรมที่ ดร.บุรินทร์ ธราวิจิตรกุล และ อาจารย์กานต์ คำแก้ว อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกันออกแบบขึ้นโดยแนวคิดมาจากการใช้หลักการของแสงที่กระทบวัตถุและปรากฏเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ในเวลา 15.52 น. ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่พระองค์เสด็จสวรรคตในวันที่ 13 ตุลาคม 2559 โดยภาพประติมากรรมแสงเงาพระบรมฉายาลักษณ์นี้เคยติดตั้งอยู่เหนืออาคาร ที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในช่วงการระลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรคตครบ 100 วันมาก่อนจะนำมาติดตั้งที่นี่

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          แนวคิดของประติมากรรมสะท้อนว่าแม้พระองค์จะสวรรคตไปแล้ว แต่ได้เสด็จอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้า และการที่พระองค์กลับมาด้วยแสงก็แสดงให้เห็นว่าพระองค์ยังทอดพระเนตรลงมาจากบนจากบนฟากฟ้า โดยคณะผู้จัดทำได้เลือกพระบรมฉายาลักษณ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 ขณะทรงโน้มตัวลงไปรับดอกไม้จากหญิงชราคนหนึ่งที่ชาวไทยคุ้นเคยดี ซึ่งมีพระพักตร์เอียงในมุม 45 องศา ออกแบบฐานเป็นวงกลมมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4 เมตร เมื่อแสงแดดส่องกระทบวัตถุชิ้นงานจะปรากฏเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์ ซึ่งช่วงเวลาที่สมบูรณ์ที่สุดคือ 15.52 น. ส่วนช่วงเวลาอื่นอาจจะมองเห็นพระบรมฉายาลักษณ์ได้แต่อาจไม่สมบูรณ์ แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าเนื่องจากท้องฟ้ามืดครึ้ม และมีฝนตกลงมาเป็นระยะ ทำให้ช่วงเวลาดังกล่าวไม่มีแสงแดด จึงมองเห็นแสงและเงาพระบรมฉายาลักษณ์ที่ประติมากรรมได้ไม่ชัดนัก อย่างไรก็ตามได้รับการเปิดเผยว่าจะมีการติดตั้งประติมากรรมชิ้นนี้เป็นการถาวร เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางมาชมได้ทุกวัน

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการจัดงานเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง พสกนิกรต่างสวมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองเข้าร่วมงาน หลายคนเดินทางมาจากพื้นที่ห่างไกลทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดด้วยจิตใจแน่วแน่ที่อยากร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 ขณะที่บางช่วงมีฝนตกลงมาอย่างหนัก แต่ประชาชนก็ไม่ย่อท้อหลายคนปักหลักกางร่มอยู่เบื้องหน้าลานพระราชานุเสาวรีย์ฯ เพื่อรอร่วมงานจนจบ

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

บรรจง สะสมทรัพย์ (ขวาสุด)

      นางบรรจง สะสมทรัพย์ อายุ 55 ปี พสกนิกรจากย่านพระราม 2 สมุทรสาคร นัดแนะเพื่อนบ้านอีก 5 คนเดินทางแต่เช้ามาถึงรพ.ศิริราชเมื่อเวลา 08.00 น. เล่าความตั้งใจว่า ครบ 2  ปีการสวรรคตของในหลวง ร.9 ก็อยากมาร่วมน้อมรำลึก มาด้วยความรัก คุณความดีของพระองค์ท่านไม่เคยสูญสลายไปไหน วันนี้จะอยู่ร่วมงานจนเสร็จพิธี แม้จะมืดค่ำ หรือฝนตกก็ไม่ไปไหน
     “ก่อนมาร่วมงานก็ใส่บาตรแต่เช้าถวายพระกุศลแด่พีะองค์ท่าน รักพ่อ คิดถึงพ่อตลอด ตอนพระราชพิธีถวายสักกาะพระบรมศพได้รับแจกภาพพระบรมฉายาลักษณ์มาเยอะ ส่วนหนึ่งเอาไปใส่กรอบสวยๆ ติดที่ฝาบ้าน อีกส่วนก็ให้เพื่อนบ้านที่ไม่ได้ไป รู้สึกว่าเรารักสามัคคีกันมากขึ้น และสิ่งที่อยู่ในใจเสมอคือคำสอนของพระองค์เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เรามีอาชีพค้าขาย ทำแล้วเห็นผลจริงๆ คนอื่นคิดยังไงไม่รู้แต่เราสัมผัสได้ มีความสุขโดยไม่ต้องแข่งหรือไขว้คว้าสิ่งเกินตัว นอกจากจะสอนลูกเรื่องนี้แล้วยังสอนเรื่องความมีน้ำใจ ไม่เห็นแก่ตัวด้วย เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน จะได้น่าอยู่อย่างที่พระองค์ท่านสอน” นางบรรจง กล่าว

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวัน

พัทธ์ธีร-ศนิชา-ธีทัต อินทรเสมา

      นางศนิชา อินทรเสมา อายุ 42 ปี ครูโรงเรียนนานาชาติเคไอเอส กรุงเทพฯ เดินทางมาพร้อมด้วยลูกๆ ด.ญ.พัทธ์ธีรา อินทรเสมา อายุ 7 ปี และ ด.ช.ธีทัต อินทรเสมา อายุ 6 ปี กล่าวว่า วันนี้อยากพาลูกๆ มาบันทึกเหตุการณ์สำคัญ 2 เรื่องคือ การเสด็จสวรรคตของในหลวง ร.9 ครบ 2 ปี กับเรื่องที่พระองค์ท่านทรงทำเพื่อประชาชน เพราะเด็กยังไม่เข้าใจ จึงพยายามปลูกฝังให้รู้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทุ่มเททำงานเพื่อคนไทยมาตลอดชีวิต ทำให้เราก้าวพ้นวิกฤติและบ้านเมืองเจริญมาถึงทุกวันนี้
     “อีกสิ่งหนึ่งที่มักสอดแทรกเสมอเวลาสอนเด็กๆ คือเรื่องการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ประหยัด มัธยัตถ์ เวลาลูกอยากได้ของเล่นอะไร ก็จะหยิกยกเรื่องราวของพระองค์ท่าน ตอนทรงพระเยาว์ถ้าอยากได้ขอวเล่น สมเด็จย่าจะทรงสอนให้เก็บเงินเองเพื่อซื้อของที่อยากได้ จะได้เห็นคุณค่าของเงิน คือเราเป็นครูเวลาได้ถ่ายทอดถึงเรื่องนี้จะมีน้ำตาซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว เด็กๆ ก็จะรับรู้ได้ถึงความซาบซึ้งใจ เรื่องแบบนี้ต้องสอนเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง  หรืออย่างเวลาครูต่างชาติมาถามว่าทำไมเราต้องเคารพรักพระองค์ขนาดนี้ก็จะบอกว่าเคารพรักในสิ่งที่พระองค์ทรงท ทรงเสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย” แม่พิมพ์ของชาติ เผย

รำลึกในหลวง ร.9 จัดแสดงประติมากรรมแสงเงาทุกวันศักดา สัจจะมิตร (ซ้ายสุด)

       ขณะที่ นายศักดา สัจจะมิตร อายุ 69 ปี ประกอบอาชีพค้าขาย เดินทางมาจากย่านพุทธมณฑลสาย 1 กรุงเทพฯ  เพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมกอดพระบรมฉายาลักษณ์ไว้แนบอก  เปิดเผยว่า เดินทางมาตั้งแต่เช้าตรู่ เพื่อทำบุญอุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แม้ล่วงเลยมา 2 ปี แต่ความรู้สึกที่มีต่อพระองค์ ยังคงตราตรึงในใจเสมอ สิ่งที่ประทับใจมากที่สุด คือ พระองค์ทรงรักปวงชนชาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะนับถือศาสนา เชื้อชาติ และสัญชาติใดก็ตาม ทรงห่วงใยทุกคน