เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

โครงการบิสิเนส บราเดอร์ฮูด ปั้นทีมนักศึกษาสู่วงการสตาร์ทอัพ

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

     สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.) รับไม้ต่อจากนโยบายรัฐบาล ไทยแลนด์ 4.0 จับมือสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) จัดโครงการ "บิสิเนส บราเดอร์ฮูด ปั้นทีมนักศึกษาสู่วงการสตาร์ทอัพ " หวังต่อยอดสู่ธุรกิจที่ก้าวหน้าในอนาคต 

     ดร.กิติพงค์ พร้อมวงค์ เลขาธิการ สวทน. กล่าวว่า สวทน.เป็นผู้จัดการ บริหารโครงการสตาร์ทอัพให้เกิดขึ้นหลายๆ โครงการ ซึ่งโครงการ “บิสิเนส บราเดอร์ฮูด" (Business Brotherhood Project) เป็นหนึ่งในโครงการที่ส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างบริษัทขนาดใหญ่และมหาวิทยาลัย ให้สามารถพัฒนาเทคโนโลยีชั้นสูงและขยายตลาดไปสู่ระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีบริษัทขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยงทางธุรกิจ และมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยงด้านการพัฒนาเทคโนโลยี และสวทน. เป็นแกนหลักในการผลักดันให้เกิดการกระบวนการพัฒนาโครงการ

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน 

ดร.รัชนี กุลยานนท์

     ด้าน ดร.รัชนี กุลยานนท์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารงานวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า ได้เปิดโครงการบิสซิเนส บราเดอร์ ฮูด ขึ้นโดยมีวัตถุประสงเพื่อเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพ เป็นความร่วมมือจากทางภาครัฐและเอกชน ผู้สมัครเข้าร่วมโครงการจะเป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่ว ๆ ไป หรือในหนึ่งทีมจะเป็นการรวมตัวกันมากกว่าหนึ่งสถาบันก็ได้ ฟอร์มทีมสมาชิก 3-5 คน ซึ่งปัจจุบันภาพรวมของการเรียนการสอนในสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง จะเป็นการเรียนการสอนทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม แต่เมื่อนักศึกษาได้เข้าร่วมโครงการแล้วจะได้รับการอบรมในหลาย ๆ ด้าน อาทิ การออกแบบความคิด การออกแบบธุรกิจ การวางแผนธุรกิจ การวางแผนการตลาด การดำเนินงานและเทคนิคการนำเสนองานให้น่าสนใจ

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

    บิสซิเนส บราเดอร์ ฮูด จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 2 แล้ว มีนักศึกษาที่ผ่านเข้ารอบ 13 ทีม และเหลือ 7 ทีม มีที่ปรึกษาจากบริษัทเอกชน 7 คน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 15 คน เกณฑ์ในการตัดสินจะพิจารณาจากภาพรวมของโมเดลธุรกิจ และความคิดสร้างสรรค์ อย่างทีม “มูฟเวอร์” เป็นทีมที่หยิบยกปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง นำมาซึ่งความสูญเสีย นั่นคือ “การแก้ปัญหาด้วยการทำแพลตฟอร์มให้แก่เด็กนักเรียนที่ใช้บริการรถรับส่งของโรงเรียน”

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

ทีมมูฟเวอร์

        ตัวแทนทีมมูฟเวอร์ ธีรภัทร์ ฟูเทพ นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะบริหารและการจัดการ สจล. กล่าวว่า ได้เห็นข่าวการเสียชีวิตของเด็กนักเรียนจากความประมาทของคนขับรถ รวมถึงขาดการกำกับดูแลเอาใจใส่เรื่องการควบคุมความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุระหว่างการรับส่งนักเรียนของโรงเรียน จึงมาคิดแพลตฟอร์มจนได้รูปแบบการรักษาความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ ที่ใช้บริการรถรับ-ส่งของโรงเรียน ตั้งชื่อว่า “มูฟเวอร์” ใช้งานบนแอพพลิเคชั่นที่ติดตามตำแหน่งแบบเรียลไทม์ เพื่อติดตามและทราบถึงสถานะปัจจุบันของบุตรหลานที่ผู้ปกครองสามารถดาวน์โหลดได้บนสมาร์ทโฟน และสำหรับผู้ดูแลจัดการรถโรงเรียน สามารถติดตามสถานะของรถโรงเรียนได้ทุกคันในเวลาเดียวกัน รวมถึงบันทึกประวัติการเดินทางและการใช้งานได้ทั้งหมด 

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

เด็กไทยเจ๋ง คิดแก้ปัญหาเด็กติดรถโรงเรียน

      โดยการดำเนินงานระยะที่ 1 นั้นจะเน้นการพัฒนาระบบการติดตามขั้นพื้นฐานที่มีขั้นตอนของแอพที่ง่ายโดยใช้ต้นทุน่ต่ำ ระยะที่ 2 การพัฒนาฮาร์ดแวร์ ติดตามสถานะของเด็กนักเรียนรายบุคคล เพิ่มความกว้างขวางของบริการที่ไม่ใช่แค่การให้บริการเพื่อความปลอดภัยของเด็กเฉพาะบนรถ แต่เพื่อเพิ่มกำลังในการดูแลให้อยู่ในทุกๆ ที่ที่เด็กอยู่และไป โดยวางแผนการพัฒนาฮาร์ดแวร์ คล้ายอุปกรณ์บีคอนที่สะดวกในการพกติดตัวทุกเวลา และระยะที่ 3 การพัฒนาทางความเสถียรของผลิตภัณฑ์และการตลาด หากมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์มาได้ในระยะหนึ่ง เป็นเรื่องยากที่จะหลีกเลี่ยงความผิดพลาดอันเกิดมาจากความเสถียรของระบบ การเอาใจใส่และปรับปรุงผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพคงที่และมาตรฐานเดียวกัน จะเป็นสิ่งที่ส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของทั้งผู้ปกครองและกลุ่มลูกค้าโรงเรียน ทางเราจะเสนอโมเดลธุรกิจแบบระบบการจัดการรถโรงเรียนทั้งสองแบบ คือบนเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่นบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับท่านที่สนใจเยี่ยมชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/moversafety