"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

เล่าเรื่องเมืองโบราณพันปี "จันทบุรี" ดินแดนยุทธศาสตร์ชาติไทย

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

       น้อยคนนักที่รู้ว่าดินแดนแห่งผลไม้และอัญมณีลือเลื่อง “เมืองจันทบุรี” จะมีเรื่องราวด้านประวัติศาสตร์และอารยธรรมน่าสนใจอยู่มากมายให้ค้นหา การเดินทางเยือนเมืองจันท์เที่ยวนี้จึงต่างจากที่ผ่านๆ มา เพราะได้ร่วมทริปกับโครงการเผยแพร่มรดกศิลปวัฒนธรรมของชาติ เล่าเรื่องเมืองโบราณพันปี “จันทบุรี” ดินแดนยุทธศาสตร์ชาติไทย ที่กรมศิลปากรจัดขึ้นเพื่อศึกษาดูงานแหล่งโบราณคดีและโบราณสถาน แค่นึกภาพก็ชักสนุกแล้วสิ งานนี้มีสวมบท “เกศสุรางค์” นักศึกษาวิชาโบราณคดีกันบ้างล่ะ

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรี

       ออกเดินทางกันแต่เช้ามาถึงเมืองจันท์ก็สายๆ แวะหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จังหวัดจันทบุรีก่อน นอกจากจะเดินสำรวจความสวยงามของตึกหอจดหมายเหตุอายุนับร้อยปีแล้ว ยังมีโอกาสได้ชมเอกสารสำคัญสมัยสงครามโลกที่มีการจัดเก็บไว้อย่างดี  หามุมชิคเช็กอินสวยๆ มองดูนาฬิกาเที่ยงพอดี แวะเติมพลังร้านอร่อย “ผัดไทย 100 กระทะ” ลิ้มรสผัดไทยเจ้าอร่อยประจำท้องถิ่น ใครมาถึงเมืองจันท์แล้วไม่ได้ชิมผัดไทยเส้นจันท์ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ 

    "จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

ศิลปะภายในอาสนวิหาร

   ท้องอิ่มพลังมาเต็ม ล้อรถหมุนต่อไปยังแลนด์มาร์คสำคัญของจังหวัด "อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล" อาสนวิหารประจำมิสซังโรมันคาทอลิกริมคลองจันทบุรี ตรงข้ามชุมชนเก่าแก่จันทบูร ปัจจุบันเป็นหลังที่ 5 ซึ่งบาทหลวงเอมิล ออกัสต์ กอลมเบต์ ชาวฝรั่งเศส ได้ทำพิธีเสกขึ้นเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2452 และก่อสร้างขึ้นโดยคุณพ่อเปรีกาล เดิมวิหารติดยอดแหลมบริเวณหอระฆังทั้ง 2 หอ แต่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ราวปี 2483 รัฐบาลมีคำสั่งให้รื้อออกเพราะเกรงว่าเจ้ายอดแหลมๆ จะกลายเป็นเป้านิ่งให้ข้าศึกทิ้งระเบิดนั่นเอง หลังสงครามสงบเลยนำมาติดตั้งอีกครั้งเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2552 อายุตั้งแต่สร้างถึงวันนี้ก็กว่า 100 ปีได้

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

ประติมากรรมแม่พระตกแต่งด้วยพลอยกว่า 2 แสนเม็ด

     ว่ากันว่าที่นี่ถือเป็นหนึ่งในวิหารที่มีสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย และเป็นโบสถ์ระดับชั้นอาสนวิหารแห่งเดียวในฝั่งตะวันออกของไทย มีจุดเด่นที่ยอดแหลมบนหอระฆัง 2 หลัง ภายในตกแต่งเพดานเป็นท้องเรือไม้โนอา ช่องบานกระจกแบบกอธิก และกระจกสี นอกจากนี้ยังมีแม่พระล้ำค่า ซึ่งตกแต่งด้วยพลอยกว่า 2 แสนเม็ด ฐานหล่อด้วยเงินบริสุทธิ์ ประดับองค์ด้วยทองคำและพลอยชนิดต่างๆ น่าชมทีเดียว

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

อาคารฝรั่งในค่ายตากสินจันทบุรี

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

      ในตัวเมืองยังมีอีกสถานที่น่าสนใจอย่าง “ค่ายตากสินจันทบุรี” สถานที่ตั้งของกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน บริเวณบ้านลุ่ม ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำจันทบุรี มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย เมื่อครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงยกทัพมาตีเมืองจันทบุรีแล้วยึดเป็นที่ตั้งมั่นในการเตรียมการกู้ชาติหลังจากเสียกรุงศรีอยุธยาในปี 2310 กองทหารฝรั่งเศสได้ตั้งค่ายทหารขึ้นภายในบริเวณบ้านลุ่ม หรือบริเวณที่เป็นค่ายตากสินในปัจจุบัน และที่ปากน้ำแหลมสิงห์ รวมทั้งได้สร้างอาคารต่างๆ

     ซึ่งทุกวันนี้หลักฐานร่องรอยต่างๆ ทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเมืองจันทบุรีที่บ้านลุ่มยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ภายในบริเวณค่ายตากสิน ไม่ว่าจะเป็น อาคารกองบัญชาการของทหารฝรั่งเศส สร้างขึ้นในสมัยที่ฝรั่งเศสเข้ายึดครองเมืองจันทบุรี ตามอนุสัญญาข้อ 6 ต่อท้ายหนังสือสัญญาระหว่างกรุงสยามและกรุงฝรั่งเศส วันที่ 3 ตุลาคม 2493 (ร.ศ.112) เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมก่ออิฐฉาบปูนเรียบ สถาปัตยกรรมแบบยุโรปทั้งรูปทรง และลวดลาย หรือ อาคารกองรักษาการณ์ของทหารฝรั่งเศส, อาคารคลังพัสดุของทหารฝรั่งเศส แม้กระทั่งคูเนินดินบางแห่งที่ยังปรากฏอยู่

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

โบราณสถานเมืองเพนียด

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

วัดทองทั่ว

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

พิพิธภัณฑ์วัดทองทั่ว

      ฝนพรำในช่วงบ่าย จากค่ายตากสินเรามุ่งหน้าสู่ ต.คลองนารายณ์ ชม “โบราณสถานเมืองเพนียด” หรือที่ใครๆ เรียกขาน “เมืองโบราณพันปี” ตอนนี้เหลือเพียงซากศิลาแลงกองเป็นแนวไปตามบ้านและสวนของชาวบ้าน ไฮไลท์อยู่ที่เนินโบราณสถานเก่ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 4 เมตร มีการขุดพบหลักฐานสำคัญทั้ง จารึก ทับหลัง เสาประดับ กรอบประตู ฯลฯ ปัจจุบันเก็บรักษาให้เข้าไปชมได้ในพิพิธภัณฑ์วัดทองทั่วที่อยู่ใกล้ๆ กัน เห็นว่านักโบราณคดีพยายามศึกษาและตั้งสันนิษฐานว่าเนินโบราณสถานเก่ารูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่พบอาจไม่ใช่สระน้ำหรือเพนียดคล้องช้างอย่างที่เข้าใจกัน แต่อาจจะเป็นอาคารที่มีโถงขนาดใหญ่ไว้สำหรับประกอบพิธีกรรมบางอย่าง สังเกตได้จากการขุดพบชิ้นส่วนของกระเบื้องหลังคาที่ทับถมกัน หากมีการศึกษาโดยละเอียดแล้วจะมีการสรุปอีกครั้ง 

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

ค่ายเนินวง พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

เจ้าหน้าที่อธิบายอุปกรณ์การดำน้ำ

     จริงๆ แล้วโบราณคดียิ่งค้นยิ่งสนุก แล้วก็เป็นสีสันให้การท่องเที่ยวสำหรับผู้มาเยือน อย่างที่ "พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี"  ถ้าไม่ได้ร่วมคณะก็คงไม่รู้ว่าเปิดให้เข้าชมด้วย หน้าที่หลักของพี่ๆ ที่นี่คือการศึกษา ค้นคว้า วิจัยทางโบราณคดีใต้น้ำตั้งแต่ปี 2517  มีการสำรวจขุดค้นใต้น้ำในแหล่งโบราณคดีแต่ละแห่ง ทำให้มีจำนวนโบราณวัตถุเพิ่มมากขึ้น การจัดแสดงภายในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพาณิชย์นาวี แบ่งออกเป็น 6 ห้องด้วยกัน คือ ห้องจัดแสดงสินค้าและวิถีชีวิตชาวเรือ แสดงให้เห็นถึงการพาณิชย์นาวีในสมัยโบราณ เส้นทางการเดินเรือ เมืองท่าโบราณ สินค้า จัดแสดงโดยใช้เรือสำเภาจำลองขนาดเท่าจริง จำลองสภาพของสินค้า ตลอดจนสภาพชีวิตความเป็นอยู่ในเรือ นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงของมีค่า อาทิ จี้ทองคำฝังพลอยแดง และกำไลข้อมือทองคำ ซึ่งพบจากแหล่งเรือจมบริเวณอ่าวไทย

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

สาธิตการใช้หุ่นยนต์คุ้นหาวัตถุโบราณใต้น้ำ

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

จำลองชีวิตบนเรือ

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

โบราณวัตถุที่พบในอ่าวไทย

     ห้องแนะนำปฏิบัติการโบราณคดีใต้น้ำ แสดงเรื่องราว เทคนิคการทำงานของโบราณคดีใต้น้ำ ตั้งแต่โบราณคดีใต้น้ำคืออะไร โดยจำลองสภาพจริงของแหล่งโบราณคดีใต้น้ำ วิธีการทำงาน ตลอดจนเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานจริง, ห้องคลังเก็บโบราณวัตถุ เก็บรักษาโบราณวัตถุภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติแห่งอื่นๆ จะไม่มีบุคคลภายนอกเคยได้เห็นมากนัก เนื่องจากคลังเก็บโบราณวัตถุมักจะเป็นห้องอยู่ภายในอาคาร แต่ที่นี่จะมีบางส่วนที่เปิดเป็นช่องกระจกให้สามารถมองเห็นเข้าไปภายในได้ ยังมีห้องแสดงเรือและชีวิตชาวเรือ, ห้องของดีเมืองจันท์ และห้องบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะพระราชประวัติของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชที่เกี่ยวข้องกับการทำสงครามคราวเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 

"จันทบุรี" แดนอารยธรรม 1,000 ปี

จัดแสดงพลอยเมืองจันท์

    เที่ยวเมืองจันท์ครั้งหน้าอย่าเอาแต่เริงร่าอยู่ในสวนผลไม้ ผละออกจากทุเรียนหวานมันแล้วออกไปเรียนรู้ประวัติศาสตร์ก็ช่วยเพิ่มรสชาติให้ชีวิตไม่น้อย....