เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

มาเที่ยวอุโมงค์แห่งนี้นอกจากจะได้ชมความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นแล้ว เรายังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกด้วย

          เมื่อหลายวันก่อนมีโอกาสเดินทางมางาน เนชั่นไบค์ไทยแลนด์ ชวนปั่นทั่วไทย “ปั่นสงขลา นาทวี เมืองมีเสน่ห์” เลยมองหาสถานที่ท่องเที่ยวใน อ.นาทวี จ.สงขลา มีคนแนะนำให้ไปชมความงามของอุโมงค์ประวัติศาสตร์ “เขาน้ำค้าง” การเดินทางก็ไม่ยากจนเกินไป เราออกจากอำเภอนาทวี ผ่านสามแยกบ้านสะท้อน บ้านนาปรัง ถึงที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ระยะทาง 27 กิโลเมตร ที่ทำการอุทยานอยู่กึ่งกลางระหว่าง อ.นาทวี กับ อ.สะเดา ถ้าจะไป อ.สะเดา จากจุดนี้ก็ 27 กิโลเมตรเช่นกัน 

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

          อุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้างมีเนื้อที่ประมาณ 132,500 ไร่ หรือ 212 ตารางกิโลเมตร มีพื้นที่ครอบคลุมที่ดินป่าเขาแดน ป่าเขาน้ำค้าง ป่าควนสิเหรง ป่าควนสยา และป่าควนเขาไหม้ ในท้องที่ ต.คลองทราย ต.เขากวาง ต.ทับช้าง ต.ประกอบ อ.นาทวี และ ต.ปริก ต.สำนักแต้ว อ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานฯ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2534 เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งที่ 65 ของประเทศ และด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นป่าแห่งนี้ เคยเป็นฐานที่มั่นของโจรจีนคอมมิวนิสต์ในอดีต เมื่อประมาณปี พ.ศ.2515 ในเขต อ.นาทวี อ.สะเดา และ อ.สะบ้าย้อย มีการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธโดยการนำของนายอี้เจียง หรือ บุญชาย แซ่อิ้ว เป็นหัวหน้า สมาชิกส่วนใหญ่หนีภัยมาจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งใช้อุโมงค์แห่งนี้ไว้หลบภัยและป้องกันการโจมตีทางอากาศของรัฐบาลไทย ในการสู้รบกันเรื่อยมาจนมาถึงปี พ.ศ.2523 จึงได้เข้ามอบตัวเป็นผู้พัฒนาชาติไทยและบางส่วนได้กลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอน จึ่งได้มีการปรับปรุงและเปิดโอกาสให้ประชาชนในท้องถิ่นและประชาชนทั่วไปเข้าชมและทัศนศึกษาภูมิประเทศและความเป็นอยู่ในอดีต 

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

          อุโมงค์ค่ายพัก จคม. กรมที่ 8 อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาน้ำค้าง ประมาณ 6 กิโลเมตร อุโมงค์แห่งนี้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ พ.ศ.2514 เป็นอุโมงค์ที่ใช้แรงงานคนในการขุดมีความยาวประมาณ 1,500 เมตร เมื่อเดินเข้าไปภายในอุโมงค์อากาศเย็นสบายไม่อับชื้นเหมื่อนกับอุโมงค์ทั่วไป ภายในแบ่งเป็น 3 ชั้นสามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ มีปากทางออก 16 ทาง มีบันไดเดินขึ้น ในระหว่างทางเดินความกว้างแค่คนเดินสวนกันได้มีป้อมยามไว้ดูความปลอดภัย ในชั้นแรกจะมีห้องโถงกว้างไว้ประชุมวางแผนงาน เดินเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอกับห้องธุรการ ห้องนอนผู้นำ ห้องสื่อสาร ห้องซ้อมยิงปืน เข้าไปอีกเจอห้องพยาบาลที่ใช้ในการปฐมพยาบาลใช้ผ่าตัดในเวลาบาดเจ็บจากการสู้รบ ห้องครัว ทำไมห้องครัวมาอยู่ในอุโมงค์หลายคนแปลกใจว่าแล้วควันจะระบายออกมาทางไหน เราก็ได้ความรู้ว่าก่อนการขุดอุโมงค์มีการวางแผนว่าควันจะระบายออกทางไหน คือมีการวางท่อให้ควันออกหลายๆ ทางเพื่อควันจะได้ระบายออกแบบบางๆ จะได้ไม่เป็นจุดสังเกตของฝ่ายตรงข้ามได้ 

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

          แต่ที่แปลกใจไปกว่านั้นมีพื้นที่หัดขับมอเตอร์ไซค์ในอุโมงค์แห่งนี้ด้วย เพื่อเป็นการปกปิดเสียงไม่ให้ออกไปข้างนอก ในอุโมงค์แห่งนี้ยังคงมีที่เก็บเสบียงอาหารไว้ใต้ดินโดยการฝังถังเหล็กไว้ใต้ดิน เมื่อเราออกมาจากอุโมงค์ก็จะเจอลานสนามบาสไว้เล่นกีฬาไว้ฝึกของกองกำลังและที่แห่งนี้เรายังได้ความรู้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์การสู้รบ “ป่าเดินได้” คือเมื่อทางรัฐบาลไทยใช้ ฮ.บินสำรวจบริเวณนี้ที่เป็นป่าจะมองเบื้องล่างไม่เห็นในส่วนที่เป็นลานโล่งก็จะใช้วิธีให้คนยกต้นไม้มาบังไว้เมื่อมองลงมาก็จะไม่เห็นลานโล่ง ในส่วนพิธีกรรมการแต่งงานสำหรับคู่รัก กฎของที่นี่คือห้ามรักกัน แต่หากรักกันจริงๆ ที่นี่จะมีห้องวิวาห์ 5 ดาว ไว้สำหรับคู่รัก เรื่องสินสอดไม่มีอะไรมากมายแค่ยกน้ำชาแก้วเดียวก็ครองรักกันได้แล้ว แต่ห้ามมีลูกนะ โดยผู้ชายต้องทำหมัน เรื่องนี้น่าจะเป็นข้อห้ามที่จำกัดด้วยสถานที่คับแคบไม่พร้อมที่จะเพิ่มประชากร 

เที่ยวสุขใจ-ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ที่"อุโมงค์เขาน้ำค้าง"

          ...มาเที่ยวอุโมงค์แห่งนี้นอกจากจะได้ชมความสวยงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้นแล้ว เรายังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์อีกด้วย

++++++++++

ภาพ- เรื่อง : ประเสริฐ เทพศรี