แมวอะไรไร้ขน..."สฟิงซ์"

 แมวอะไรไร้ขน..."สฟิงซ์"

 

             น่ารัก...ไม่แพ้เจ้าเหมียวมีขน สำหรับแมวไร้ขนอย่าง “สฟิงซ์” (Sphinx) ซึ่งเป็นพันธุ์แมวสายพันธุ์หนึ่ง ถึงแม้ว่าจะมีผู้เรียกว่าเป็นแมวพันธุ์ที่ไม่มีขน แต่ความจริงแล้วมันมีขนปกคลุมบางๆ โดยจะเห็นได้ชัดบริเวณปลายลำตัวทั้งสองข้าง โดยแมวสายพันธุ์นี้ปรากฏครั้งแรกในเมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา เมื่อปี 2509 ต่อมาจึงได้กลายเป็นแมวอีกสายพันธุ์หนึ่งจากทั้งกว่า 250 สายพันธุ์ทั่วโลก ต่อมาเป็นที่รู้จักในประเทศเม็กซิโก ฝรั่งเศส และออสเตรเลีย    

           เจ้าเหมียวไร้ขนนี้มีรูปร่างผอมเพรียวและมีหูทรงสามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยผิวหนังบนหน้าผากที่เหี่ยวย่นและหน้าอกทรงโอ่ง หางของมันยาวและค่อยๆ แคบลงไปจนถึงปลาย สฟิงซ์เป็นสัตว์ที่รักเจ้าของมากและจะเติบโตได้ดีในบ้านที่เต็มไปด้วยผู้คนและสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ยังเป็นแมวสายพันธุ์เดียวที่มีต่อมเหงื่อ มันจึงไม่หอบเหมือนกับแมวหรือสุนัขตัวอื่นๆ 

         แต่ด้วยความที่พวกมันมีต่อมเหงื่อนี่แหละ จึงทำให้มีของเหลวหลั่งออกมาตามผิวหนัง ซึ่งทำให้ผิวหนังของมันเปลี่ยนสีไป ดังนั้นจึงควรอาบน้ำให้มันบ้างเป็นบางครั้งเพื่อรักษาขนของมันให้สุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา เจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้มีรูปร่างขนาดกลาง แต่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก หัวมีลักษณะเป็นทรงรูปลิ่ม มีโหนกแก้มและจุดที่หนวดขึ้นโดดเด่น ซึ่งทำให้หน้ามันดูคล้ายทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส มีร่างกายที่อุ่นและนุ่ม และมีนิสัยอ่อนโยน มีชีวิตชีวา เฉลียวฉลาด ดูแลง่ายและชอบอยู่กับบ้านที่คึกคัก มีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเวลา

         ข้อดีของเจ้าเหมียวสายพันธุ์นี้คือง่ายต่อการดูแล แต่ก็อย่าละเลยการอาบน้ำทำความสะอาด เพราะด้วยการเป็นแมวที่ไม่มีขน ผิวหนังของมันจึงผลิตน้ำมันออกมาเคลือบผิวเพื่อปกป้องผิว จึงต้องอาบน้ำและได้รับการดูแลที่ดี แต่ถ้าคุณพามันไปออกแดดก็ควรทาครีมกันแดดสำหรับผิวเด็กให้เขาด้วย เพื่อปกป้องผิวหนังไม่ให้ถูกทำร้ายจากแสงแดด และเพื่อสุขภาพผิวหนังที่ดี 

         สฟิงซ์ ถือเป็นแมวที่เหมาะกับคนเป็นโรคภูมิแพ้ เพราะมันเป็นสัตว์ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ (Hypoallergenic) เหมือนในบรรดาแมวมีขนโดยทั่วไป แถมนิสัยก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากแมวทั่วไป และยังเป็นมิตรกว่าแมวทั่วๆ ไปด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นสำหรับคนรักแมวที่เป็นโรคภูมิแพ้ หรือคนที่กลัวเป็นภูมิแพ้ก็สามารถหามาเลี้ยงกันได้ 

        สำหรับคนที่อยากเลี้ยงน้องแมวสายพันธุ์นี้คงต้องคิดหนักเรื่องค่าตัว  เพราะราคาของน้องแมวพันธุ์นี้เริ่มที่ 20,000 บาทขึ้นไป แต่ไม่ว่าจะเลี้ยงแมวพันธุ์ไหนก็อย่าลืมให้ความรักและใส่ใจเขาเยอะๆ นะครับ!


เปิดอ่าน