"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน : คอลัมน์...  ยานยนต์   โดย...  สินธุ์ชัย ภมรพล

 

          เอ็มจี แซดเอส เป็นน้องใหม่ล่าสุดของเอ็มจี เปิดตัวเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว และปัจจุบันกลายเป็นสินค้าตัวหลักของเอ็มจี โดยส่วนหนึ่งที่ทำให้มียอดขายที่ดี มาจากราคาที่ไม่แรงนัก เริ่มต้นในรุ่น 1.5 C ราคา 6.79 แสนบาท 1.5 D 7.29 แสนบาท และตัวท็อป 1.5 X 7.89 แสนบาท ซึ่งเป็นราคาที่เอ็มจีบอกต้องการสร้างโครงสร้างราคาใหม่ให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ง่าย โดยบริษัทก็ยังอยู่ได้เท่านั้น ไม่ได้ตั้งใจจะเปิดสงครามกับใครเพื่อสร้างยอดขายจริงๆ
  

          ราคาที่ตั้งเมื่อบวกกับเงื่อนไขทางการเงิน ทั้งเงินดาวน์ การผ่อนชำระรายเดือน ยิ่งเมื่อรวมกับออปชั่นของตัวรถที่เรียกว่ามาเหนือก็ยิ่งทำให้ลูกค้าตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


   
          เช่น ไอ สมาร์ท ที่มีระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยเป็นครั้งแรกในไทย ก็ถือว่าเป็นลูกเล่นใหม่ที่สร้างความตื่นเต้นได้ไม่น้อย แม้ว่าช่วงแรกยังไม่เสถียรนัก ซึ่งทีมงานบอกว่ารอสักพักเพราะนี่เป็นระบบภาษาไทยครั้งแรก ฐานข้อมูลเสียงยังมีอยู่น้อย การประมวลผลจึงยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร แต่เมื่อมีรถออกสู่ตลาดมากขึ้นมีคนพูดกับมันมากขึ้น ระบบมันก็จะจดจำและเรียนรู้ในความแตกต่างของสำเนียงได้มากขึ้น การตอบสนองก็ดีขึ้น ซึ่งเชื่อว่าผ่านไปอีกสัก 2-3 เดือน ก็จะทำงานได้เร็วขึ้น
  
          คำสั่งเสียงจะควบคุมการทำงานของซันรูฟ กระจกฝั่งผู้ขับ เครื่องเสียง ระบบปรับอากาศ ระบบนำทาง การโทรออก รับสาย

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


  
          ก่อนที่ระบบจำทำงานก็ต้องทักทายไปก่อนว่า ฮัลโหล เอ็มจี แต่ถ้าไม่อยากเซย์ฮัลโหลก็สามารถใช้ปุ่มที่พวงมาลัยได้ นอกจากนี้ยังมีปุ่มลดให้กดเพื่อติดต่อไปยังคอลเซ็นเตอร์เพื่อปรึกษาหารือ หรือขอความช่วยเหลือ เช่น ขอให้ส่งตำแหน่งที่ตั้งของจุดเป้าหมายที่เราจะไปมาให้ในระบบนำทาง ทำให้ไม่ต้องจอดรถเพื่อเสิร์ชหา
   
 

          แซดเอส ยังเปิดให้ลูกค้าโหลด แอพพลิเคชั่น ในมือถือเพื่อนำมาใช้ควบคุมการทำงานบางอย่างของรถในรัศมี 10 กม. เช่นสั่งเปิดหรือปิดประตู เผื่อว่าบางทีไปไกลรถแล้วไม่แน่ใจว่าปิดประตูหรือยัง ก็สั่งปิดได้ หรือออกไปธุระนอกบ้านแต่เอากุญแจไปด้วย คนในบ้านจะหยิบของในรถ ก็สั่งให้มันเปิดผ่านทางแอพได้ รวมถึงสั่งการให้ระบบปรับอากาศทำงานก่อนเดินถึงรถ แต่อันนี้ผมไม่สนับสนุนให้ทำ นอกจากนี้ก็ยังสามารถค้นหากต่ำแหน่งที่จะเดินทางไปผ่านโทรศัพท์ เช่น ขณะนั่งดื่มกาแฟที่ร้าน แล้วก็ส่งผ่านไปที่ตัวรถ ดังนั้นเมื่อขึ้นรถก็เดินทางได้เลย ไม่ต้องมาเสียเวลานั่งหาที่หน้าจอทัชสกรีน

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


 

          เป็นลูกเล่นที่น่าจะถูกอกถูกใจคนในยุคดิจิทัลเบ่งบานครับ

          แซดเอสใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,498 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที เพิ่มขึ้นจาก 106 แรงม้าใน เอ็มจี 5 แรงบิด 150 นิวตันเมตรที่ 4,500 รอบ/นาที และใช้เชื้อเพลิงได้ถึง อี 85 เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด
   
          เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ดูจะมีภาระหนักไปนิดในช่วงออกตัว หรืออัตราเร่งในช่วงกลางๆ กับน้ำหนักตัวรถ 1,258 กก. ทำให้มีจังหวะหน่วงซึ่งผู้ขับควรจะต้องรู้จักรถ รู้จักเส้นทางให้ดี
   
          ผมไม่ได้หมายความว่าถ้าขับแซดเอส แล้วจะต้องค่อยๆ ไป ไม่ใช่อย่างนั้น เพียงแต่ต้องรู้จักอารมณ์ของรถ เพื่อที่จะประเมินสถานการณ์ได้ถูก และการคิกดาวน์ หรือใช้โหมดสปอร์ตก็ช่วยได้ส่วนหนึ่ง หรือจะเลือกเปลี่ยนเกียร์เองก็ได้เช่นกัน ซึ่งก็จะสามารถใช้งานได้ทั่วไป เดินทางไปเที่ยวได้ แซงได้ แค่ต้องรู้จังหวะเท่านั้นอย่าลืมว่ารถไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง แต่คนต่างหากที่เป็นผู้ควบคุมรถ

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


  
          ส่วนที่ความเร็วสูงระดับ 100 กม./ชม. สามารถเรียกกำลังรถมาได้ การเร่งแซงที่ความเร็วระดับนี้ทำได้น่าพอใจ พูดได้ว่าขับสนุกเมื่อความเร็วติดลมบนไปแล้ว จะเติมไป 120-130 หรือจะ 140-150 เครื่องยนต์ก็ทำได้ ซึ่งตรงนี้มีส่วนเสริมอารมณ์คือช่วงล่างที่ทำออกมาได้ดี แม้จะนุ่มๆ ไปสักหน่อย ทำให้มีจังหวะโยนตัวเมื่อเจอคอสะพาน หรือทางที่เป็นคลื่นเป็นเนิน แต่ก็ยังมีการทรงตัวที่ดี ยึดเกาะถนนดี แม้ในช่วงเปลี่ยนเลนกะทันหัน ซึ่งเป็นความบังเอิญที่บนทางด่วนบริเวณราบ 62 ก่อนขึ้นเนิน ม.กรุงเทพ ที่รถกำลังไหลมาค่อนข้างเร็ว ไม่รู้ข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น ทำให้เบรกกันหนักๆ ผมเองก็คงจะเว้นระยะใกล้คันหน้ามากไป ทำให้ต้องกดเบรกจนเสียงยางดังเอี๊ยดอ๊าด แต่ความกลัวรถด้านหลัง ทำให้สายตามองกระจกซ้ายอย่างเร็ว เลนนั้นด้านหลังว่างผมหักหัวรถออกไปทันทีแต่ก็เห็นท้ายแถวใกล้ไปนิด จึงทำให้เหมือนเดิม หลบออกไปอีกเลน ก่อนจะเบรกอย่าปลอดภัย

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


  
          และก็เหมือนหลายๆ ครั้ง พอออกตัวได้อีกครั้งก็ไม่รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้รถติดกะทันหันชั่วขณะ
  
          ส่วนเกียร์ 4 สปีด ซึ่งหลังๆ ไม่ค่อยมีใครใช้แล้ว ก็ถือว่าทำงานได้ดี จังหวะเปลี่ยนเกียร์ก็ไม่ได้กระตุก หรือการเปลี่ยนด้วยตัวเองก็ตอบสนองรวดเร็ว ซึ่งการเปลี่ยนเกียร์เอง ทำได้ที่คันเกียร์ไม่มีแพดเดิลชิฟท์ที่พวงมาลัย
  
          ผมเคยขับแซดเอส ในกิจกรรมที่เอ็มจีจัดขึ้นในเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง แต่ครั้งนี้ผมลองเอามาใช้งานชีวิตประจำวัน ในเขตกรุงเทพฯ นี่แหละ แต่ก็มีช่วงใช้ความเร็วได้ อย่างเส้นทางไปสุวรรณภูมิ หรือช่วงกลับจากที่ทำงานตอนดึกๆ ทางด่วนโล่งๆ

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


  
          การทดลองใช้งานจริงก็ดูเรื่องความสะดวกสบายที่ต้องอยู่กับมันหลายๆ วัน อยู่ในสภาพรถติดๆ ซึ่งจริงๆ แล้วน่าจะถือว่าตรงกับเป้าหมายของรถ เพราะเขาวางให้เป็น สมาร์ทคาร์ เป็น อินเทอร์เน็ตคาร์เน้นการใช้งานสะดวกสบาย มีลูกเล่นเยอะๆ
  
          ซึ่งความสะดวกสบายของรถ บี-เอสยูวี คันนี้ สอบผ่าน นั่งอยู่กับมันวันละหลายชั่วโมงไม่เมื่อยล้า เบาะนั่งมีขนาดและรูปทรงที่เข้ากับลำตัวได้ดี ทัศนวิสัยที่ดีช่วยลดความเครียดในสภาพจราจรที่หนาแน่น และหลังคาแบบพาโนรามิค ซันรูฟ ที่ยาวตั้งแต่ด้านหน้าถึงด้านหลัง เมื่อเปิดม่านบังแดดหลังคา ในช่วงเช้าๆ หรือเย็นๆ และค่ำมืด ก็ช่วยให้รถโปร่งโล่งได้มาก

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน


  
          สิ่งหนึ่งที่เด่นสำหรับรถในระดับนี้ก็คือ การเก็บเสียงที่ทำออกมาได้ดี แม้จะขับขี่ที่ความเร็วสูง แต่ความเงียบในห้องโดยสารทำได้โดดเด่นทีเดียว
 

 

"เอ็มจี แซดเอส" เงียบ นุ่มเครื่องยนต์แบกน้ำหนัก แต่พอใช้งาน

 


เปิดอ่าน