ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

เดินเล่นชิลๆ พร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตชาวไทยเชื้อสายจีนย่านไชน่าทาวน์ "เยาวราช"

          วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การเดินทางไปเที่ยวพักผ่อนไกลๆ อาจจะเหน็ดเหนื่อยเกินไป วันนี้จึงขอร่วมทริปกับ ซีพี ออลล์ พาไปเดินเล่นชิลๆ ย่านไชน่าทาวน์ กลางกรุงเทพฯ หรือที่ทุกคนรู้จักกันดีในนาม “เยาวราช” เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตของชาวไทยเชื้อสายจีนพร้อมเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่อยู่คู่ชุมชนมายาวนาน ครั้งนี้ยังได้วิทยากรมากความสามารถอย่าง สมชัย กวางทองพานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเยาวราช-สำเพ็ง มาร่วมให้ความรู้ด้วย

ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

วัดบำเพ็ญจีนพรต (ย่งฮกยี่)

          จุดแรกที่มาย่านนี้แล้วไม่ควรพลาดคือ วัดบำเพ็ญจีนพรต (ย่งฮกยี่) ตั้งอยู่ในซอยเยาวราช 8 ที่นี่เป็นสังฆารามสังกัดคณะสงฆ์จีนนิกายที่มีหลักฐานทางวัตถุว่าเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย เดิมเป็นวิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ร้าง ชื่อ ย่งฮกอำ มีป้ายชื่อลงปี พ.ศ.2338 ซึ่งตรงกับรัชกาลจักรพรรดิเฉียนหลง ค.ศ.1795 กล่าวกันว่าสร้างโดยชาวจีนสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาพระอาจารย์สกเห็งจาริกมาจากประเทศจีน ราวก่อนปี พ.ศ. 2414 และพำนักอยู่ ณ สถานที่นี้ได้ปฏิสังขรณ์วิหารพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็นย่งฮกยี่ ต่อมาขอพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 พระราชทานนามว่า วัดบำเพ็ญจีนพรต พร้อมพระราชทานสมณศักดิ์พระอาจารย์สกเห็ง เป็นพระอาจารย์จีนวังสมาธิวัตร เจ้าคณะใหญ่จีนนิกายรูปแรก

ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

 

พระพุทธรูปทำจากผ้าป่าน

          วัดนี้นอกจากจะเป็นสถานที่ที่คนมาทำบุญและประกอบพิธีกรรมต่างๆ อาทิ แก้ปีชงแล้ว ยังเป็นสถานศึกษาประวัติศาสตร์สำคัญในย่านนี้ด้วย อีกทั้งภายในวัดยังมีไฮไลท์อยู่ที่พระอรหันต์ 18 องค์ ทำจากผ้าป่านลงรัก หรือ เจี๋ยจูฝอเซี่ยง เป็นวิธีสร้างพระปิดทับผ้าป่าน ซึ่งเป็นหนึ่งในการสร้างพระพุทธรูปของชาวจีนที่รับมาจากอินเดียและเอเชียกลาง ตั้งแต่ราวสมัยราชวงศ์จิ้น-สมัยหกราชวงศ์ ต่อมาพัฒนาจนเป็นที่นิยมเพราะมีวัสดุที่หาง่ายในประเทศจีนคือ ไม้ ดิน ทราย ปูนปั้น ผ้าป่าน และยางรัก 

ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

กระถางธูปเก่าที่ศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้า

          ข้ามถนนแล้วเดินเข้าซอยไปไม่ไกลกันนักเป็นที่ตั้งของ ศาลเจ้ากวนอู และเทพเจ้าม้า เป็นศาลเจ้าเก่าแก่อันดับ 3 ในย่านนี้ โดยมีหลักฐานจากกระถางรูปเก่าตั้งแต่สมัยจักพรรดิเจียชิ่ง อายุกว่า 200 ปี ความสำคัญของที่นี่นอกจากเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้ากวนอู เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์แล้ว ยังประดิษฐานเทพเจ้าม้า ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นม้าเส็กเทาของเทพกวนอู คนที่เกิดปีม้าจึงมักมาแก้ปีชงกันที่นี่

ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

สมชัย กวางทองพานิชย์ อธิบายถึงระฆังโบราณสมัยจักรพรรดิเต้ากวัง อายุ 190 ปี 

          ถัดจากศาลเจ้ากวนอูและเทพเจ้าม้าเข้าไปในซอยอีกระยะหนึ่งก็จะเห็นศาลเจ้าเล่าปูนเถ้ากง ด้านหน้าติดถนนทรงวาด ศาลเจ้านี้เก่าแก่เป็นอันดับ 4 ของพื้นที่ โดยหลักฐานอยู่ที่ระฆังโบราณสมัยจักรพรรดิเต้ากวัง อายุ 190 ปี นอกจากเป็นศูนย์กลางพื้นที่แต้จิ๋วแล้ว ยังเป็นจุดแสดงงิ้วที่จัดแสดงเฉลิมฉลองกันถึง 7 วัน 7 คืน และจากหลักฐานป้ายชื่อศาลเจ้ากับเทพเจ้าด้านในไม่สัมพันธ์กัน ทั้งยังมีระฆังถึง 2 ใบทำให้รู้ว่าเดิมเป็นศาลเจ้าแฝด และมีบางช่วงเวลาที่ศาลเจ้าหายไปถูกสร้างเป็นโรงเรียนขึ้นแทน

ย่ำถิ่นมังกรกลางกรุง

น้ำอัลมอนด์แห้งหยิ่งแต๊

          หลังจากเดินชมวิถีชีวิตของพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนกันพอพอหอมปากหอมคอแล้ว ก่อนกลับก็อยากจะพาเดินไปชม ชิม ช็อปกันที่ตลาดเล่งบ๋วยเอี๊ยะ มีสินค้าจีนมากมายราวกับเดินเล่นอยู่ที่ประเทศจีน รวมถึงวัตถุดิบในการปรุงอาหารจีน และที่ไม่ควรพลาดชิมคือ น้ำอัลมอนด์แห้งหยิ่งแต๊ เป็นน้ำอัลมอนด์แบบจีนดั้งเดิมรสชาติเข้มข้นและมีกลิ่นเฉพาะตัว ซึ่งเป็นสูตรของต้นตระกูลยาวนานมากว่า 90 ปี