'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย? : คอลัมน์ คมคิดเทคโน โดย... อนุสรณ์ ฉิมบ้านไร่

          วินาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าข่าวจระเข้แห่งแม่น้ำแยงซี อย่าง แจ็ก หม่า ประธานกรรมการบริหารกลุ่มอาลีบาบา เข้าพบบิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจนทำให้สื่อทั่วโลกจับจ้องประเทศไทยตาเป็นมัน เพราะหลายคนมองว่าการที่เจ้าพ่อธุรกิจอีคอมเมิร์ซเบอร์ 1 ของโลกเลือกประเทศไทยถือเป็นโอกาสขับเคลื่อนเศษฐกิจที่แท้จริง

          เป็นเรื่องที่ดีที่รัฐบาลชุดนี้กุนซือใหญ่ด้านเศรษฐกิจอย่าง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ภายใต้การนำโดย พล.อ.ประยุทธ์ ที่สามารถดึงมหาหาอำนาจอีคอมเมิร์ซมาร่วมลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยภายใต้ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยมีความร่วมมือในหลากหลายมิติ อาทิ การส่งเสริมเอสเอ็มอี ทุกระดับเข้าสู่อีคอมเมิร์ซ การพัฒนาของดาวเด่นหรือทาเลนท์ ของไทยในด้านดิจิทัล การยกระดับระบบโลจิสติกส์โดยอาศัยเทคโนโลยีชั้นนำของอาลีบาบา และการส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านระบบดิจิทัล

 

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?

 

          เชื่อหรือไม่ว่าการที่แจ็ก หม่า หอบเงินกว่า 11,000 ล้านบาทมาลงทุนกับรัฐบาลไทยยุคบิ๊กตู่ ไอ้พวกเห็นต่างก็พยายามที่จะออกมาบิดเบือนสร้างกระแสว่า พล.อ.ประยุทธ์ ดึงแจ็ก หม่า เข้ามาลงทุนในประเทศเป็นการชักศึกเข้าบ้าน เปิดทางให้จีนผูกขาดทางการค้าเหมือนยกทั้งประเทศให้แจ็ก หม่า แล้วปล่อยให้ประชาชนตาดำๆ ยากจนอยู่เหมือนเดิม การที่คนพวกนี้คิดแบบอคตินี้ถือว่าเป็นกลุ่มคนที่ถ่วงความเจริญของชาติ ได้แต่ตำหนิติเตียนแต่พวกตัวไม่เคยคิดที่จะทำประโยชน์ให้ประเทศ ต้องขอบอกว่าเรื่องนี้ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ กำลังเดินหน้าอยู่นั้นเป็นประโยชน์ต่อประชาชนคนไทยอย่างแท้จริง เพราะการที่อาลีบาบาเลือกลงทุนในไทยครั้งนี้เกษตรกรไทยรวมถึงผู้ลิตสินค้ารายย่อยได้ประโยชน์เต็มๆ มีโอกาสทางการค้ามากขึ้น เพราะสามารถนำผลิตของตัวไปขายบนตลาดออนไลน์ได้ดัวตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพ่อค้าคนกลางหรือพวกห้างร้านหรือซูเปอร์มาร์เก็ตต่างๆ ที่ขูดรีดค่าแรกเข้าหลายล้านทำให้เกษตรกรไทยสูญเสียโอกาสทางการค้าทันที เพราะไม่แปลกที่คนเหล่านี้จะต่อต้านการเข้ามาลงทุนของกลุ่มอาลีบาบาเพราะพวกนั้นมีความเห็นแก่ได้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เรียกได้ว่ามีพฤติกรรมชอบทำนาบนหลังคน

          ‘คมคิดเทคโน’ ขออาสาเป็นน้ำยาล้างตาให้พวกถ่วงความเจริญของชาติให้ตาสว่างเห็นประโยชน์ที่รับการที่รัฐบาลไทยลงนามเอ็มโอยู มหาอำนาจอีคอมเมิร์ซ ‘แจ็ก หม่า’ กลุ่มอาลีบาบาในครั้งนี้ ประโยชน์ข้อแรก โครงการลงทุนจัดตั้งศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ ในพื้นที่อีอีซี นี้จะอาศัยเทคโนโลยีระดับโลกของอาลีบาบาในด้านการประมวลข้อมูลโลจิสติกส์ ผ่าน ไช่เหนี่ยว (Cainiao Network) ซึ่งเป็นธุรกิจด้านโลจิสติกส์ของอาลีบาบา เพื่อทำให้การขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับจีน การขนส่งสินค้าข้ามพรมแดนสู่ประเทศเพื่อนบ้าน (CLMV) และไปยังที่อื่นทั่วโลก มีความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ยังมีการประสานกับกรมศุลกากรในการยกระดับพิธีการทางศุลกากรให้เป็นระบบดิจิทัลด้วย ซึ่งการตั้งศูนย์สมาร์ท ดิจิทัล ฮับ นี้ จะเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจกรรมวิจัยพัฒนาดิจิทัล ซึ่งสำนักงานอีอีซี จะเชื่อมประสานสมาร์ท ดิจิทัล ฮับกับเขตนวัตกรรมดิจิทัล หรือดิจิทัลพาร์ค (EECd) และเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EECi) ด้วย คาดว่าจะสามารถทำพิธีวางศิลาฤกษ์ในการก่อสร้างสมาร์ท ดิจิทัลฮับ ได้ภายในปี 2561 และคาดว่าจะเริ่มเปิดดำเนินการในปี 2562 ต่อไป

 

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?

 

          ประโยชน์ข้อที่ 2 อาลีบาบาได้เสนอให้วิทยาลัยธุรกิจอาลีบาบา หรือ Alibaba Business School (ABS) ซึ่งเป็นสถาบันพัฒนาบุคลากรของอาลีบาบาที่ตั้งอยู่ที่เมืองหางโจว ร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม และกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในการพัฒนาขีดความสามารถด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซของเอสเอ็มอีไทยทุกกลุ่มทั่วประเทศ รวมถึงเอสเอ็มอีในชุมชนท้องถิ่น และผู้ประกอบการรายย่อย โดยเน้นให้ผู้ประกอบการมีความเข้าใจ ได้เรียนรู้และเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีไทยให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจออนไลน์ และเข้าถึงตลาดจีนที่มีผู้บริโภคอยู่ไม่น้อยกว่า 500 ล้านคน รวมถึงตลาดในภูมิภาคและตลาดสากลได้ตามลำดับ (Regional and Global Value Chain) โดยอาลีบาบาจะจัดทีมงานร่วมลงพื้นที่กับทีมงานของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยอาศัยเครือข่าย ศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม 4.0 (ITC) ในระดับภาคและจังหวัดของกระทรวงอุตสาหกรรม รวมถึงหน่วยงานภูมิภาคของกระทรวงพาณิชย์ทั่วประเทศ

 

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?

 

          นอกจากการส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอีผ่านอีคอมเมิร์ซแล้ว Alibaba Business School จะร่วมมือกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมและกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ในการพัฒนากลุ่มคนเก่งหรือดาวเด่นด้านดิจิทัล (Digital Talent) ในประเทศไทย ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาหลายหลักสูตร โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษา นักวิจัย อาจารย์ รวมถึงเจ้าหน้าที่ภาครัฐไปร่วมเข้าโครงการฝึกอบรมพัฒนาในด้านดิจิทัลและอีคอมเมิร์ซให้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง รวมทั้งสร้างเครือข่าย (Networking) กับดาวเด่นหรือทาเลนท์ ทั่วโลกที่ประเทศจีน

          มากไปกว่านั้นกระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบายังได้เปิดตัว Thai Rice Flagship Store บนเว็บไซต์ Tmall.com ซึ่งเป็นเว็บซื้อขายออนไลน์ระดับโลกที่เน้นร้านค้าแบรนด์ชั้นนำหรือร้านค้าตัวแทนที่มีความน่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยผลักดันยอดขายผลิตผลทางการเกษตรเริ่มต้นจากข้าว และขยายผลไปถึงผลไม้ต่างๆ ของไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งทุเรียน ซึ่งเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีนเป็นอย่างยิ่ง กระทรวงพาณิชย์และอาลีบาบาจะร่วมกันผลักดันการส่งออกข้าวไทยและผลิตผลทางการเกษตรของไทย โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกหรือ Insight ในเรื่องตลาดผู้บริโภคที่อาลีบาบามีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเชื่อหรือไม่ว่าหลังจากแจ็ก หม่า ลงนามเอ็มโอยูกับไทยเพียงวันเดียว วันต่อมาทำให้ไทยขายทุเรียนในอาลับาบาได้ถึง 80,000 ลูกใน 1 นาทีเท่านั้น ถือได้ว่างานนี้เกษตรไทยมีโอกาสรวย!

          ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวตามมาติดๆ นับจากนี้ไปการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมมือกับอาลีบาบาและฟลิกกี้ (Fliggy) บริษัทด้านการท่องเที่ยวออนไลน์ชั้นนำของจีนในการส่งเสริมการท่องเที่ยวดิจิทัลและผู้ประกอบการการท่องเที่ยวรายย่อยในไทย โดย Fliggy คู่ร่วมลงนามกับททท. จะใช้ประสบการณ์และเทคโนโลยีที่ชาญฉลาดจัดทำ Thailand Tourism Platform ให้แก่สถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ซึ่งเป็นการประชาสัมพันธ์และอำนวยความสะดวกในด้านการท่องเที่ยวต่างๆ เช่น คู่มือไกด์ออนไลน์ ระบบจำหน่ายตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันในการเจียระไนแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจซึ่งเปรียบเสมือนอัญมณีที่ถูกซ่อนเร้นให้ส่องประกายเตะตานักท่องเที่ยวชาวจีนโดย Fliggy และ Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินการระบบชำระเงิน Alipay ในเครือของอาลีบาบาอยู่ในระหว่างการเจรจากับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องของรัฐบาลเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านดิจิทัลแบบครบวงจรต่อการท่องเที่ยวของประเทศไทย เริ่มตั้งแต่กระบวนการทางวีซ่า บริการหลังเดินทางแบบดิจิทัล ด้วยการคืนเงินภาษีนักท่องเที่ยวผ่านระบบ Alipay ซึ่งความร่วมมือกันในด้านการท่องเที่ยวนี้ คาดว่าจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนและยังช่วยเพิ่มรายได้จากการท่องเที่ยวของไทยได้มากยิ่งขึ้น

 

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?

 

          งานนี้คงต้องตะโกนดังๆ ว่า “แจ็ก หม่า มาไทยช้ากว่านี้ไม่ได้แล้ว”

          นับเป็นช่วงเวลาที่ทางการไทยรอคอยมานานกับการมาเยือนของแจ็ก หม่า ซึ่งมาพร้อมกับความหวังในการเชื่อมโยงระหว่างตลาดประเทศไทยและจีนผ่านเทคโนโลยีที่อาลีบาบามี ซึ่งเม็ดเงินกว่าหมื่นล้าน นอกเหนือจากเม็ดเงินการลงทุนแล้ว ประโยชน์ที่ได้มากและทรงคุณค่าที่สุดคือการลงทุนของอาลีบาบาในครั้งนี้ทำให้การจ้างงาน คนไทยมีงานทำ เกษตรกรไทย ผู้ประกอบการรายย่อยสามารถลืมตาอ้าปากได้จนอาจนำไปสู่การปลดปล่อยประเทศให้หลุดจากบ่วงความตกต่ำทางเศรษฐกิจทันที

          ร่ายประโยชน์ในการลงทุนของกลุ่มอาลีบาบายาวขนาดนี้คิดว่าก็คงทำให้พวกถ่วงความเจริญ พวกวิตกและดัดจริตทำตัวเหมือนคนดีกระโดดปกป้องประเทศไม่ให้ถูกจีนฮุบประเทศแต่ตัวเองไม่เคยแม้แต่จะคิดทำประโยชน์อะไรให้ชาติบ้านเมืองตาสว่างขึ้นบ้างและควรหันมาช่วยสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ให้สามารถเดินหน้าเรื่องนี้อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ

 

'แจ็ก หม่า' อย่ามาเมืองไทย?