royal coronation
วันที่ 23 กรกฎาคม 2562
ไลฟ์สไตล์

บทเรียนของสตาร์ทอัพเมื่ออูเบอร์หลีกทางแกร็บ

วันที่ 31 มีนาคม 2561 - 08:58 น.
แกร็บ,อูเบอร์,สตาร์ทอัพ
Shares :
เปิดอ่าน 5,906 ครั้ง

บทเรียนของสตาร์ทอัพ เมื่ออูเบอร์หลีกทางแกร็บ ในตลาดเอเชีย ถิ่นใครถิ่นมัน


  
          ต่อไปนี้นับตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ที่ผ่านมา ผู้ใช้บริการ และคนในโลกโซเชียลคงไม่ต้องตั้งคำถาม ตั้งกระทู้เปรียบเทียบการให้บริการ และราคาค่าโดยสารของอูเบอร์ และแกร็บ อีกต่อไป เพราะการแข่งขันของธุรกิจสตาร์ทอัพยักษ์ใหญ่จากสองซีกโลกได้จบลงแล้ว ด้วยชัยชนะของอูเบอร์
  
          การยกธงขาวของอูเบอร์ ในตลาดบริการเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น (ride-hailing application) ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการขายกิจการให้กับคู่แข่งคือ แกร็บ สิงคโปร์ แม้จะไม่เป็นที่สงสัยของนักสังเกตการณ์ที่เห็นสัญญาณการถอยทัพของอูเบอร์ในหลายภูมิภาคของโลกก่อนหน้านี้ แต่ก็มีบทเรียนที่น่าสนใจหลายอย่างสำหรับธุรกิจสตาร์อัพ ที่กำลังเบ่งบานในขณะนี้

 

 


  
          สัญญาณของความพ่ายแพ้ในครั้งนี้ เริ่มปรากฏชัดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2560 เมื่อแกร็บประกาศว่า ยอดจำนวนผู้ใช้บริการใน 7 ประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พุ่งทะลุ 1000 ล้านเที่ยว ใน 142 เมือง ทั่วสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนเซีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และเมียนมาร์
  
          หากดูสถิติล่าสุดก็จะเห็นชัดว่า แกร็บ เหนือกว่า อูเบอร์ ทุกด้านในเอเชีย แกร็บให้บริการ 191 เมืองในเอเชีย ในขณะที่อูเบอร์ให้บริการเพียงแค่ 51 เมืองเท่านั้น ในขณะที่ในภูมิภาคนี้มีคนขับแกร็บประเภทต่างๆ อยู่ถึง 2.6 ล้านคน ส่วนอูเบอร์มีเพียง 690,000 คน
  

 


          ในด้านของความหลากหลายของบริการ แกร็บก็มีมากกว่าอูเบอร์ มาก โดยแกร็บมีทั้ง GrabCar GrabTaxi GrabCycle GrabBike GrabShare GrabHitch GrabShuttle GrabCoach และ GrabFood GrabExpress GrabRewards GrabFinancial และ GrabPay ส่วนอูเบอร์ มีบิรการ UberX UberBalck UberMoto UberPool UberEat UberDeliver

          TechinAsia เปิดเผย ผลการสำรวจความนิยมของผู้ใช้บริการอูเบอร์ และแกร็บในเอเชียก็พบว่า แกร็บครองใจผู้ใช้บริการในเกือบทุกประเทศ ยกเว้นเพียงสิงคโปร์ประเทศเดียวที่อูเบอร์ได้รับความนิยมมากกว่า
  
          ชัยชนะของแกร็บ นอกจากกจะเป็นเพราะทุนหนุนหลังที่แข็งแกร่ง จากซอฟท์แบงก์ และดีดี้ ของจีน ที่ลงทุนในแกร็บกว่า 2 พันล้านดอลล์ (กว่า 7 หมื่นล้านบาทแล้ว) คงปฏิเสธไมได้ว่ามาจากแนวคิดในการทำธุรกิจที่คำนึงถึงสภาวการณ์ที่แท้จริงของผู้บริโภค และเงื่อนไขทางกฎหมายของประเทศต่างๆ

 


  
          แกร็บไปได้ใช้ความเป็นธุรกิจสตาร์ทอัพที่ประสบความสำเร็จ ดึงดัน หรือแข็งกร้าวในการทำธุรกิจ เหมือนอูเบอร์ที่เชื่อมั่นในพลังของผู้บริโภค โดยไม่ได้คำนึงถึงสภาวะ อำนาจในสังคมเอเชีย ที่มีปัจจัยซับซ้อนกว่าสังคมตะวันตกที่อูเบอร์คุ้นชิน และสร้างเงื่อนไขให้เป็นผู้กำชัยชนะทางธุรกิจได้
  
          แต่ประเด็นที่น่าติดตามต่อไปไม่ใช่เรื่องของการแข่งขัน ความสำเร็จ หรือความล้มเหลวทางธุรกิจของอูเบอร์ แต่เป็นทิศทางของแกร็บ จากนี้ไป ซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้อยู่ที่การให้บริการ ผู้โดยสารถประเภทต่างๆเท่านั้น แต่เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจ การเงิน และธุรกิจบริการ

          เมื่อต้นเดือนพฤจิกายนที่ผ่านมา แกร็บได้เปิดบริการระบบเพย์เมนท์ GrabPay ที่ไมได้ใช้สำหรับการจ่ายเงิน ค่าบริการรถโดยสารเท่านั้น แต่สามารถใช้แอพพลิเคชั่นนี้ซื้ออาหารในสิงคโปร์โดยไม่ต้องใช้เงินสดได้ด้วย ซึ่งแน่นอนว่า แกร็บกำลังขายบริการทางการเงิน GrabPay มายังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคด้วย
  

 


          ขณะเดียวกับการซื้อกิจการอูเบอร์ของแกร็บในครั้งนี้ แกร็บก็คาดหวังสูงว่า ฐานผู้ใช้บริการรับส่งอาหารของอูเบอร์ UberEat จะต่อยอดบริการรับส่งอาหารของแกร็บ คือ Grabfood ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดด้วย
  
          บทสรุปที่เกิดขึ้นถือเป็นบทเรียนที่สำคัญของสตาร์ทอัพ เล็กใหญ่ ไม่สำคัญเท่ากับถิ่นของใคร อย่าลืมปัจจัยนี้

Shares :
เปิดอ่าน 5,906 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ