ให้...เพื่ออนาคตทางการแพทย์และการรักษา

ความห่วงใยในสุขภาพของคนในพื้นที่อำเภอบางพลี

ให้...เพื่ออนาคตทางการแพทย์และการรักษา

อาคารต่างๆ ภายในโครงการ

          เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554 อีกทั้งความห่วงใยในสุขภาพของคนในพื้นที่อำเภอบางพลี สมุทรปราการ และละแวกใกล้เคียง สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงถือกำเนิดขึ้นบนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ตั้งแต่ปี 2555 โดยมีภารกิจทั้งผลิตบุคลกรทางการแพทย์ และเป็นสถานพยาบาลครบวงจรในนามโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ ที่รองรับผู้ป่วยนอกและในได้ถึงปีละกว่า 1 ล้านคน ล่าสุดคณะผู้บริหารสถาบันฯ ได้พาสื่อมวลชนเข้าชมความคืบหน้าการก่อสร้างที่แล้วเสร็จไปกว่าร้อยละ 85 อีกทั้งแนะนำเครื่องมือแพทย์ทันสมัยสำหรับการรักษา เมื่อวันก่อน

ให้...เพื่ออนาคตทางการแพทย์และการรักษา

ศ.คลินิก นพ.พงษ์ศักดิ์ โค้วสถิตย์-พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ- อ.นพ.ไพโรจน์ บุญคงชื่น

         ศ.คลินิก นพ.พงษ์ศักดิ์ โค้วสถิตย์ ผู้อำนวยการบริหารสถาบันฯ กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งว่าย่านบางพลียังไม่มีศูนย์บริการทางการแพทย์ของรัฐขนาดใหญ่  นอกจากนี้ยังทรงเห็นว่าย่านนี้มีโรงงานอยู่มาก ผู้คนอาจจะไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่ดีพอ หลังจากที่ รพ.รามาฯ หารือกันก็พบอีกว่า รพ.รามาฯ ที่พญาไท มีปัญหาการเรียนการสอนของนักศึกษาแพทย์ระดับปริญญาตรี เพราะมีคนไข้มีโรคซับซ้อนเกินไป ทำอย่างไรถึงจะผลิตบัณฑิตการแพทย์ปริญญาตรีในจุดที่เหมาะสม ระหว่างที่มีการก่อสร้างสถาบันฯ ก็ได้กราบบังคมทูลรายงานความคืบหน้าอยู่เรื่อยๆ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงห่วงเรื่องการเตรียมบุคลากรให้พร้อม

ให้...เพื่ออนาคตทางการแพทย์และการรักษา

หุ่นยนต์ฝึกเดินเพื่อผู้ป่วยกล้ามเนื้ออ่อนแรง

          ด้าน อ.นพ.ไพโรจน์ บุญคงชื่น ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร์ กล่าวเสริมว่า โรงพยาบาลแห่งนี้พยายามตอบโจทย์ความต้องการของคนในพื้นที่เป็นเรื่องๆ เช่น คนไข้ทารกแรกเกิดที่ยังไม่มีห้องอภิบาล ขณะเดียวกันย่านนี้มีคนไข้โรคหัวใจที่ยังขาดเครื่องสวนหัวใจ และแน่นอนที่สุดการอยู่ในเขตอุตสาหกรรมจึงอาจมีอุบัติเหตุมาก เราจึงมีแผนตั้งศูนย์รองรับอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังเน้นการบริหารจัดการคนไข้ให้พอเหมาะกับจำนวนบุคลากรที่มีอยู่แบบบูรณาการ ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง โดยให้แพทย์หลายสาขาที่เกี่ยวข้องในกลุ่มโรค ออกตรวจในเวลาเดียวกัน เพื่อผู้ป่วยจะไม่ต้องพบแพทย์หลายวัน เช่น โรคเบาหวาน มักจะมีโรคอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น โรคไตวาย โรคหลอดเลือดหัวใจ สมองตีบ ฯลฯ
         ทั้งนี้ สถาบันฯ ใช้งบประมาณการก่อสร้างทั้งสิ้น 15,000 ล้านบาท มาจากภาครัฐบาล และเงินบริจาคผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯ แต่ยังคงไม่เพียงพอต่อการจัดซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์เฉพาะทางที่มีราคาสูง ซึ่ง พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ บอกว่า ต้องรีบจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้เพียงพอพร้อมรองรับและให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มศักยภาพสูงสุด ผู้สนใจสามารถบริจาคสมทบทุนได้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีกระแสรายวัน สาขารามาธิบดี เลขที่บัญชี 026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน สาขาศูนย์การแพทย์สมเด็จพระเทพรัตน์ (รพ.รามาธิบดี) เลขที่บัญชี 090-3-50015-5 โดยโรงพยาบาลพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบในเดือนมีนาคม 2561 และโอกาสนี้ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสถาบันฯ อย่างเป็นทางการในวันที่ 25 ธันวาคมนี้


เปิดอ่าน