ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

ที่เกาหลีใต้ไม่ได้มีดีแค่เครื่องสำอางหรอกนะรู้ยัง

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

จากสะพานลอยฟ้าจะเห็นสถานีรถไฟโซล

         ยังไม่ทันได้เห็นหมายกำหนดการเดินทาง เพียงได้ยินว่าต้องบินไปกรุงโซล กับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวของประเทศเกาหลีใต้ ภาพของตลาดย่านช็อปปิ้งสินค้าด้านความงามเอย แลนด์มาร์กตามซีรีส์ดังเอย ลอยวนอยู่ในความคิดเต็มไปหมด ทั้งที่บอกกับตัวเองว่า เสน่ห์ของการเดินทางไม่่ได้อยู่ที่หมุดหมายทั้งหมด หากแต่อยู่ระหว่างการเดินทาง กระนั้นก็ยังไม่ช่วยให้ต่อมกระตือรือร้นในการเดินทางท่องเที่ยวกลับมาทำงานได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แถมยังจะฝ่อลงเล็กน้อยอีกซะด้วยแน่ะ เพราะในชีวิตก็วนๆ อยู่ที่เกาหลีใต้หลายครั้งหลายครา

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

“Seoullo 7017" หรือ “สะพานลอยฟ้า”

          จวบจนเมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง และเจ้าหน้าที่การท่องเที่ยวเกาหลีใต้แจ้งถึงหมุดหมายแรกของเช้าวันนี้คือ แลนด์มาร์กแห่งใหม่ในกรุงโซล “Seoullo 7017" หรือ “สะพานลอยฟ้า” สมองเบลอจากการเดินทางเหมือนถูกกระตุ้นให้ตื่นรับสิ่งใหม่ทันที ตลอดระยะทางความยาวของสะพานกว่า 1 กิโลเมตร ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่เที่ยวใหม่ของเกาหลีใต้ ที่เกิดจากการปรับปรุงทัศนียภาพ รื้อสะพานบางจุด แล้วปรับให้เป็นถนนลอยฟ้า แถวบริเวณสถานีรถไฟโซล (Seoul Station) ทั้งนี้ โซลโล 7017 ในอดีตเคยเป็นถนนที่เป็นสะพานข้ามแยก สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1970 และใช้งานมาเรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2017 เมื่อถูกตรวจสอบแล้วพบว่าเสื่อมประสิทธิภาพ ไม่สามารถใช้งานได้อีก ทางผู้ว่าการกรุงโซลจึงมีแนวคิดปิดการใช้ถนนและปรับเปลี่ยนมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ชาวเกาหลีใต้และนักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนชมวิวกรุงโซลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับชื่อ “Seoullo 7017" นั้นก็มาจาก Seoul คือ เมืองโซล, Lo แปลว่าเดิน ส่วนเลข 70 มาจากเลขสองตัวท้ายของปีที่สร้าง และ 17 จากเลขสองตัวท้ายของปีที่ปิดใช้งาน โดยเน้นให้เป็นพื้นที่สีเขียว ที่เต็มไปด้วยต้นไม้และดอกไม้ นอกจากจะใช้เป็นจุดพักผ่อนหย่อนใจ ที่นี่ยังถูกกำหนดให้เป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมและจัดเทศกาล นิทรรศการต่างๆ ถ้ามาเดินเล่นในตอนเช้าจะได้อารมณ์ต่างจากเดินตอนค่ำจากการเปิดไฟยามค่ำคืนนั่นเอง

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

          จากแลนด์มาร์กใหม่เอี่ยม เราเปลี่ยนอารมณ์มาเดินตลาดเก่าอายุอานามกว่า 100 ปี กันบ้าง โดยตลาดแห่งนี้มีชื่อว่า “ตลาดกวางจัง” (Gwangjang Market)  ตอนแรกที่ไกด์บอกว่าจะพาไปเดินเที่ยวชมตลาดเก่า ภาพในมโนคติ ประมวลภาพตลาดบ้านเราขึ้นมาเต็มสมองทันที กระทั่งเมื่อมาถึงยอมรับว่าบรรยากาศมีส่วนคล้ายคลึงกันในเรื่องสินค้าที่วางขาย เรียกว่ามีทุกอย่างครอบคลุมทุกประเภท ไล่เรียงตั้งแต่อาหารการกินทั้งของสดของแห้ง เครื่องใช้ไม้สอย เสื้อผ้า ของจิปาถะ  แต่สิ่งที่มีความต่างกันอย่างเห็นได้ชัดๆ คือความเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้านไม่เฉอะแฉะเหมือนบ้านเรา

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

ของจิปาถะซึ่งวางขายในตลาดกวางจัง

         สำหรับตลาดแห่งนี้ “ยุพิน” ไกด์ท้องถิ่น เล่าว่า เป็นแหล่งซื้อขายสินค้าที่ชื่นชอบของบรรดาอาจุงม่า โดยเฉพาะในช่วงปลายปีตลาดแห่งนี้จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะชาวเกาหลีจะมาหาซื้อผักและของสดไปเตรียมทำกิมจิ ในทางกลับกันก็เป็นแหล่งที่วัยรุ่นไม่ค่อยให้ความนิยมมาเดินกันสักเท่าไหร่ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ตั้งหมุดหมายเอาไว้ว่าอยากลิ้มรสอาหารประเภทโคเรียนสไตล์แท้ๆ แนะนำว่าควรไปที่ตลาดแห่งนี้ เพราะไม่เพียงจะได้สัมผัสถึงรสชาติดั้งเดิมแล้ว ราคายังไม่โหดมากอีกด้วย ที่สำคัญแม่ค้าพ่อค้าก็อัธยาศัยดี...

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

หน้าตาเหมือนบะหมี่เกี๊ยวบ้านเราน้ำซุปกลมกล่อมเส้นนุ่มตัวเกี๊ยวอร่อย

         หลังจากค่อยๆ เดินชมเดินช็อปของฝากในตลาดจนทั่วแล้ว เพื่อให้รู้ว่ามาถึงตลาดนี้จริงๆ เราไม่ลืมลองชิมอาหารที่มีให้เลือกมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นของทอดของนึ่งของสด แต่เพื่อความสบายท้องครั้งนี้ขอลองของกินที่หน้าตาคล้ายๆ บะหมี่เกี๊่ยวบ้านเรา แล้วก็ไม่ผิดหวังรสกลมกล่อมของน้ำซุปเข้ากันได้ดีกับบะหมี่และเกี๊ยวไส้หมู ไส้กิมจิ ในส่วนของเครื่องปรุงและเครื่องเคียงก็มีทั้งพริกเผาและกิมจิ...ชามโตทำเอาคนกระเพาะเล็กอย่างเราอิ่มแปล้ไปเลย

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

หมู่บ้านบุกชอนฮันอก

         อีกแหล่งท่องเที่ยวกลางกรุงโซลที่มีความเก่าแก่ไม่แพ้ตลาดกวางจังต้องยกให้ “หมู่บ้านบุกชอนฮันอก” (Bukchon Hanok Village) หรือ “หมู่บ้านบุกชอนฮันอ๊ก” สำหรับคนที่ชอบสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ต้องไม่พลาด เพราะนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนจะได้พบกับบ้านของขุนนางระดับสูงของเกาหลีในสมัยก่อน ภายในหมู่บ้านมีอาคารแบบดั้งเดิมของเกาหลีกว่า 100 หลัง ตั้งแต่สมัยโชซอน ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าคนรุ่นใหม่เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์จะเลือกอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมมากกว่าจะอาศัยอยู่ในบ้านเก่าแก่แห่งนี้ เนื่องจากมีความสะดวกสบายกว่าในทุกๆ ด้าน กระนั้นก็ยังมีชาวเกาหลีใต้บางส่วนเลือกที่จะอาศัยและดำเนินชีวิตที่นี่ ขณะที่บางส่วนถูกดัดแปลงให้เป็นศูนย์วัฒนธรรม เกสต์เฮ้าส์ ร้านอาหาร และโรงน้ำชา เปิดบริการแก่นักท่องเที่ยวที่เข้ามาเพื่อสัมผัสและเรียนรู้วัฒนธรรมเกาหลีแบบดั้งเดิม

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

          ...แต่ก็ยังมีความน่ายินดีอยู่บ้างที่ทุกวันนี้ปรากฏว่ามีกลุ่มวัยรุ่นเกาหลีกลับมาให้ความสนใจมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงการเช่าชุดฮันบกจากร้านที่เปิดบริการในย่านดังกล่าวเพื่อไปบันทึกภาพตามจุดต่างๆ

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

ห้องสมุด Starfield ภายในห้างโคเอ็ก

          อย่างที่จั่วหัวเรื่องไว้ว่า “ย่านเก่า-ถิ่นใหม่” ก็อยากจะเล่าถึงแหล่งใหม่ๆ ของวัยรุ่นวัยทำงานชาวเกาหลีใต้ ที่เข้าใช้บริการอย่างหนาตาอีกสักแห่งนั่นคือ “ห้องสมุด Starfield Library” ภายในห้างสรรพสินค้าโคเอ็ก (Coex) ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้งที่ตั้งอยู่ในย่านกังนัม ในห้องสมุดแห่งนี้ไม่เพียงแค่หนังสือจำนวนมหาศาลที่วางเรียงรายให้ผู้เข้าไปใช้บริการหยิบอ่านได้ตามความต้องการแล้ว ที่นี่ยังเป็นแหล่งเช็คอินชุดชิคด้วยการออกแบบตกแต่งที่โปร่งโล่งแปลกตา...แต่นักท่องเที่ยวที่ต้องการแค่เข้าไปบันทึกภาพ ควรพึงระลึกไว้เสมอว่าห้องสมุดทุกที่ต้องการความเงียบและสงบ จึงควรทำด้วยความเรียบร้อย

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

สถาปัตยกรรมที่ซองดอง เซ็นทรัล พาร์ค

          เมื่อเล่าถึงสิ่งใหม่ๆ ครั้งนี้จึงขอไถลออกนอกเมืองโซลมาที่ ซองโด (Sondo) ซะหน่อย ซองโดคือเมืองใหม่ที่เกิดจากการถมทะเลจนได้พื้นที่มา 3,795 ไร่ เพื่อจัดตั้งให้เป็นเขตธุรกิจสากล หรือ International Business District (IBD) ศูนย์กลางการค้าเสรีและธุรกิจระหว่างประเทศ โครงการนี้ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ไฮเทคที่สุดในโลก เอื้อต่อการทำงานมากที่สุด ทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากที่สุดด้วย ที่มาของเมืองซองโด ไกด์สาว เล่าว่า เพื่อลดความหนาแน่นของประชากรในกรุงโซลให้เบาบางลง ดังนั้นเพื่อเป็นการจูงใจให้ประชาชนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่ซองโด ที่นี่จึงเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ระบบขนส่งมวลชน ศูนย์การค้า ธนาคาร ร้านอาหาร แฟชั่นทุกแบรนด์ สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ทว่าก็ยังมีสิ่งหนึ่งที่ขาดหายไป เป็นเหตุให้คนเกาหลีใต้มีความลังเลอยู่บ้างเล็กน้อยนั่นคือ สถานที่โบราณ เรื่องราวในประวัติศาสตร์ ซึ่งหาไม่ได้ในเมืองซองโด...

ลัดเลาะเที่ยวย่านเก่า-ถิ่นใหม่ในเกาหลีใต้

ประติมากรรมชวนยิ้มขณะล่องเรือเฟอร์รี่ชมเมือง

          เสียดายเรามีเวลาทำความรู้สึกซองโดเพียงระยะเวลาสั้นๆ ด้วยการนั่งเรือเฟอร์รี่ชมความงามของสถาปัตยกรรมสองฟากคลอง “ซองดอง เซ็นทรัล พาร์ค”...เพราะเป็นช่วงกลางวันของฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ทำให้ทัศนียภาพดูจืดและเงียบเหงาไปสักหน่อย จึงอยากแนะนำว่าถ้าอยากจะมาล่องเรือที่นี่ ควรเลือกช่วงเวลาค่ำได้ดูแสงสีน่าจะดีกว่า

เรื่อง/ภาพ : กอบแก้ว แผนสท้าน



เปิดอ่าน