‘เปรัก’ หลงรักเลย

เที่ยวเทศกาลดีปาวลีพร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ “รัฐเปรัก”

       หากเอ่ยถึง “มาเลเซีย” จะนึกถึงเมืองท่องเที่ยวอะไร ? คำตอบในใจคงหนีไม่พ้น กัวลาลัมเปอร์ มะละกา หรือปีนัง แต่พอการท่องเที่ยวมาเลเซียชวนไปงานเทศกาลดีปาวลีและเปิดประสบการณ์ใหม่กับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองต่างๆ ของ “รัฐเปรัก” ก็ชวนให้อยากเปิดตาเปิดใจกับเพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงอยู่ไม่ใช่น้อย จะว่าไปการเดินทางไปเปรักก็แสนง่าย จะเดินทางโดยรถยนต์ผ่านด่านชายแดนที่ จ.ยะลา ก็ได้ หรือโดยสารเครื่องบินก็ดูจะสะดวก การเดินทางครั้งนี้ได้สายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ช่วยนำพา นั่งเพลินๆ 2 ชั่วโมงก็ถึงสนามบินกัวลาลัมเปอร์ (แอบบอกว่าตอนนี้สนามบินเปิดเลานจ์ใหม่ชื่อ “โกลเด้นเลาจน์” จะแวะพักก่อนเดินทางทั้งขามาขาไปก็สบายดี) จากจุดนี้ต้องต่อรถกันสักหน่อย เพราะเปรักอยู่ห่างจากกัวลาลัมเปอร์ไปทางเหนืออีกประมาณ 200 กิโลเมตร แต่ไม่ต้องกลัวนั่งรถเมื่อย เพราะถนนซูเปอร์ไฮเวย์ที่นี่ดีงาม แค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้ว

‘เปรัก’ หลงรักเลย

‘เปรัก’ หลงรักเลย

‘เปรัก’ หลงรักเลยการแสดงในเทศกาลดีปาวลี

       “ดีปาวลี” เป็นงานเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ของผู้ที่นับถือศาสนาฮินดู อย่างที่รู้มาเลเซียมีชนเชื้อสายอินเดียอาศัยอยู่ค่อนประเทศ เทศกาลดีปาวลีจึงถือเป็นงานใหญ่ของที่นี่ ปกติเทศกาลนี้จะจัดขึ้นช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี แต่กำหนดวันจะปรับเปลี่ยนไปตามปฏิทินจันทรคติ จริงๆ แล้วเทศกาลดีปาวลีเริ่มมาตั้งแต่ก่อนถึงวันดีปาวลีจริง 3-4 วันเลยทีเดียว ก็ถือว่าโชคดีที่ได้มีเวลาหนึ่งวันมาร่วมงานปีใหม่ของชาวฮินดูที่จัดขึ้นในรัฐเปรักครั้งนี้ ภายในงานประดับประดาด้วยไฟหลากสี มีการออกร้านขายของและอาหาร ผสมผสานเสียงเพลงแบบแขกๆ ราวกับอยู่เมืองใดสักเมืองในอินเดีย การแสดงในงานดูตื่นตาน่าชม ผู้คนก็แสนจะสนุกสนาน แม้จะเป็นการรื่นเริงท่ามกลางสายฝน เอาเป็นว่าถ้ามีโอกาสอีกก็อยากจะมาเก็บตกบรรยากาศให้ครบวัน

‘เปรัก’ หลงรักเลย

‘เปรัก’ หลงรักเลย

สวนสนุกลอสท์เวิลด์ออฟแทมบุน

       มาถึงเปรักทั้งทีนอกจากจะมาร่วมงานดีปาวลีแล้ว ก็ขอทำความรู้จักรัฐนี้กันสักหน่อย เปรักเป็นหนึ่งในสิบสามรัฐที่ประกอบขึ้นเป็นประเทศมาเลเซีย มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของมาเลเซียฝั่งตะวันตก คำว่า เปรัก ในภาษามลายูหมายถึงเหรียญเงิน ซึ่งน่าจะเป็นผลพวงมาจากดีบุก เพราะที่นี่เป็นแหล่งสินแร่สำคัญของประเทศมาเลเซีย ในอดีตเคยมีคำกล่าวว่า "ที่ใดมีดีบุก ที่นั้นผู้คนพลันกลายเป็นนักแสวงโชคในนามนักขุดแร่" นี่เองเป็นสาเหตุให้ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 นักผจญภัยแห่งจีนโพ้นทะเลพากันเดินทางเข้ามาจนทำให้สถานที่แห่งนี้แปรเปลี่ยนเป็นเมืองใหญ่ไปโดยปริยาย 

‘เปรัก’ หลงรักเลย

กิจกรรมร่อนแร่

       แม้ทุกวันนี้อุตสาหกรรมดีบุกทั่วโลกจะชะลอตัวลง จนเหมืองแร่ลดความสำคัญ แต่รากเหง้าของอดีตยังคงเบ่งบานอยู่ท่ามกลางความศิวิไลซ์ เห็นได้ชัดจากสวนสนุกที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของโลกที่ “เมืองอิโปห์” เมืองหลวงของเปรักอย่าง “สวนสนุกลอสท์เวิลด์ออฟแทมบุน” สวนสนุกที่ครอบอยู่บนเหมืองแร่เก่า ที่นี่ไม่ใช่แค่สวนสนุก แต่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่ท่ามกลางหุบเขา รวมสวนสนุก สวนน้ำ สวนสัตว์ โรงแรม ร้านอาหารไว้ในที่เดียว อย่างที่บอกจุดเด่นของที่นี่คือดีบุก มาทั้งทีก็ต้องได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์เหมืองแร่ ลงมือร่อนหาแร่ดีบุกทรัพย์ในดินก็ดูเป็นกิจกรรมที่เพลิดเพลินดี นอกจากนี้การแช่ตัวในบ่อน้ำแร่ร้อนอันกว้างใหญ่ที่เป็นแหล่งสุขภาพชั้นดี ก็เป็นอีกกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวต้องขีดเส้นใต้ทำไฮไลท์ไว้ว่าห้ามพลาด

‘เปรัก’ หลงรักเลย

‘เปรัก’ หลงรักเลย

     ปราสาทเคลลี่

       นอกจากดีบุกที่บ่งบอกความเป็นเปรักแล้ว การเกษตรก็ยังเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักด้านพลังงานของที่นี่ จะเห็นได้ชัดว่าตลอดเส้นทางเชื่อมโยงรอบเมืองเปรักนอกเหนือจากธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์แล้วยังมีสวนยางพารา มะพร้าว และปาล์มน้ำมัน แทรกอยู่ตลอดทาง ลงไปทางตอนใต้ของอิโปห์เพียง 14 กิโลเมตร บนถนนที่มุ่งสู่เมือง “บาตู กาจาห์” ท่ามกลางพืชพันธุ์และป่าไม้จะพบปราสาทร้างที่มีกลิ่นอายของบ้านในสกอตแลนด์ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขาซึ่งเป็นสวนยางในอดีต ปราสาทที่สวยงามมีเอกลักษณ์แห่งนี้มีชื่อว่า “ปราสาทเคลลี” สร้างขึ้นเพื่อเป็นบ้านพักในต่างแดนของ “วิลเลียม เคลลี สมิธ” เจ้าของไร่ชาวสกอตที่มาอาศัยอยู่ที่เมืองนี้ในยุคล่าอาณานิคมช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 แต่การก่อสร้างไม่แล้วเสร็จเพราะเคลลีเสียชีวิตลงก่อนอย่างกะทันหัน ทำให้ปราสาทถูกทิ้งร้าง ว่ากันว่าดวงวิญญาณของท่านมักจะคอยมาเดินตรวจตราภายในปราสาท นั่นยิ่งทำให้ปราสาทที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวแห่งนี้ชวนขนหัวลุก แม้จะให้ความรู้สึกถึงความลึกลับแต่เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของตัวปราสาทก็แฝงความโรแมนติกอยู่ไม่ใช่น้อย เพราะที่นี่เป็นสถานที่สุดฮิตในการถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของคนเปรักซะด้วย ภายในปราสาทมีช่องหน้าต่างสวยงามแปลกตา ตัวปราสาทตกแต่งด้วยอิฐและหินอ่อนที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ทั้งยังมีห้องลับ ห้องใต้ดิน และอุโมงค์ลับแอบซ่อนอยู่ภายใน

‘เปรัก’ หลงรักเลย

‘เปรัก’ หลงรักเลย

เกาะปังกอร์

       ใช่ว่าเปรักจะมีดีแค่ธรรมชาติ สวนน้ำ และปราสาทเก่า มาเมืองที่มีอาณาเขตติดชายฝั่งทะเลทั้งทีต้องไม่พลาดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญอย่าง “เกาะปังกอร์” ใช้เวลานั่งเรือจากท่าเรือข้ามฟากเมือง “ลุมุต” เพียงแค่ 15 นาทีก็จะได้พบไข่มุกน้อยๆ ลอยอยู่กลางทะเล เสน่ห์ของเกาะปังกอร์อยู่ที่การผสมผสานหมู่บ้านชาวประมงและรีสอร์ทไว้ได้อย่างลงตัว นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสได้พักอาศัยอยู่ใกล้กับชาวประมงและสังเกตวิถีชีวิตชาวเล ในขณะเดียวกันก็เพลิดเพลินไปกับหาดทรายและท้องทะเลที่สวยงาม ซึ่งชายหาดที่ได้รับความนิยมสองแห่งของเกาะปังกอร์ ได้แก่ “ปาเซอร์โบกัก” และ “เตลักนิปาห์” ผู้ที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมในทะเลท่ามกลางแสงแดด สามารถเพลิดเพลินกับการดำน้ำลึก การดำน้ำตื้น และการตกปลาได้ ถึงจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลแต่ที่นี่ก็มีประวัติเก๋ไก๋ ว่ากันว่าเกาะแห่งนี้เคยเป็นที่หลบภัยของชาวประมง พ่อค้า และเหล่าโจรสลัด ต่อมาสมัยอาณานิคมดัตช์ ได้มีการสร้างป้อมปราการขึ้นบนเกาะเพื่อควบคุมการค้าดีบุก เมื่อเวลาผ่านไปจึงเกิดเป็นซากปรักหักพังปรากฏอยู่เป็นแลนด์มาร์กให้แชะภาพสวยๆ อยู่ทั่วเกาะ

       หมดเวลาเที่ยวแต่ยังไม่หมดใจ เพราะมาเลเซียมีอีกหลายที่ให้ทำความรู้จัก แต่จะว่าไปแค่ “เปรัก” ก็ทำให้หลงรักอยู่ไม่ใช่น้อย



เปิดอ่าน