“ทะเลแหวก” อันซีนไทยแลนด์ แห่งอันดามันไทย 

ก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ในช่วงเดือนพ.ย.-พ.ค.ของทุกปี

“ทะเลแหวก” อันซีนไทยแลนด์ แห่งอันดามันไทย 

          เมื่อเมฆฝนแห่งวัสสานฤดูผ่านพ้นไป ท้องฟ้าที่เคยมืดครึ้มด้วยลมพายุกลับมาสว่างสดใสอีกครั้ง แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนท้องทะเลสีครามเป็นประกาย เป็นเครื่องหมายบ่งบอกถึงฤดูท่องเที่ยวของอันดามันวนกลับมา ความทรงจำขณะย่างกรายเท้าบนหาดทรายขาวละมุนยังคงเย้ายวนให้ต้องย้อนกลับไป ณ​ ดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ มรกตแห่งทะเลอันดามัน นามว่า “กระบี่” 

“ทะเลแหวก” อันซีนไทยแลนด์ แห่งอันดามันไทย 

          “กระบี่” เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ 814 กิโลเมตร มีเนื้อที่ 4,708 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยภูเขา ที่ดอน ที่ราบ หมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 130 เกาะ ขึ้นชื่อในด้านความงดงามแบบธรรมชาติ ดั้งเดิมที่ไม่ผ่านการปรุงแต่ง จะได้เห็นน้ำทะเลใสดุจกระจก ฟ้าสีครามดั่งภาพวาด ทรายขาวละเอียด อ่าวเหมือนในนิยาย ถ้ำหินแสนลี้ลับ เสน่ห์ตราตรึงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเลือกที่จะมาเอนหลังพักกายบนทรายละเอียดให้ฟองคลื่นกระทบลำตัว ท่ามกลางไอแดดของทะเลอันดามัน เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง จนหลายคนเลือกที่จะหลีกหนีความวุ่นวายของเมืองกรุง ซึ่งหนึ่งในสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่คงหนีไม่พ้น “ทะเลแหวก” มรกตของทะเลอันดามัน อันซีนไทยแลนด์ อันแสนงดงาม 

“ทะเลแหวก” อันซีนไทยแลนด์ แห่งอันดามันไทย 

          ใช้เวลาเพียงไม่นานจากผืนแผ่นดินใหญ่โดยเรือด่วนหรือเรือหางยาวมุ่งหน้าสู่เกาะ 3 สหาย ได้แก่ “เกาะไก่” หรือ “เกาะด้ามขวาน” ที่เรียกว่า เกาะไก่ เพราะมีลักษณะของชะง่อนผาที่ยื่นออกมา เป็นเหมือนหัวของไก่ สามารถดำผิวน้ำชมปะการังน้ำตื้น หรือปะการังแข็งได้ที่เกาะไก่นี้ ถัดมาที่ “เกาะทับ” เป็นเกาะเล็กๆ ซึ่งเราสามารถมองเห็นปะการังน้ำตื้นได้ โดยที่ไม่ต้องลงไปดำกันลึกๆ และที่เกาะทับแห่งนี้มีหาดทรายเฉพาะด้านใต้ ยามน้ำลดจะเป็นทางทอดไปเกาะหม้อได้อย่างใกล้เคียงที่สุด ส่วนที่ “เกาะหม้อ” ที่มีลักษณะเป็นโขดหิน ไม่มีชายหาดให้ขึ้นไปบนเกาะ น้ำทะเลใสสะอาด อยู่ห่างจากเกาะทับเพียง 70 เมตร หากน้ำลดจะมีสันทรายเชื่อมต่อกัน สามารถเดินจากเกาะหนึ่งไปอีกเกาะหนึ่งได้ ซึ่งเราสามารถท่องเที่ยวไปทั้ง 3 เกาะได้ในเวลาเพียง 1 วัน หากเป็นช่วงน้ำทะเลขึ้นก็คงไม่ต่างจากเกาะทั่วไป ที่น้ำทะเลนั้นล้อมไปโดยรอบเกาะต่างๆ แต่เมื่อใดที่น้ำทะเลค่อยๆ ลดลงจะเกิดความอัศจรรย์ที่ธรรมชาติได้ซ่อนไว้ สันทรายสีขาวนวลที่แอบซ่อนกายภายใต้ผืนน้ำฟ้าใสจะค่อยๆ โผล่ขึ้นมาอวดความงามให้เราได้เชยชม ทอดยาวเป็นทางเดินเชื่อมเกาะทั้ง 3 เข้าด้วยกัน โดยเฉพาะในวันก่อนและหลังวันขึ้น 15 ค่ำ ราว 5 วัน ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-เดือนพฤษภาคมของทุกปี เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า “ทะเลแหวก”

“ทะเลแหวก” อันซีนไทยแลนด์ แห่งอันดามันไทย 

          “ทะเลแหวก” ถือเป็นไฮไลท์สำหรับแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของกระบี่เลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเดินเล่นไปมาระหว่างเกาะทั้งสามได้อย่างสบายใจ เหมือนกับเจ้าลิงน้อยตัวนี้ที่อาศัยช่วงน้ำลดเดินข้ามเกาะไม่ต้องเปียกปอนว่ายน้ำไปมา เดินเล่นไปมาแสนเพลินใจจนลืมไปเลยว่าแดดแผดเผาเพียงใด หากนักท่องเที่ยวยังพอจะมีเวลาเหลือขอแนะนำให้อยู่รอดูฝูงค้างคาวแม่ไก่นับแสนตัวที่โผบินออกหากินเป็นเวลานานนับครึ่งชั่วโมง และในขณะนั้นก็ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไปพร้อมๆ กันด้วย รับรองเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมาก 
          ใครอยากไปสัมผัสความงดงามของธรรมชาติสามารถเช่าเรือเหมาลำ หรือไปร่วมกรุ๊ปทัวร์กับคนอื่น โดยลงเรือได้ที่ท่าเรืออ่าวนาง ใช้เวลาไม่นาน แนะนำให้นำอาหารไปรับประทานเอง และนำเศษขยะขึ้นเรือกลับมาทิ้งบนบกด้วยทุกครั้ง
          ....หากทุกคนช่วยกันรักษาความสะอาดของท้องทะเลและหาดทราย เชื่อว่าความงดงามนี้ดำรงอยู่คู่ท้องทะเลไทยไปอีกนานแสนนาน....
 

เรื่อง / ภาพ : ชาลินี ถิระศุภะ



เปิดอ่าน