เปิดห้องสอนปรุงอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม

เปิดคอร์สระยะสั้นสอนปรุงอาหารชุด “ไคเซกิ” ตามธรรมเนียมดั้งเดิมขนานแท้ของญี่ปุ่น

เปิดห้องสอนปรุงอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม

          อาหารญี่ปุ่นได้รับความนิยมและความสนใจอย่างแพร่หลายมาก แต่ก็เป็นเรื่องยากที่จะเข้าถึงศาสตร์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ “ไคเซกิ” ที่เป็นอาหารคอร์สสุดหรูหรา วิทยาลัยดุสิตธานี ผนึกความร่วมมือครั้งสำคัญกับ Tsuji Culinary Institute สถาบันสอนการประกอบอาหารชั้นนำที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น เปิดคอร์สระยะสั้นสอนปรุงอาหารชุด “ไคเซกิ” ตามธรรมเนียมดั้งเดิมขนานแท้ของญี่ปุ่น ชูจุดเด่นทั้งจากเชฟชั้นนำที่บินตรงจากสถาบัน Tsuji ที่จะเผยเคล็ดลับตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถนำไปประกอบอาชีพ รวมทั้งเพิ่มเติมทักษะด้านอาหาร ทั้งนี้ในวันเปิดคอร์ส เชฟ Masakatsu Takomoto ได้มาสาธิตการปรุงอาหารชุด “ไคเซกิ” ให้ผู้ร่วมงานได้ลองลิ้มชิมรส ที่ ดุสิตธานี เอ็กเซลเลนซ์ เซ็นเตอร์
         ผศ.ดร.สาโรจน์ พรประภา อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี เผยว่า “ไคเซกิ” หรือ “ไคเซกิ เรียวริ” เป็นชุดอาหารที่บริการทีละคอร์ส อย่างเป็นลำดับตามธรรมเนียมดั้งเดิมของญี่ปุ่น ที่มีความพิถีพิถันในคัดเลือกวัตถุดิบตามฤดูกาล การปรุงแต่ง และกรรมวิธีที่ใช้ในการปรุง ตลอดจนการนำเสนออาหาร ซึ่งสามารถเทียบเคียงได้กับอาหารยุโรปชั้นสูง หรือ “โอต กวีซีน” ของชาติตะวันตก ขณะเดียวกันต้องยอมรับว่า Tsuji เป็นสถาบันสอนประกอบอาหารที่มีชื่อเสียงมาก โดยตลอดระยะเวลานับตั้งแต่ก่อตั้งสถาบันที่ยาวนานกว่า 50 ปี สถาบัน Tsuji ซึ่งมีทั้งหมด 7 สาขาทั้งในญี่ปุ่นและฝรั่งเศส สามารถผลิตเชฟชั้นนำกว่า 135,000 คน ซึ่งเชฟเหล่านี้มีโอกาสได้ร่วมงานกับโรงแรมและภัตตาคารชั้นนำทั่วโลก เหล่านี้เป็นสิ่งที่การันตีความสำเร็จได้เป็นอย่างดี
          "ไคเซกิ คืออาหารคอร์สสุดหรูหราของญี่ปุ่น ใช้วัตถุดิบในฤดูกาลผสมผสานกับศิลปะ ทำให้อาหารแบบไคเซกินั้นมีรูปลักษณะที่สวยงาม โดยเชฟจะต้องคำนึงถึงรสชาติ สีสัน ลำดับการเสิร์ฟ กลิ่น อาหารรสชาติเข้ม-อ่อน โดยจะเป็นการเสิร์ฟอาหารทีละจาน โดยช่วงแรกเริ่มจากอาหารเรียกน้ำย่อย 3 อย่าง คือ เซนไซ หรือ อาหารเรียกน้ำย่อย, Suimono หรือ ซุป จำพวกซุปใสที่มีเนื้อ หรือลูกชิ้นอยู่ข้างใน และ ซาซิมิหรือปลาดิบ ซึ่งอาหาร 3 ชิ้นนี้ จะอยู่ในขั้นตอนแรก หรือบางร้านอาหารจะรวบรัดตัดความเป็น 1 จาน แล้วเรียกเป็น Hassum ก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ต่อมาช่วงที่สอง จะเริ่มด้วย “ยากิโมโนะ” อาหารประเภทย่าง, “มูชิโมโนะ” อาหารประเภทนึ่ง, "นิโมโนะ" อาหารประเภทต้ม, “อากิโมโนะ” ของทอด, "ซุโนโมโนะ" หรือ "อาอิโมโนะ" สลัดหรือ ผักคลุก ทั้งนี้ถ้าเสิร์ฟ “นาเบะโมโนะ” ก็สามารถยุบรวมในช่วงที่สองนี้มาเป็น นาเบะหม้อไฟได้เช่นกัน สำหรับช่วงสุดท้ายของคอร์สไคเซกิ คือ ข้าว, ซุปมิโสะ, ผักดอง โดยทั้งสามอย่างนี้จะเสิร์ฟพร้อมกัน และท้ายที่สุด “เรียวกุฉะ” หรือ ชาเขียว (นิยมเสิร์ฟร้อน) “โอกาชิ” หรือ ขนมหวานแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือสามารถเปลี่ยนเป็นผลไม้สดตามฤดูกาลได้เช่นกัน" อธิการบดีวิทยาลัยดุสิตธานี กล่าว
          สำหรับผู้สนใจสมัครอบรมคอร์สระยะสั้น “ไคเซกิ” รวมถึง Fun Course ที่สามารถเรียนจบภายใน 1 วัน เช่น การทำขนมญี่ปุ่นสำหรับวันวาเลนไทน์ หรือการทำอาหารวันปีใหม่ของญี่ปุ่น สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtc.ac.th
 


เปิดอ่าน