"เลี้ยงบวก ลูกบวก"  เทคนิกเลี้ยงลูกยุค 4.0

การเรียนจากตำราอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อไป

 "เลี้ยงบวก ลูกบวก"  เทคนิกเลี้ยงลูกยุค 4.0

          ในโลกยุคใหม่การเรียนจากตำราอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อไปเด็กๆ ต้องการการดูแลเอาใจใส่ความเข้า ใจอย่างใกล้ชิดจากคุณพ่อคุณแม่ โดยเฉพาะการส่งเสริมพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ เพื่อเป็นคนเก่งและคน ดีรับผิดชอบต่อสังคม สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่  บีทูเอส  จำกัด จึงสร้างโซนใหม่  “เพลย์ แอนด์ เลิร์น" พื้นที่เสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของเด็ก ในแต่ละ ช่วงวัยผ่านหนังสือและสื่อการเล่นเสริมจินตนาการพร้อมกันนี้ได้จับมือ  "หมอโอ๋" พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร กุมารแพทย์ เวชศาสตร์วัยรุ่น คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี  เปิดตัวหนังสือ “เลี้ยงบวก ลูกบวก”  

 "เลี้ยงบวก ลูกบวก"  เทคนิกเลี้ยงลูกยุค 4.0

          สมชัย ถาวรรุ่งโรจน์ กล่าวว่า เมื่อคุณพ่อคุณแม่พาลูกๆ เข้ามาใช้เวลาในโซนนี้แล้วทำให้ เด็กได้เรียนรู้ผ่านหนังสือและของเล่นต่างๆ จนสามารถดึงสิ่งที่เด็กสนใจให้ปรากฏขึ้นได้ชัดเจนมากขึ้นทั้ง ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน  โซน “Play & Learn” เราคัดสรรค์หนังสือไทยและต่างประเทศ หนังสือพัฒนาเด็กเตรียมสอบที่ตอบโจทย์แนวคิกการเลี้ยงลูกเชิงบวกและสื่อเสริมการเรียนรู้ เช่น  ของเล่นเสริมทักษะการฝึกกล้ามเนื้อมัดต่างๆ, การปั้น, art for kids ทักษะเสริมจินตนาการ การสอนวาดระบายสี หรือแม้กระทั้ง  board game สำหรับการฝึกคิด วิเคราะห์ ฝึกการตัดสินใจ  

 "เลี้ยงบวก ลูกบวก"  เทคนิกเลี้ยงลูกยุค 4.0

นพ.ชัชพล เกียรติขจรธาดา นักเขียนแนววิทยาศาสตร์-พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร

          ขณะที่ "หมอโอ๋" เจ้าของหนังสือ “เลี้ยงบวก ลูกบวก” ผู้นำแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวกได้ ร่วมพูดคุยบนเวที พร้อมเผยเทคนิคในการเลี้ยงลูกที่อธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์การพัฒนาสมองของมนุษย์ และในแนวคิดการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่คุณพ่อ-คุณแม่ยุคใหม่ควรรู้พร้อมแนะนำเคล็ดลับในการเลี้ยงลูกอย่าง มีความสุขในยุคโซเชี่ยลฯ ได้อย่างลงตัว​ โดยหมอโอ๋กล่าวว่า 
           "การเลี้ยงลูกเชิงบวก คือวิธีการเลี้ยงลูกที่เข้าใจหลักการทำงานของสมองในทางวิทยาศาสตร์โดย เน้นการเลี้ยงลูกด้วยความรัก ความเข้าใจในความแตกต่างและความหลากหลายในตัวเด็กแต่ละคน เราจะ ใช้ระเบียบวินัยเป็นเครื่องมือในการเลี้ยงดู ไม่ใช้ความรุนแรงทั้งคำพูดและการกระทำ แต่เราใช้วิธีการสอน หรือการโค้ชชิ่ง เพื่อให้เด็กได้เห็นผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาสังคมไทยเติบโตมากับวัฒนธรรมเชิง อำนาจและวัฒนธรรมเชิงลบ โดยคุณพ่อคุณแม่จะมีอำนาจเหนือลูก ครูมีอำนาจเหนือศิษย์ จึงใช้วิธีการ บังคับ ขู่ ทำให้กลัวและตีให้หลาบจำซึ่งแตกต่างจากการเลี้ยงลูกเชิงบวกที่เราจะไม่ทำร้ายตัวตนของเด็กไม่ สร้างบาดแผลในระหว่างการเติบโตแต่เราจะให้คำชื่นชมให้กำลังใจสอนให้ลูกเรียนรู้ผลลัพธ์ตามธรรมชาติ และฝึกให้เขามีวินัยอย่างสม่ำเสมอ หมอเชื่อว่า นี่เป็นผลพวงจากการเลี้ยงดูที่เข้าใจธรรมชาติของสมอง มนุษย์ ซึ่งนำไปสู่การเลี้ยงลูกเชิงบวกนั่นเอง" 

 "เลี้ยงบวก ลูกบวก"  เทคนิกเลี้ยงลูกยุค 4.0

          ปิดท้ายคุณแม่ยุคใหม่  "นิหน่า" สุฐิตา ปัญญายงค์  ร่วมแชร์ประสบการณ์ ตอนรู้ตัวว่า กำลังจะเป็นแม่ก็คิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องยากพอลูกโตรู้เรื่อง เริ่มเป็นตัวของตัวเองรู้สึกว่าการเลี้ยงลูกยาก ขึ้นเรื่อยๆ จนมารู้จักหนังสือคุณหมอโอ๋ ทำให้นิหน่ารู้สึกเหมือนได้อ่านประสบการณ์การเลี้ยงลูกด้วยหัวใจ เลี้ยงด้วยความสุข สุขทั้งพ่อแม่ สุขทั้งลูก ทำให้เรารู้สึกถึงการเป็รพ่อแม่ที่ทำให้เราอยากพัฒนาตนเองให้ ดีขึ้นเพื่อสร้างคนๆหนึ่ง ให้เติบโตเป็นบุคคลคุณภาพ เป็นคนดี มีความสุขในสังคมบนโลกกลมๆ ใบนี้


เปิดอ่าน