ฟังคนดังบริหารสตางค์ในกระเป๋า

เมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่มีวินัยทางการเงินที่ดีแล้ว ก็จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงเป็นที่มาของโครงการ "ฉลาดคิด ฉลาดใช้"

      เพื่อส่งเสริมให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจและเห็นความสำคัญของการมีวินัยทางการเงินที่ดี เพราะกลุ่มน้องๆ นักศึกษา ก็คือ วัยทำงานในอนาคต และเมื่อกลุ่มคนรุ่นใหม่มีวินัยทางการเงินที่ดีแล้ว ก็จะเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป จึงเป็นที่มาของโครงการ “ฉลาดคิด ฉลาดใช้" โดย ฐากร ปิยะพันธ์ ประธานกรรมการ กรุงศรี คอนซูมเมอร์ จัดขึ้นเพื่อให้ความรู้ด้านการบริหารการเงินส่วนบุคคลกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ ผลักดันให้คนรุ่นใหม่หันมาออมเงินให้ได้ 20 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงการจัดโครงการประกวดสื่อให้ความรู้ทางการเงินสำหรับนักศึกษาทั่วประเทศ เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายนนี้

ฟังคนดังบริหารสตางค์ในกระเป๋า

ฐากร ปิยะพันธ์

       ภายในงานยังได้รับเกียรติจากเซเลบริตี้คนเก่ง “ทิม” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีอีโออกริฟู้ด จำกัด ผู้เคยฝ่าฟันวิกฤติเศรษฐกิจจนปลดหนี้ 100 กว่าล้านให้แก่ครอบครัว และ “ต้า” รรินทร์ ทองมา เจ้าของแบรนด์กระเป๋าและรองเท้า O&B ที่เริ่มต้นธุรกิจด้วยเงินหลักหมื่นจนกลายเป็นนักธุรกิจร้อยล้าน มาร่วมพูดคุยถ่ายทอดแนวคิดและวิธีการบริหารการเงินส่วนบุคคล ที่อีเว้นท์ สเปซโกลว์ฟิช ชั้น 4, เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ เมื่อวันก่อน

ฟังคนดังบริหารสตางค์ในกระเป๋า

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

       “ทิม” พิธา กล่าวว่า หลักการคิดเรื่องการเงินง่ายๆ ของตัวเองคือ เราควรเป็นเจ้าของเงิน ไม่ใช่ให้เงินมาเป็นเจ้าของเรา เราควรให้เงินทำงานแทนเราไม่ใช่เราต้องไปทำงานเพื่อล่าเงินเพราะเราจะรู้สึกไม่มีความสุขในการทำงาน ดังนั้นการรู้จักการออมเงินและการบริหารการเงินให้ดีจะสามารถทำให้เราสามารถเป็นเจ้าของเงินได้ หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นคนที่มีอิสรภาพทางการเงิน นอกจากการออมแล้วการรู้จักฉลาดใช้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญ ตัวเองมีหลักการซื้อง่ายๆ คือ “อะไรที่ซื้อง่าย ขายยาก อย่าไปซื้อ แต่อะไรที่ซื้อยาก ขายง่าย ให้ซื้อ” เวลาผมจะซื้ออะไรแพงๆ จะหยิบสิ่งนั้นมาคิดไม่น้อยกว่าห้าครั้ง เพื่อดูว่าผมต้องการสิ่งนั้นจริงๆ หรือเปล่า ถ้าต้องการจริงก็ซื้อแต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ซื้อ สุดท้ายอยากฝากถึงคนรุ่นใหม่ว่า เวลามีมูลค่า ถ้าเราคิดได้เร็วออมเร็ว เราก็จะได้ประโยชน์จากเงินออมหรือเงินลงทุนที่งอกเงยขึ้น มีโอกาสมีชีวิตที่มีอิสรภาพเร็วกว่าคนอื่น

ฟังคนดังบริหารสตางค์ในกระเป๋า

รรินทร์ ทองมา

        ต่อด้วยสาวเก่ง “ต้า” รรินทร์ กล่าวว่า ถ้าย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ต้าเป็นคนหนึ่งที่ไม่มีเงินออมเลย จะใช้ให้ชนเดือนยังเป็นเรื่องที่ยากมาก จึงคิดวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดเป็นจุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจ แต่ปีแรกที่เริ่มทำธุรกิจ ต้าถือว่าเป็นคนที่ล้มเหลวทางการบริหารการเงิน เพราะไม่มีการแบ่งบัญชีค่าใช้จ่าย เราขายรองเท้าได้เยอะแต่เราก็หมดเงินไปกับการใช้จ่ายส่วนตัวเยอะโดยที่เราไม่รู้ตัวจนทำให้ผลกำไรในปีแรกเหลือน้อยมาก แต่สิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้นก็ถือเป็นบทเรียนอันสำคัญในชีวิต ทำให้ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารการเงินมากขึ้น หลังจากที่เราเรียนรู้จากสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น ต้าจึงหันมาแบ่งแยกบัญชีที่ใช้สำหรับการออมเงินเพื่อนำไปลงทุนในธุรกิจเพิ่ม และบัญชีสำหรับการใช้จ่ายส่วนบุคคล ทำให้สามารถที่จะจำกัดค่าใช้จ่ายในชีวิตของเราได้ ปัจจุบันเรามีความเชื่อว่าถ้าเราเก็บเงินก้อนในบัญชีไว้เยอะๆ เงินจะเรียกเพื่อนมาเรื่อยๆ เวลาเราเก็บเงินออมให้เราคิดถึงความสุข ความสบายในอนาคต มันจะทำให้เรามีกำลังใจในการออมมากขึ้น


เปิดอ่าน