นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

ความงดงามของธรรมชาติและวิถีชีวิตชาวเล

          ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้การท่องเที่ยวแบบเข้าถึงวิถีชีวิตคนท้องถิ่นสไตล์เรียบง่าย  กำลังได้รับความนิยมจากคนเมืองที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย (บางช่วงบางขณะ) เป็นอย่างมาก และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังรู้สึกเช่นนี้ อยากจะชวนไปเที่ยวเล่นที่ “เกาะยาวน้อย” จังหวัดพังงา...

นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

สีขาวนวลตาพาให้สบายกายใจ

          ครั้งนี้มีโอกาสได้เข้าพักที่โรงแรมสมาชิกใหม่ในเครือ “เคป แอนด์ แคนทารี โฮเทลส์” มีชื่อฟังแล้วดูน่าค้นหา “เคปกูดู เกาะยาวน้อย” เจ้าของรางวัลโรงแรมขนาดเล็กที่หรูหราที่สุดในโลก (SLH- Small Luxury Hotels of the World)  แต่เอาเข้าจริงๆ พอได้ย่างกรายเข้าไปสัมผัส กลับรู้สึกเหมือนเรากำลังไปเยี่ยมบ้านญาติหรือบ้านเพื่อนสนิท ในบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง ทว่าอบอุ่นด้วยน้ำใจไมตรี ส่วนหนึ่งอาจเป็นด้วยโทนสีขาวมองไปทางไหนก็สบายตาและสดชื่นรื่นรมย์ บวกกับการออกแบบให้พักทั้งแบบ Duluxe. Pool Villa และ Robinson Crusoe Suite มีความโปร่งโล่งอากาศถ่ายเทได้อย่างคล่องตัว โดยไม่จำเป็นต้องนอนฝังตัวเองอยู่ในห้องแอร์คอนดิชั่นประหนึ่งว่ากำลังติดอยู่ในคอนโดหรูกลางเมืองที่ไหนสักแห่ง...เมื่อเริ่มต้นด้วยการพูดถึงโรงแรมแล้วขอต่ออีกเรื่องซึ่งใหญ่มากไม่แพ้ที่หลับที่นอนก็ต้องยกให้เรื่องอาหารการกิน !!! สิ่งสำคัญต้องรู้ก่อนว่าที่เกาะยาวน้อยแห่งนี้มีประชากรชาวไทยนับถือศาสนาอิสลามร้อยเปอร์เซ็นต์ อาหารในโรงแรมจึงไม่เน้นเนื้อหมู แต่รสอาหารไทยท้องถิ่นบอกได้เลยเด็ดมาก ขณะเดียวกันก็ยังมีอาหารนานาชาติไว้บริการด้วย

นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

          ส่วนเรื่องสันทนาการบนเกาะยาวน้อยแห่งนี้ หากเลือกจะใช้ชีวิตสงบภายในโรงแรมไม่เคลื่อนตัวไปไหนก็มีทั้ง เคปสปา, สระว่ายน้ำ บาร์และคาเฟ่ ไว้คอยบริการ ในทางกลับกันไหนๆ ก็หอบหิ้วร่างข้ามฟ้าข้ามน้ำไปจนถึงแหล่งธรรมชาติอันงดงามและวิถีชุมชนสุดจะเรียบง่ายแล้ว ถ้าไม่ออกไปสัมผัสซะหน่อยถือว่าพลาดอย่างแรง..!!

 นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

นักท่องเที่ยวเพลินกับการเพ้นท์ผ้าบาติก

        สำหรับทริปนี้ขอแบ่งออกเป็น 2 เส้นทาง เพื่อความเข้าใจและเข้าถึงง่ายๆ เส้นทางแรกจะชวนไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนบนเกาะ ถ้ากังวลเรื่องการเดินทางล่ะก็ ขอบอกว่าบนเกาะมีรถสองแถวแบบเหมาจ่ายในสนนราคา 800 บาทต่อนักท่องเที่ยว 6 คน (แต่ถ้าต้องการแวะรับประทานอาหารต้องจ่ายค่าเสียเวลาเพิ่มอีกนิดหน่อยเป็น 1,000 บาท) เริ่มจาก “กิจกรรมเพ้นท์ผ้าบาติก” โดยกลุ่มแม่บ้านท่าเขาสาธิตทำผ้าบาติก หัตถกรรมขึ้นชื่อ หากใครที่ชื่นชอบสามารถเลือกซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือกันได้มีหลายขนาดหลายราคา “น้องมีนา” ผู้ทำหน้าที่ไกด์ตลอดทริป แนะนำว่าควรเป็นกิจกรรมแรก เพราะขั้นตอนการทำผ้าบาติก (ผืนใหญ่) ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ ถึงสองวันกว่าสีจะแห้ง เมื่อลงลวดลายได้ดังใจแล้วก็ปล่อยทิ้งไว้แล้วไปตะลอนเที่ยวชม “วิถีไร่นาสวนผสม” ที่บ้าน “ป๋าบ่าว” และ “มะยะ” (จรรยา) สองตายายที่ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าว-ปลูกมะพร้าวปลูกพืชผักปลูกทุกอย่างที่อยากกิน และเลี้ยงปลา บนพื้นที่ 3 ไร่ ในแบบที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงสอนไว้เด๊ะๆ แค่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปเยี่ยมหา ป๋าบ่าวเอาตะขอสอยมะพร้าวให้มะยะปอกรับรองแขก ลูกละ 30 บาท วันหนึ่งอยู่ได้อย่างสบาย ไม่ต้องตะเกียกตะกายออกไปหางานหาเงินเหมือนอย่างเราๆ....ทั้งตายายสองคนไม่รู้จัก “สโลว์ไลฟ์” คืออะไร...แต่สำหรับคนเมืองที่โหยหาความเรียบง่ายในชีวิต ถึงกับร้อง เฮ้ย!!! มันใช่เลย...

นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

น้ำมะพร้าวจากต้นที่บ้านมะยะหวานหอมชื่นใจ

         นอกจาก “จุดชมวิวท่าเขา” อีกสองแห่งบนเกาะยาวน้อยที่ต้องขอเอ่ยถึง นั่นคือร้านอาหาร “เกาะยาวท่าต้นโดซีฟู้ด” ที่มี “มะนะ” หรือ อามีนะ เป็นเจ้าของและแม่ครัวมือหนึ่ง รสชาติอาหารทะเลว่าสดหวานแล้ว แต่น้ำใจของ “มะนะ” ยังหวานหอมกว่าหลายเท่า แค่ได้ยินเราบอกว่าอยากกินน้ำชุบ (น้ำพริกใต้) และผักพื้นบ้าน นอกเหนือจากรายการอาหารที่สั่งไว้ มะก็ไม่รีรอ เข้าครัวตำให้กินสองครกใหญ่...ฟรีอีกต่างหาก แถมยังย้ำว่าถ้าคราวหน้าจะมากินที่ร้านให้โทรศัพท์มาบอกก่อนว่าอยากกินอะไรจะเตรียมไว้ให้...ยิ่งได้ใจกว่า “มะนะ” ออกปากว่าถ้ามาเกาะยาวน้อยแล้วไม่มีที่นอนก็ให้มาหามานอนที่บ้านมะได้เลย...จบมื้อนี้ไม่รู้ว่าอิ่มท้องกับอิ่มใจอย่างไหนแน่นกว่ากัน และสำหรับคนติดหวาน “โรตี” เป็นของหากินง่ายเหลือเกิน เพราะมีขายอยู่หลายแห่ง แต่ละร้านเครื่องเคราที่เอาไว้ล่อใจสายหวานเต็มที่ทั้งไข่ ทั้งกล้วย ทั้งมะพร้าวอ่อน สนนราคามีตั้งแต่ 10-40 บาท ส่วนเวลาขายเปิดสี่โมงเย็น-สี่ทุ่ม....อิ่มคาวล้างปากด้วยหวาน ว่าแล้วก็คลานขึ้นเตียงงีบหลับสบาย เก็บแรงไว้ลุยเล กันอีกวัน

นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

"บังหนีด"โชว์กุ้งมังกรต้อนรับนักท่องเที่ยว

          ถึงคราวสำเริงสำราญกลางทะเลอันดามัน “น้องมีนา” หน้ามนต์คนเดิมทำหน้าที่พาเราลงเรือแลเล อีกหนึ่งวัน โดยครั้งนี้มีหมุดหมายเป็นเกาะแก่งหลายแห่งด้วยกันไล่ตั้งแต่ เกาะไร่ เกาะเหลากันตู เกาะผักเบี้ย เกาะลาดิง ซึ่งแต่ละแห่งก็มีทัศนียภาพงดงามต่างกันไปทั้งบนน้ำและใต้น้ำตามความถนัดของนักท่องเที่ยวแต่ละคนแต่ละกรุ๊ป ส่วนที่เป็นไฮไลท์ต้องยกให้ “กระชังปลา-กุ้งมังกรบังหนีด” หรือ เกษม นิลสมุทร นับเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่นักท่องเที่ยวต้องแวะเข้าเช็กอิน เจ้าของกระชังปลาวัยสี่สิบปลายๆ เล่าว่า ช่วงแรกเน้นเลี้ยงปลาส่งร้านอาหารบนเกาะตามประสาชาวเลทั่วไปนั่น แต่ว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาดูปลาในกระชังบ่อยเข้าจึงมีการบอกต่อ กระทั่งทุกวันนี้ไม่มีว่างเว้น สร้างรายได้เสริมที่เปิดให้เข้าชมคนละ 50 บาท กลับกลายเป็นรายได้หลัก...ขนาดเจ้าตัวยังงงว่า อะไรคืองานหลักอะไรคืองานเสริม ???? แต่ที่แน่ๆ ทุกวันนี้ “กระชังปลาบังหนีด” กลายเป็น “กระชังปลาระดับเซเลบริตี้ประจำเกาะยาวน้อย" ไปแล้วล่ะคุณ 

นอนหรูเที่ยวดูวิถีผู้คนยลเลสวย@เกาะยาวน้อย

สายัณห์สวัสดิ์ที่เกาะยาวใหญ่

          และก่อนโบกมืออำลาตะวันที่คล้อยตัวลงแตะขอบน้ำมาเรื่อยๆ อีกหนึ่งหมุดหมายของทริปนี้เรานั่งเรือตัดเกลียวคลื่นไปจบวันเที่ยวสวยๆ กันที่ “เกาะยาวใหญ่” ที่นี่ถ้าไปถึงเร็วสักหน่อยจะได้สนุกสนานกับการเรียนรู้วิธี “งมหอยชักตีน” หากได้เยอะก็เอากลับมาลวกสุกกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดแซบๆ อีกด้วย... สำหรับการทริปออกเรือแลเลอย่างเต็มรูปแบบใช้เวลาประมาณ 4-5 ชั่วโมง ราคาเหมาจ่ายไม่เกิน 2,500 บาท แถมมีอาหารปิ่นโตกิ๊บเก๋ให้กินเบาๆ ระหว่างทางด้วยล่ะ
...ทะเลสวยใส วิถีชีวิตเรียบง่าย น้ำใจไม่น้อย ที่ยังมีอยู่จริงที่... “เกาะยาวน้อย” !! 
 

เรื่อง : ภาพ...กอบแก้ว แผนสท้าน
 



เปิดอ่าน