สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

ชีพจรลงเท้าไปสัมผัสวิถีชีวิต แม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาที่มีอายุกว่า 100 ปี มีความอุดมสมบูรณ์และอากาศหนาวเย็นตลอดปี

     สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

   จากริมระเบียงร้านชมนกชมไม้

     เพื่อส่งเสริมให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวเกิดความรักธรรมชาติอยากดูแลป่า และเพื่อประโยชน์ของคนในหมู่บ้านให้มีรายได้และมีงานทำ เป็นการช่วยเศรษฐกิจของคนหมู่บ้านดอยสะเก็ดให้มีความเป็นอยู่ที่ดีและยั่งยืน จึงเป็นที่มาของความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ภายใต้โครงการ "ปลูกป่าประชารัฐ" โดยมีหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญอย่าง เอียน ลีโอนาร์ด ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารไฟลท์ ออฟ เดอะ กิบบอน นำทีมอาสาสมัครนำต้นกล้าจากกรมป่าไม้จำนวน 7,780 ต้น ลงแรงปลูกที่อุทยานแห่งชาติแม่ตะไคร้ ต.ป่าเมี่ยง อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดย วิจิตร หลังสัน นายอำเภอดอยสะเก็ด ให้เกียรติเป็นประธาน เมื่อวันก่อน​

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

วิจิตร หลังสัน-เอียน ลีโอนาร์ด

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

นักเรียนปลูกป่า

     หลังจากปลูกป่า คณะสื่อมวลชนเดินทางออกนอกเมืองไปสัมผัสวิถีชีวิต แม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาที่มีอายุกว่า 100 ปี มีความอุดมสมบูรณ์และอากาศหนาวเย็นตลอดปี เหมาะกับการปลูกเมี่ยง (ชา) และกาแฟซึ่งกลายเป็นอาชีพหลักของชาวบ้าน บรรยากาศของแม่กำปองช่วงหน้าฝนเรียกว่ากำลังเย็นสบายเลยทีเดียว ตามข้างทางจะมีดอกไม้สีเหลืองแดงขึ้นตลอดข้างลำธาร ชาวบ้านเรียกว่า "ดอกกำปอง" ที่มาของชื่อหมู่บ้าน สามารถเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวหรือรถเช่าวันละ 800-1,000 บาท หรือถ้าไปเป็นกลุ่ม จะเหมารถตู้หรือรถเหลืองจากกาดหลวงขึ้นไปก็ได้ แม่กำปองมีร้านกาแฟเรียงรายอยู่ตามทาง แถมร้านอาหารพื้นเมืองของที่นี่น่ารับประทานและราคาถูก ได้บรรยากาศที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างแท้จริง...

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

เฮือนกาแฟ

      รับประทานอาหารเสร็จเเล้วเราเข้าไปเยี่ยมชมวัดประจำหมู่บ้าน วัดคันธาพฤกษา มีอายุมากถึง 85 ปี เป็นวิหารที่ทำจากไม้สักทองทั้งหลัง เรียกว่าเป็นอันซีนอีกที่หนึ่งที่สร้างในรูปแบบสถาปัตยกรรมล้านนาโบราณและตัวโบสถ์ยังตั้งอยู่กลางลำธารของแม่กำปองอีกด้วย มองทางไหนก็เห็นธรรมชาติโอบล้อม เลยวัดไปอีกนิดเจอ เฮือนบอกฮัก ร้านขายเสื้อผ้าพื้นเมืองราคาถูก หน้าร้านเป็นรูปผู้บ่าวกระซิบบอกฮักผู้สาว ให้คู่รักไปถ่ายรูปเลียนแบบ...ใช้เวลาเดินขึ้นเขากันอีกหน่อยก็จะเป็นร้านกาแฟอีกแห่งหนึ่ง ถือว่าเป็นจุดเช็กอินที่คนนิยมไปถ่ายรูปมากที่สุดที่หนึ่งคือ ร้านชมนกชมไม้ ริมระเบียงของร้านจะเห็นวิวแทบทั้งหมดของทั้งหมู่บ้าน บรรดาคู่รักนิยมไปถ่ายตรงนี้กัน เรียกได้ว่าเป็นอีกที่หนึ่งที่ห้ามพลาด

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

 วัดคันธาพฤกษา

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

อากาศเย็นสดชื่น

     กลับมาดูที่พักบ้าง โฮมสเตย์ที่พักอยู่เป็นบ้านพัฒนาตัวอย่างปี 2550 ที่พักที่นี่ราคาไม่เเพง คืนละ 520 บาทต่อคน มีอาหารให้สองมื้ออร่อยอย่าบอกใครเชียว... ช่วงค่ำๆ หากยังไม่เหนื่อยเกินไป บริเวณใกล้ๆ กับที่พักยังมีร้านกาแฟให้นักท่องเที่ยวได้นั่งรับลมเย็นๆ ฟังเสียงจิ้งหรีดให้ความรู้สึกสไลว์ไลฟ์ ก่อนที่จะไปพักผ่อนเพื่อเอาแรงไปผจญภัยพรุ่งนี้

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

พร้อมเหินเวหาหรือยัง?

     รุ่งขึ้น เดินทางไป “ไฟลท์ ออฟ เดอะ กิบบอน” การท่องเที่ยวผจญภัยเชิงอนุรักษ์ด้วยการโหนสลิงเหินเวหาหรือ “ซิปไลน์” เพื่อสัมผัสกับความงามของธรรมชาติอย่างใกล้ชิด โดยเส้นทางการผจญภัยถูกดีไซน์ให้มีความหลากหลายคือมีความสูงและความยาวที่ต่างกัน เพื่อให้นักผจญภัยตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น เช่น การเดินบนสะพานลอยฟ้า, การโรยตัวลงมาจากต้นไม้ใหญ่ซึ่งมีความสูงกว่า 40 เมตร, กระโดดลอยตัวกลางอากาศแบบซูเปอร์แมน, และที่พลาดไม่ได้คือการเหินเวหาบนซิปไลน์ที่มีความยาวถึง 800 เมตร เป็นต้น หากใครชอบกิจกรรมผจญภัยที่ท้าทายความสูง ความหวาดเสียวและน่าตื่นเต้น ขอแนะนำกิจกรรมนี้เลย...

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

นิวยอร์ก ชีสเค้ก

      หลังจากปลดปล่อยพลังไปกับการโหนสลิงจนแทบหมดแรง พวกเราพาตัวกลับออกมาแล้วมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ แวะคาเฟ่ร่วมสมัยสุดชิค “คาเฟ่ เดอ โอเอซิส” มีทั้งอินดอร์เเละเอาท์ดอร์ ให้นั่งจิบกาแฟ เมาท์มอยกับเพื่อนๆ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีห้องส่วนตัวให้ประชุมหารือกันได้อีกด้วย เรียกว่ามีหลายมุมหลายฟังก์ชั่นสำหรับคาเฟ่แห่งนี้ ในส่วนของรายการอาหารมีให้บริการทั้งคาว-หวาน และจานเด็ดที่เป็นสูตรต้นตำรับที่เจ้าของพร้อมนำเสนอก็คือ “นิวยอร์กชีสเค้ก” เรื่องรสชาติขออุบเอาไว้ไม่บอก ถ้าอยากรู้ต้องไปลองชิมกันเอาเอง สำหรับพิกัดขอแจ้งว่าอยู่ถนนข้างศูนย์ประชุมนานาชาติเชียงใหม่ ถนนเลียบคลองชลประทาน ก่อนถึงสนามกีฬา 700 ปี !!!...

สัมผัสเสน่ห์บ้านเเม่กำปอง (อีกครั้ง)

วัดเชียงมั่น

    ...เมื่อเติมพลังกันแล้ว เราจึงเข้าสู่กิจกรรมขี่ “เซกเวย์” ชมวิถีชีวิตคนเมืองและวัดเก่าแก่ในตัวเมืองเชียงใหม่ เช่น วัดเชียงมั่น ที่ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในตัวเมืองเชียงใหม่และเป็นวัดแห่งแรกในเขตกำแพงเมือง มีวิหารหลวงสร้างแบบล้านนาและเจดีย์ช้างล้อม ที่มีฐานเป็นช้างล้อมรอบ สำหรับผู้ที่จะไป “วัดเชียงมั่น” แห่งนี้ วัดตั้งอยู่ถนนราชภาคินัย สามารถใช้เส้นทางเดียวกับวิ่งเข้าคูเมืองด้านในซึ่งเป็นทางวันเวย์หรือนั่งรถแดงที่ให้บริการรอบเมือง ค่าโดยสารแล้วแต่ระยะทาง

     จบแล้วสำหรับทริปการผจญภัยทั้งนอกเมืองและในตัวเมืองเชียงใหม่ สัมผัสวิถีชีวิตและเรียนรู้ความเป็นอยู่ของชาวบ้านที่แม่กำปอง ได้มาเปิดประสบการณ์เอาชนะความกลัวอย่างการโหนสลิงเหินเวหา ชมบรรยากาศดีๆ ในร้านกาแฟบนดอย และเที่ยวชมรอบเมืองเชียงใหม่ ทำให้เราได้เห็นมุมมองต่างๆ ในตัวเมือง ซึ่งอาจจะมีความทันสมัยเข้ามาบ้าง แต่วัดวาอารามบรรยากาศในเมืองยังคงเสน่ห์แบบล้านนาไว้ไม่เลือนหาย ทั้งหมดนั้นคือความประทับใจและความทรงจำดีๆ ที่มีให้แก่เมืองเชียงใหม่และแม่กำปอง

เรื่อง-ภาพ โดย อภิชนันท์ ลีละนันทชาติ 



เปิดอ่าน