ผู้เชี่ยวชาญแนะเทคนิคเลี้ยงลูกวัย 8-13 ปี

พ่อแม่ควรเปิดใจ และส่งเสริมความถนัดของลูกเป็นสิ่งสำคัญ

    ยุคสมัยเปลี่ยนไป แนวทางการเลี้ยงลูกก็แปรไปตามสภาพสังคมเช่นกัน หากจะบอกว่าการเลี้ยงลูกสมัยนี้ยากกว่าสมัยก่อนมากก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก ด้วยสาเหตุของสื่อและสิ่งเร้าต่างๆ ที่มากระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมเบี่ยงแบนไปจากที่ควรจะเป็น รวมไปถึงวิธีการเลี้ยงลูกของเด็กแต่ละช่วงวัยก็แตกต่างกันไป จนอาจทำให้คุณพ่อคุณแม่เองก็อาจรับมือไม่ทัน
    นานมีบุ๊คส์ ในฐานะผู้ผลิตหนังสือสำหรับคนทุกเพศทุกวัย เข้าใจดีว่าเด็กจะเติบโตเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคมได้นั้น ความสำคัญอยู่ที่ความแข็งแรงของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะพ่อแม่ที่เป็นผู้บ่มเพาะเลี้ยงดูลูกตั้งแต่เล็กจนโต จึงใช้โอกาสครบรอบ 25 ปี ทำงานร่วมมือกับเครือข่ายครอบครัว โดยจัดกิจกรรม Workshop สำหรับพ่อแม่ โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญ ร่วมให้ความรู้กับคุณพ่อคุณแม่ ที่มีลูกในช่วงวัยตั้งแต่ 0-7 ปี และ 8-13 ปี เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้พ่อแม่ มีวิธีการเลี้ยงลูกแบบของ positive parenting หรือการเลี้ยงลูกเชิงบวก เพื่อให้เด็กมีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์และใช้ชีวิตอย่างมีความสุข
    โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นานมีบุ๊คส์ ได้จัด Workshop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8 - 13 ปี” โดยมี ผศ.นพ. พนม เกตุมาน ประธานชมรมจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น ร่วมให้ความรู้และแนะนำแนวทาง โดยกล่าวว่า “เด็กวัย 8-13 ปี เป็นวัยที่กำลังเปลี่ยนแปลงจากวัยเด็กสู่วัยรุ่น เด็กในวัยนี้จึงมีการปรับตัวค่อนข้างเยอะ ที่เห็นเด่นชัดคือ เรื่องอารมณ์ และการค้นหาตัวตนของตัวเอง ในด้านอารมณ์ เด็กจะเริ่มแสดงอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิดของตัวเอง เริ่มเถียง ไม่ฟัง มีคิดต่างจากพ่อแม่บ้าง ไม่ชอบถูกสั่งให้ทำ เพราะรู้สึกเสียความเป็นตัวเอง ฉะนั้นแนวทางการเลี้ยงลูกวัยนี้คือ พ่อแม่จะพูดอยู่ฝ่ายเดียวไม่ได้ แต่ต้องเปิดใจฟังลูกเยอะๆ เพื่อให้รู้จักตัวตนเขามากๆ โดยใช้การตั้งคำถาม ว่าลูกคิด รู้สึกอย่างไร เช่นเรื่องที่เราจะสอนเขา ลองใช้คำถามให้เขาคิดเองก่อน หาคำตอบด้วยตัวเอง การที่ลูกคิดเองได้ ก็มีแนวโน้มที่เขาจะทำตามนั้นสิ่งนั้นได้ดี พ่อแม่แค่คอยชมเมื่อเขาคิดหรือทำได้ถูก เด็กก็จะค่อยเติบโตๆจากภายในพัฒนาไปเป็นวัยรุ่นที่สมบูรณ์ ทำให้ชีวิตวัยรุ่นมีความเสี่ยงน้อย”
    “อีกด้านเด็กจะเริ่มมีความชอบความถนัด เริ่มค้นหาตัวตนของตัวเอง การปรับตัวให้เข้ากับเพื่อน การทำตามกฎระเบียบของโรงเรียน เรียนรู้การใช้ชีวิตทางสังคมมากขึ้น คุณพ่อคุณแม่ควรหาให้ได้ว่าลูกจะมีจุดเด่นอะไร และหาทางส่งเสริมให้ถูกทาง ให้ตัวตนของเขาแสดงออกมาชัดเจน โดยไม่เน้นเรื่องเรียนอย่างเดียว แต่ควรเปิดโอกาสให้เด็กได้ทดลอง สัมผัสกับการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ สิ่งไหนที่เขาทำได้ดี ก็ส่งเสริมให้เป็นจุดเด่น รวมถึงฝึกความกล้าแสดงออก และกล้าเปิดเผยเรื่องของตัวเองกับพ่อแม่”
    “การ Work shop จึงเน้นเรื่องการสะท้อนความคิดความรู้สึกของเด็กให้พ่อแม่เข้าใจ โดยพ่อแม่ก็ต้องรู้จักสะท้อนความรู้สึกของตัวเองก่อนเช่นกัน เราจะได้เข้าใจเด็กมากขึ้น และไม่เอาตัวเองเป็นตัวตั้ง ไม่เอาความคาดหวังของตัวเองมากดดันกับลูก การสะท้อนคิดจะทำให้เรารู้จักตัวตนของตัวเองและของลูกมากขึ้น เตรียมที่จะพัฒนาไปเป็นบุคลิกภาพของเขา เมื่อเข้าสู่วัยรุ่นต่อไป” 
     ภายในการ Work shop คุณหมอ ให้คุณพ่อคุณแม่สะท้อนสิ่งที่ตนเองคาดหวังให้ลูกเป็นเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ หลังจากนั้นจับกลุ่มแบ่งปันสิ่งที่คิดกับพ่อแม่ท่านอื่นๆ พร้อมแชร์ปัญหาที่พบ และแนวทางแก้ไขซึ่งกันและกัน โดยมีคุณหมอคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด
    การเลี้ยงลูกแต่ละวัยความมีความแตกต่างกัน รวมถึงปัจจัยและความเสี่ยงที่จะต้องพบเจอ หากคุณพ่อคุณแม่ มีความรู้และประสบการณ์ก็จะสามารถรับมือและแก้ปัญหาได้ทันท่วงที เสมือนเป็นเกาะป้องกันให้ลูกเติบโตอย่างเหมาะสมและสมวัยได้ไม่ยาก
    สำหรับ Work shop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 8 - 13 ปี” นี้ เป็นหลักสูตรต่อเนื่องจำนวน 2 ครั้ง ระยะห่างกัน 4 เดือน โดยคุณพ่อคุณแม่ที่มาเข้าร่วมครั้งนี้จะนำคำแนะนำไปปรับใช้ และนำกลับมาแชร์ร่วมกันในครั้งต่อไปในวันเสาร์ที่ 28 ตุลาคม 2560 (หรือถ้าใครยังไม่เคยเข้าก็สามารถมาเข้าได้เช่นกันในวันดังกล่าวเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการเลี้ยงลูกที่หลากหลายรูปแบบ) ด้าน Work shop “Positive Parenting ความสำคัญของการเลี้ยงดูสู่การเรียนรู้ของลูกวัย 0-7 ปี” จะจัดขึ้นอีกครั้งในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคมคม 2560 คุณพ่อคุณแม่ที่สนใจยังสามารถสมัครเข้าร่วมได้ที่ โทร. 0-2662-3000 ต่อ 5226, 4425, 4441 หรือ 08-5090-9162


เปิดอ่าน