“BMW ซีรีส์ 5”ลดน้ำหนัก เพิ่มคล่องตัว

ซีรีส์ 5 ใหม่ เปิดตัวช่วงงานบางกอก มอเตอร์โชว์ ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ชมไม่น้อยทีเดียว 

ซึ่งโฉมใหม่ที่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 7 มีบุุคลิกที่ดูเด่นกว่าโฉมที่ผ่านมาพอควร ในมุมมองของผมเห็นว่าให้ทั้งอารมณ์สปอร์ตและหรูหราที่ผสมผสานกันได้กลมกลืน

มองเผินๆ เหมือนมันเตี้ยลง แต่จริงๆ แล้วมันสูงขึ้นเล็กน้อยจากรุ่นเดิม คือ 2 มม. แต่ด้วยความที่ความยาวเพิ่ม 36 มม. ความกว้างเพิ่ม 8 มม. และเส้นสายต่างๆ ทำให้ดูเหมือนเตี้ยลง

มี 2 รุ่นย่อย คือ 530i M Sport ค่าตัว 4.39 ล้านบาท และ 520d Luxury 3.89 ล้านบาท

“BMW ซีรีส์ 5”ลดน้ำหนัก เพิ่มคล่องตัว

520d มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ตัวเก่ง ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิด 400 นิวตันเมตร เมื่อบวกกับโครงสร้างตัวถังที่ใช้วัสดุพวกอะลูมิเนียม และแมกนีเซียมมากขึ้น แม้ตัวถังจะใหญ่ขึ้น แต่น้ำหนักลดลง 70 กก. เมื่อเทียบกับรุ่นเดิม ซึ่งถือว่าเยอะมาก ก็ยิ่งทำให้เครื่องยนต์ตัวนี้ทำงานสบายๆ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 7.5 วินาที (รุ่นเดิม 7.7 วินาที) ความเร็วสูงสุด 235 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองจากการทดสอบของโรงงาน 20 กม./ลิตร

ผมขับ 520d ต้นทางที่ถนนวิทยุ ออกพระราม 4 ขึ้นทางด่วน ไปต่อดอนเมืองโทลล์เวย์ มุ่งหน้าเขาใหญ่ ซึ่งมีสภาพการจราจรที่หลากหลาย ทั้งความหนาแน่นในเมือง ความหนาแน่นต่างจังหวัด และช่วงโล่งๆ ที่พอให้ได้ปลดปล่อยม้าออกจากคอกบ้าง

ภายในยังคงเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูได้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะในตำแหน่งผู้ขับที่จะเหมือนถูกโอบกระชับด้วยส่วนประกอบต่างๆ จนเหมือนเป็นพื้นที่ส่วนตัว ทั้งคอนโซลหน้าที่ยื่นเข้าหาเล็กน้อย คอนโซลเกียร์ เป็นต้น

“BMW ซีรีส์ 5”ลดน้ำหนัก เพิ่มคล่องตัว

จุดเด่นอย่างหนึ่งของบีเอ็มดับเบิลยูก็คือ เบาะนั่ง พวงมาลัย แป้นเหยียบต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ อยู่ในตำแหน่งหรือปรับให้เข้ากับผู้ขับได้ง่าย ไม่ว่าคนตัวใหญ่หรือตัวเล็กก็ตาม ส่งผลต่อการขับทางไกลที่สบายๆ ไม่เมื่อยล้า

รถมีความคล่องตัวสูงเมื่อต้องขับขี่ในพื้นที่จราจรหนาแน่น และต้องเปลี่ยนช่องทางไปมา ซึ่งก็มาจากทั้งเรื่องของกำลังเครื่องยนต์และน้ำหนักที่ลดลง ช่วยให้มีอัตราเร่งทันใจในทุกความเร็ว รวมถึงการขับขี่ที่ความเร็วสูงพอควรอยู่แล้ว ก็สามารถเติมขึ้นไปได้อีกเมื่อต้องเร่งแซง หรือเปลี่ยนเลนให้ปลอดภัย และไม่ขัดใจรถที่มาด้านหลัง

การขับที่ความเร็วปกติ ไม่เกิน 120 เรียกว่าสบายๆ รถนิ่ง และเมื่อลองเติมความเร็วขึ้นไป ก็ยังไม่สร้างแรงกดดันให้แก่ผู้ขับ ยังคุมรถแบบสบายๆ ไม่เคร่งเครียดอะไร และความเงียบก็ยังเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งต้องยกความดีความชอบให้ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่ต่ำลงคือ 0.22 และวัสดุเก็บเสียงรอบคัน รวมถึงบนเพดานห้องโดยสารด้วย

“BMW ซีรีส์ 5”ลดน้ำหนัก เพิ่มคล่องตัว

การขับขี่ในทางเล็กๆ โค้งเส้นเขาใหญ่ วังน้ำเขียวช่วงหนึ่ง รถก็ยังให้ความรู้สึกมั่นใจที่เลี้ยงมาลัยส่งรถผ่านโค้งสู้กับแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางที่รู้สึกได้ และแม้ว่าจะเลือกโหมดขับขี่ที่คอมฟอร์ท ไม่ต้องขึ้นไปใช้สปอร์ตก็ตาม

จุดที่ทำให้หลายคนค่อนข้างมั่นใจที่จะเล่นกับทางอีกอย่างก็คือ การโยนตัวของตัวถังน้อยมาก รถพยายามที่จะรักษาระดับของตัวรถให้ขนานกับพื้นถนนตลอดเวลา ทำให้ผู้ขับรับรู้สถานการณ์ของรถได้ทุกช่วงเวลาครับ

นอกจากการขับขี่บนท้องถนนแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู ยังจัดพื้นที่ทดสอบพิเศษบนรันเวย์สนามบินแถวๆ ปากช่อง เพื่อให้ลองอารมณ์หลายๆ อย่างมากขึ้น รวมถึงการลอง 530i M Sport ด้วย ซึ่งมีทั้งการทดสอบอัตราเร่ง การขับสลาลม การขับเปลี่ยนเลนกะทันหัน และการลองใช้เบรก

520d ว่ากระฉับกระเฉงแล้ว 530i ยิ่งปราดเปรียวกว่า เครื่องยนต์เบนซินใหม่ 4 สูบ 2.0 ลิตร 252 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร และการรีดน้ำหนักลงไป 115 กก. จากรุ่นเดิมคือ 528i ที่มี 218 แรงม้า ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ลดจาก 6.7 วินาที เหลือ 6.2 วินาที

น้ำหนักที่ลดลงทั้ง 2 รุ่น เห็นผลในการสลาลมด้วยที่ควบคุมรถได้ง่าย ลัดเลาะผ่านกรวยซ้ายขวาสลับกันไปไม่ยาก และการขับสนามนี้ มีทดสอบปลดระบบช่วยเหลือการทรงตัวออกไปให้ ทำให้บางช่วงที่มีความเร็วมากรับรู้ได้ถึงอาการล้อหลังสไลด์บ้าง แต่ก็ไม่ยากที่จะดึงรถกลับคืนมา เรียกว่าถึงไม่มีระบบช่วยเหลือ แต่โครงสร้างโดยรวมของรถก็ยังทำให้มีการยึดเกาะที่ดี และแก้ไขอาการของรถได้ไม่ยาก

“BMW ซีรีส์ 5”ลดน้ำหนัก เพิ่มคล่องตัว

หรือในช่วงการเปลี่ยนเลนกะทันหันจากขวาไปซ้ายแล้วกลับมาขวาอีกทีจากนั้นก็ดึงพวงมาลัยไปซ้ายเข้าสู่ทางตรง ทั้งหมดใช้เวลาประมาณ 2 วินาที เท่านั้น ซึ่งผลที่ได้น่าพอใจ เพราะรถผ่านอุปสรรคไปได้อย่างปลอดภัย ไม่มีส่วนใดไปแตะกรวยที่ตั้งบังคับทิศทางเอาไว้ ต้องชื่นชมทั้งช่วงล่าง ระบบช่วยเหลือ รวมถึงความแม่นยำของพวงมาลัย

ใน 530i ยังมีลูกเล่นอีกอย่างให้ลองกัน คือระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดรถ ซึ่งทำได้ทั้งจอดขนาน และจอดเข้าซอง หลักการง่ายคือกดปุ่มเปิด จากนั้นระบบจะให้เลือกว่าเอาจอดแบบไหนเลียบถนน หรือเข้าซอง เสร็จแล้วก็เปิดไฟเลี้ยวซ้ายขับเลาะไป เมื่อระบบตรวจพบว่าพื้นที่ว่างก็จะส่งสัญญาณมาหาเจอแล้วทีนี้ผู้ขับก็จัดการเอานิ้วกดปุ่มที่อยู่ใกล้ๆ เกียร์ค้างไว้ แล้วยกเลิกภารกิจอย่างอื่นทุกอย่าง ทั้งเท้าไม่ต้องเหยียบอะไร มือไม่ต้องจับพวงมาลัย ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ ระบบจะควบคุมทุกอย่าง เปลี่ยนเกียร์ให้เอง หมุนพวงมาลัยให้เอง และนำรถเข้าจอดโดยที่ระยะห่างด้านหน้าและหลังจะเท่ากัน โดยการจอดเข้าซองนั้นต้องการพื้นที่ว่างซ้ายขวาของตัวรถฝั่งละ 40 ซม. ส่วนจอดแนวขนานก็ขอให้มีพื้นที่ว่างยาวกว่าตัวรถ 80 ซม. เมื่อจอดเสร็จก็จะเปลี่ยนเกียร์มาเป็นเกียร์ P ให้ด้วย เพื่อความปลอดภัย

เรียกว่ามันฉลาด ทำให้เองทั้งหมด เจ้าของทำอย่างเดียวคือ นั่งกดปุ่มแช่ไว้เท่านั้นครับ


เปิดอ่าน