ตกแต่งบ้านอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย

ขั้นตอนสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านจะลืมไปไม่ได้

ตกแต่งบ้านอย่างไรไม่ให้งบบานปลาย

        การซื้อบ้านหรือคอนโดสักหลังหนึ่งนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิตของใครหลายคน เพราะนอกจากบ้านจะเป็น 1 ในปัจจัย 4 แล้ว การซื้อบ้านยังเป็นการลงทุนก้อนใหญ่และอาจก่อให้เกิดหนี้ระยะยาวหลายสิบปี นอกเหนือจากขั้นตอนการซื้อบ้านที่ประกอบไปด้วยการตระเวนเยี่ยมชมเปรียบเทียบโครงการต่างๆ การศึกษาหาข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ การหาแหล่งเงินทุนกู้ยืม การตรวจรับและแก้ไข Defect งานก่อสร้าง การโอนกรรมสิทธิ์ และขั้นตอนอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน อ.ปรีชญา ชวลิตธำรงอาจารย์ประจำภาควิชาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และ ผู้ก่อตั้งบริษัท 10DK  ยังเผยถึงขั้นตอนสำคัญที่ผู้ซื้อบ้านจะลืมไปไม่ได้เลยก็คือ "การตกแต่งบ้าน" นั่นเอง 
    "โดยปกติแล้ว ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้ยืมสำหรับซื้อเฟอร์นิเจอร์พร้อมไปกับการกู้ซื้อบ้านเพิ่มไปอีก 5-10 เปอร์เซ็นต์จากมูลค่าทรัพย์สิน โดยเสนออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าวงเงินกู้ซื้อบ้านอยู่ 1-3 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น หากถามว่างบประมาณที่คนส่วนใหญ่ใช้ในการแต่งบ้านหรือคอนโดเป็นเท่าใด ก็พอจะตอบคร่าวๆ ได้ว่าอยู่ที่ประมาณ 5-10 เปอร์เซ็นต์ของราคาหรือมูลค่าตัวบ้าน เ ช่น หากบ้านราคา 3 ล้านบาท งบประมาณการตกแต่งก็จะอยู่ที่ประมาณ 150,000-300,000 บาท ทั้งนี้ อาจสูงหรือต่ำกว่านี้ก็แล้วแต่พิจารณา" อ.ปรีชญา กล่าว 
    นอกจากนี้ อ.ปรีชญา ยังกล่าวถึงขั้นตอนหลังจากที่ผู้ซื้อบ้านตั้งงบประมาณการตกแต่งได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการควบคุมรายจ่ายค่าตกแต่งไม่ให้เกินวงเงินที่ตั้งไว้ โดยผู้เขียนได้รวบรวมเทคนิคในการตกแต่งบ้านไม่ให้งบบานปลายมาฝากกันทั้งสิ้น 6 ข้อ ประกอบด้วย
          1. หาแบบสไตล์การตกแต่งที่ตัวเองชอบ – ลองหาสไตล์การตกแต่งที่ชอบจากอินเตอร์เน็ตหรือ Pinterest เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าชอบสไตล์ไหน ก็เซฟรูปเก็บไว้ในมือถือเพื่อเป็นแนวทางในการไปเดินเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ ลดการลังเลและเสียเวลา รวมทั้งเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ซื้อของที่ไม่ได้ใช้หรือไม่เข้ากับสไตล์การตกแต่งที่เลือกไว้
          2. รวบรวมรายการของที่ต้องซื้อออกมาให้ครบถ้วนพร้อมประมาณราคา– ขั้นตอนนี้เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดจึงควรให้เวลากับมันสักหน่อย อย่าลืมรวบรวมรายการที่ต้องซื้อทั้งหมดออกมาไม่ว่าของสิ่งนั้นจะใหญ่หรือเล็ก โดยให้เรียงลำดับจากสิ่งที่สำคัญมากไปหาน้อย เช่น เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ เครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งหมดทุกชิ้น เครื่องครัว ที่นอน ชุดเครื่องนอน ของประดับตกแต่งต่างๆ เช่น กรอบรูป แจกัน ฯลฯ ทั้งนี้เพราะสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลงลืมและมองข้ามไปในตอนแรกมักจะทำให้งบบานปลายโดยไม่รู้ตัวในตอนหลัง ต่อจากนั้นก็ทำการประมาณราคาของที่ต้องการซื้อ โดยอาจไปเดินดูและเช็คราคาของชิ้นใหญ่ๆ ไว้ก่อน 
          3. หั่นงบ -หากรวมราคาออกมาแล้วเกินงบประมาณที่ตั้งเอาไว้ ให้ลองหาวิธีลดงบดู โดยเริ่มจากการตัดของไม่จำเป็นบางชิ้นออก หรืออาจลดสเป็คของบางชิ้นลง เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าและที่นอน
          4. มองหาวัสดุทดแทน –หากราคารวมยังคงเกินงบที่ตั้งไว้ ให้ลองเลือกใช้วัสดุทดแทน เช่น
         : เปลี่ยนหนังแท้เป็นหนังเทียมเกรดดี เพราะการผลิตหนังเทียมในปัจจุบันนั้นพัฒนาไปกว่าแต่ก่อนมาก บางชนิดมีความสวยงามและผิวสัมผัสนุ่มสบายไม่แพ้หนังแท้เลยทีเดียว
          : เปลี่ยนโต๊ะไม้ชิ้นแผ่นใหญ่ (solid wood) เป็นไม้ประสาน (ไม้จริงชิ้นเล็กๆมาต่อกัน) ซึ่งยังคงวัสดุไม้จริงไว้และให้ความสวยงามในภาพรวมไม่แตกต่างกัน
          : เปลี่ยนหน้าบานตู้ไม้จริงเป็นไม้อัด โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเอาไม้อัดชนิดใด ไม่ว่าจะแอช โอ๊ค หรือสัก 
          : เปลี่ยนหินนำเข้าเป็นหินในประเทศ ซึ่งวัสดุทดแทนทั้งหมดที่กล่าวมานี้สามารถช่วยลดงบประมาณลงได้กว่า 50 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
          5. ทำการบ้าน – ของบางชิ้นมีราคาต่างกันเมื่อขายในที่ต่างกัน ดังนั้นก่อนตัดสินใจซื้อของชิ้นใหญ่ๆ อาจหาดูในอินเตอร์เน็ตและลองเดินดูตามงานแสดงเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ นอกจากนี้สินค้าบางชนิดก็จะมีการจัดโปรโมชั่นลดราคาเป็นประจำ เช่น ที่นอนและเครื่องนอน หากยอมเสียเวลาทำการบ้านสักหน่อยก็จะช่วยประหยัดเงินได้มากทีเดียว
         6. มองหาตัวช่วย – สุดท้ายแล้วหากรู้สึกว่าการเดินเลือกซื้อและจัดการทุกอย่างด้วยตัวเองนั้นเสียเวลา ทำได้ลำบาก หรือไม่มั่นใจว่าสุดท้ายแล้วบ้านจะออกมาสวยและได้ประโยชน์ใช้สอยครบถ้วนหรือไม่ ก็อาจต้องพึ่งผู้ช่วย เช่น Interior Designer หรือ Room Stylist เพื่อช่วยจัดการงานต่างๆ ทั้งออกแบบ เลือกซื้อ และควบคุมงานตกแต่งให้ ซึ่งก็มีผู้ให้บริการหลายราย โดยหนึ่งในผู้ให้บริการด้าน Room Stylist & Decorist ที่สามารถเป็นที่ปรึกษาให้คุณได้ดี ก็คือ 10DK ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปี และรูปแบบการตกแต่งที่ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบลอยตัวทั้งหมดในการตกแต่ง (Fit-in) ให้คุณได้ห้องตามฝันภายในเวลาเพียง 10 วันและอยู่ในงบประมาณที่ต้องการ  


เปิดอ่าน
คลิปเกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด >>