แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

ไลฟ์สไตล์ > อาหาร  :  21 เม.ย. 2560

 เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก หนุ่มใหญ่ชาวเนเธอร์แลนด์ ที่มากด้วยประสบการณ์การรังสรรค์อาหารกว่า 25 ปี ชวนชวนชิมรสฝรั่งเศสโมเดิร์นที่ "ซาเวลเบิร์ก"

     อะไรก็ตามที่ขึ้นชื่อว่า “ฝรั่งเศส” มักสะท้อนออกมาในรูปของความหรูหรา มีรสนิยม เช่นเดียวกับเรื่องการกินอยู่ ที่พอบอกว่าวันนี้จะพาไปชิมอาหารฝรั่งเศส ผู้ถูกชักชวนต้องรู้สึกตื่นเต้นพร้อมกับเตรียมตัวอย่างดี ซึ่งในขณะที่นึกวาดภาพในจินตนาการอยู่นั้นก็พาตัวเองเข้าไปนั่งสบายๆ ภายในร้านอาหารฝรั่งเศส “ซาเวลเบิร์ก” ที่ตั้งเด่นหราอยู่ริมถนนวิทยุ เพื่อลิ้มรสอาหารที่มากด้วยศิลปะการปรุงแต่งจากฝีมือเชฟระดับมิชลินสตาร์ซะแล้ว...

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

 ริค ดินเจน-เฮงค์ ซาเวลเบิร์ก กำลังเตรียมชีส และมะม่วงเจลลาติน

     ตามแบบฉบับความหรูหรา ไฟน์ ไดน์นิ่ง มื้อนี้เลยไม่ธรรมดา เพราะว่ากันว่าร้านนี้ติดชาร์ตระดับท็อปของอาหารฝรั่งเศสในเมืองไทย ที่ใครก็ตามที่มองหาความอร่อยสไตล์โมเดิร์น-ยูโรเปี้ยน เป็นต้องอยู่ในตัวเลือกลำดับต้นๆ ก็ด้วยอาหารทุกจานควบคุมทุกขั้นตอนการปรุงโดย เชฟเฮงค์ ซาเวลเบิร์ก หนุ่มใหญ่ชาวเนเธอร์แลนด์ ที่มากด้วยประสบการณ์การรังสรรค์อาหารกว่า 25 ปี เคยเปิดร้านอาหารรางวัลมิชลินสตาร์ถึง 4 ร้านในยุโรป ก่อนจะย้ายมาปักหลักที่เมืองไทยเมื่อกว่า 2 ปีก่อน สำคัญว่าเป็นร้านที่มาเปิดในแถบเอเชียร้านแรกของเขาด้วย และล่าสุดก็ได้ ริค ดินเจน เชฟหนุ่มไฟแรงวัยเบญจเพสเพื่อนร่วมชาติ มาเป็น “เชฟ เดอ ควิซีน” คนใหม่ประจำร้าน ประกอบกับวัตถุดิบหลักๆ อย่างล็อบสเตอร์, สแกลล็อป, คาเวียร์, ปลา, หอยนางรม และเนื้อต่างๆ นำเข้ามาทั้งนั้น ยิ่งส่งให้ร้านมีจุดแข็ง!!

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

ออกแบบและตกแต่งร้านสไตล์โมเดิร์น

     รู้จักเชฟมากฝีมือ พร้อมบรรยากาศโมเดิร์น และวัตถุดิบคุณภาพไปแล้ว คราวนี้มาว่ากันที่จานเด็ดแต่ละรายการในเมนูที่ส่วนใหญ่คิดขึ้นใหม่สไตล์เชฟผู้มากประสบการณ์ มีทั้งแบบอลาคาท หรือสั่งเป็นอย่างๆ กับแบบที่จัดเป็นคอร์ส ราคาก็สุดแต่จะพอใจ สำหรับมื้อนี้อยากแนะนำแบบคอร์สเมนูเหมาะกับใครที่ชอบนั่งนานๆ ค่อยๆ ละเอียดทีละอย่างแบบไม่รีบร้อน

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

เวลคัมแอพพิไทเซอร์

   คอร์สนี้มี 8 รายการ เริ่มจากของกินเล่น 3 อย่าง หรือเวลคัมแอพพิไทเซอร์ มีแตงโมย่าง, ฟัวกราส์ และเนื้อปูที่ทำแบบอมยิ้มเคลือบด้วยเลมอนเจล กรรมวิธีการปรุงแต่ละอย่างแปลกดีและสามารถเรียกน้ำย่อยได้พอสมควร จากนั้นจึงเสิร์ฟจานแรกเป็น “คาเวียร์กับซาวครีม” มีแผ่นขนมปังคล้ายๆ แพนเค้กรองด้านล่าง แต่เป็นชนิดที่ไม่ใส่ยีสทำให้เนื้อดูเบาๆ เวลารับประทานให้ตักจากบนลงล่างจะได้ส่วนประกอบทุกส่วน ใครชอบคาเวียร์อยู่แล้วถือว่าเข้าล็อก

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

คาเวียร์กับซาวครีม

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

แคนาเดียนล็อบสเตอร์สลัด

    จานต่อมาเป็น “แคนาเดียนล็อบสเตอร์สลัด” เป็นล็อบสเตอร์ที่เคี่ยวช้าๆ ด้วยน้ำมันสมุนไพร เพิ่มรสด้วยเฟนเนล หรือพีช ตระกูลเดียวกับผักชี แล้วก็มีซิตรัส น้ำมะนาว และคาเวียร์ ทำให้มีความมัน เปรี้ยว หวาน และเค็ม รสสัมผัสหลากหลายมาก ต่อด้วยจานที่ 3 “หอยนางรมฝรั่งเศส” ที่เชฟเพิ่งคิดค้นขึ้นมา หอยนางรมสดพันธุ์ฟินเดอแคลร์ที่ว่าหวานกรอบ คราวนี้นำมาเติมรสให้โดดเด่นยิ่งขึ้น โดยการโปะด้วยเสาวรส แตงกวา และพริกแดง ทำให้ได้ลิ้มรสเค็มๆ จากหอยตัดกับรสเปรี้ยวจากเสาวรส ถือเป็นเมนูระหว่างคอร์สที่สร้างความสดชื่นได้ดี จานที่ 4 "สแกลล็อปและกุ้งมังกร” เลือกใช้สแกลล็อปและกุ้งมังกรขนาดเล็กจากนอร์เวย์ นำไปย่างในเตาบาร์บีคิวทำให้ได้กลิ่นถ่านหอมๆ แต่งรสด้วยซอสอันติบอสที่มีส่วนผสมของกระเทียม มะเขือเทศ และน้ำสต๊อก เด็ดดวงที่สุด เนื้อหอยเชลล์เนียมนุ่มละมุนลิ้นมากๆ

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

หอยนางรมฝรั่งเศส

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

สแกลล็อปและกุ้งมังกร

     อาหารค่อยๆ ลำเลียงมาอย่างตั้งใจและไม่เร่งรีบ มาถึงจานที่ 5 ที่เชฟภูมิใจนำเสนอและยกให้เป็นพระเอกของคอร์ส นั่นคือ “ปลาเทอร์บ็อทย่าง” แน่นอนว่าใช้เตาถ่านเช่นเคย เพื่อให้มีกลิ่นธรรมชาติ แต่งรสปลาเพิ่มด้วยเลมอนเดรสซิ่ง ยังมีโอล ชีส จากเนเธอร์แลนด์ ที่ปกติจะใช้พาเมซาน ซีส แต่เชฟกันรันตีว่า โอล ชีส ดีกว่าและอร่อยกว่า ก็เป็นอย่างที่เขาว่า เนื้อปลานุ่มบางเบาเข้าปากแล้วแทบลืมเคี้ยวกันเลย อีกหนึ่งเมนคอร์สที่ตีคู่กันมา “ไก่ลาเบลรูจ” ที่เลี้ยงแบบธรรมชาติ นำเนื้อส่วนหน้าอกไปปรุงแบบสโลว์ คุก ให้มีความนุ่มแล้วย่างต่อจนได้กลิ่นหอมถ่าน  ราดด้วยซอสทารากอน เป็นอันจบกระบวนความของคาว

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

ปลาเทอร์บ็อทย่าง

แอบปันใจให้ฝรั่งเศสโมเดิร์น

ไก่ลาเบลรูจ

     แต่คอร์สยังไม่จบหากปราศจากของหวานล้างปากตามธรรมเนียมไฟน์ ไดนิ่ง...ดื่มน้ำ เช็ดปาก สักพักจานขนาดย่อมๆ ก็มาเสิร์ฟตรง หน้า ในจานอุดมไปด้วย “ชีส 3 แบบ” ที่สาวๆ ชอบ พร้อมขนมปังถั่วและป๊อปคอร์น ราดน้ำเชื่อมแอปเปิ้ล กินเล่นๆ มันๆ ก่อนจะตบคาวให้อยู่หมัดด้วยจานท้ายสุดประจำคอร์สอย่าง “มะม่วงเจลลาติน” คือเขาจะเอาเนื้อมะม่วงสุกไปเคลือบเจลลาตินให้ดูเหมือนไข่แดง เคียงมากับไอศกรีมเชอร์เบท ความเปรี้ยว หวาน มัน ช่วยให้มื้อนี้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ส่วนใครจะตามด้วยเครื่องดื่มหลากหลายก็ตามสะดวกทางร้านมีให้เลือกสารพัด

       เอาเป็นว่าหาเวลาไปเปิดประสบการณ์แบบนี้ ร้านอยู่ด้านหน้าอาคารโอเรียลทอล เรสซิเดนซ์ ถนนวิทยุ เปิดให้บริการวันจันทร์-เสาร์ แบ่งเป็นสองรอบ มื้อกลางวัน เวลา 12.00-14.30 น. และมื้อเย็น เวลา 18.00-22.00 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติ่มโทรศัพท์ 0-2252-8001 


เปิดอ่าน