เผยเส้นทาง ‘เชฟมิชลิน สตาร์’

ไลฟ์สไตล์ > อาหาร  :  17 มี.ค. 2560

จูเลียงโรเยอร์ (Julien Royer) กับการไต่อันดับ ร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award) งาน Asia’s 50 Best Restaurant 2017

    ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะใช้ระยะเวลาเพียงแค่ 15 เดือน ในการทำร้านอาหารให้ประสบความสำเร็จในระดับเอเชีย!แต่ชายหนุ่มชาวฝรั่งเศสวัย 34 ปี เชฟจูเลียงโรเยอร์ (Julien Royer)ได้สร้างปรากฏการณ์ให้เห็น  เขาเป็นเจ้าของรางวัล ร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด (Highest New Entry Award)สนับสนุนโดยแม่โขง ซึ่งความน่าสนใจของเชฟจูเลียง ไม่เพียงสามารถนำพา   ร้านโอแด็ตต์ (Odette)  จากสิงคโปร์ ก้าวเข้าสู่ลิสต์  50  ร้านอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชียอย่างรวดเร็ว  แต่แค่ในปีแรกก็สามารถไต่ขึ้นมาถึงอันดับที่ 9   ขนาดเวทีที่มีเรตติ้ง เป็นอภิมหาอำนาจด้านFine Dining ร้านอาหารและเครื่องดื่มในระดับมาตรฐาน ประกอบด้วย 1. ความเป็นเลิศของอาหารและเครื่องดื่ม 2. การบริการเหนือระดับ  3. การตกแต่งที่หรูหรา อย่างเวทีAsia’s 50 Best Restaurant 2017 ยังเอ่ยว่ารวดเร็วที่สุดเป็นประวัติการณ์

เผยเส้นทาง ‘เชฟมิชลิน สตาร์’

    “แม่โขง” ในฐานะแบรนด์เครื่องดื่มไทย อยากให้เอกลักษณ์ไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก   ได้สนับสนุนรางวัลนี้   พร้อมเดินหน้าตอกย้ำการทานอาหารร่วมกับเครื่องดื่มของไทย ด้วยพาไปรู้จักเส้นทางความสำเร็จที่ไม่ได้มาง่ายๆ ของชายหนุ่มผู้มีใจรักการทำอาหาร พร้อมพบ “วัตถุดิบ” สำคัญที่ทำให้อาหารแต่ละจานของเขา…แตกต่างจนกลายเป็นขวัญใจของเหล่า “ฟู๊ดดี้” ทั่วโลก พร้อมลงคะแนนให้เขาได้รับรางวัลร้านอาหารหน้าใหม่อันดับสูงสุด!!! เชฟจูเลียง เกิดในครอบครัวเกษตรกรรม อยู่ในชนบทที่ไม่ห่างไกลจากกรุงปารีสนัก เขาซึมซับในพืชพรรณและวัตถุดิบแบบธรรมชาติตั้งแต่เด็ก  เริ่มต้นทำอาหาร ฝึกฝน ไต่เต้าไปเรื่อยๆ จนเป็นที่รู้จัก  มีประสบการณ์การทำงานให้กับ Michel Bras ในฝรั่งเศสและ Antonin Bonnet ในลอนดอน จากนั้นเขาได้ย้ายไปที่สิงคโปร์ในปี 2011  โดยเป็นผู้ที่ดูแลร้าน Jaan เป็นร้านอาหารที่มีชื่อเสียง ติดอันดับ 11 จากการจัดอันดับบนเวที 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย (Asia’s 50 Best Restaurant) 

    ในปี 2015 ขณะเป็นเชฟอยู่ร้าน  Jaan  เสียงลือสะพัด เรื่องเชฟอาหารฝรั่งเศส ที่เป็นแม่เหล็กสำคัญของร้านอย่าง Julien Royer เตรียมลาออกเพื่อตามฝัน  แน่นอนว่าเขาอยากมีร้านอาหารเป็นของตัวเอง  เหล่าผู้ชื่นชอบในอาหารมากมาย ต่างก็เฝ้ารอถึงการเปิดตัวร้านอาหารเขานับแต่นั้น  และตั้งแต่เปิดร้านวันแรก  Odette ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง แค่เพียงปีเดียว เขาก็ได้รับ “ดาวมิชลิน” ถึง 2 ดาว ในปีที่เปิดตัว ก่อนจะมาติดอันดับที่ 9 จากการจัดอันดับ 50 ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย  เป็นประวัติการณ์ใหม่แห่งวงการฯ เพราะเขาเปิดร้านได้เพียง 15 เดือน  ใครจะคาดคิดว่า  นักชิมอาหารทั่วโลก  เหล่าเรสเทอรองค์ เอ็กซ์เพิร์ทและนักท่องเที่ยว จากทั่วโลกจะลงมติเป็นเอกฉันท์ เสียงเดียวกันขนาดนี้!!

    เชื่อว่าเวลานี้ ผู้ชื่นชอบศิลปะอาหาร และนักทานอาหาร (หรือจะเป็นทั้งคู่) ต่างก็เฝ้ารอคิวที่จะได้ไปชิม Odette  ร้านอาหารฝรั่งเศสอันหรูหราที่ตั้งอยู่ใน พิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์ Royer ซึ่งเชฟจูเลียง ได้เปิดใจ อธิบายถึงสไตล์การทำอาหารของเขาไว้ว่า “อาหารที่ทรงประสิทธิภาพ มาจากส่วนผสมและเครื่องปรุงที่ยอดเยี่ยมและวัตถุดิบที่รับจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านทั่วโลก ขอบคุณที่ส่งต่อวัตถุดิบชั้นดี  เข้ามาไว้รวมกัน ทำให้สามารถสรรสร้างเมนูอหารอันวิจิตรและเลิศหรู” แน่นอนว่าส่วนผสมชั้นดีที่เขาเสาะหามาทำอาหาร เดินทางมาจากแหล่งที่ดีที่สุดเกือบทั่วทุกมุมโลก อาทิ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย ฯลฯ ด้านเมนูอาหารที่แนะนำ  สำหรับคอร์สเมนู 4, 6 หรือ 8 นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด แต่สำหรับมื้อค่ำ จัดไว้อย่างงดงาม รอทุกท่านมาลิ้มชิมรส มีเฟรนช์เกียนา ที่จะถูกเสิร์ฟด้วย รีซอตโต้ ซาลารี่และฟัวกราส์โคร็อตเกตหรือเทราซ์และปลาหมึกย่างบรอกโคลีโรมาเนสโก บดกับคาราเมลมิโซะ

    จะเห็นได้ว่า Odette เสนอการปฏิวัติเมนูใหม่ที่จะแสดงให้โลกเห็นถึงเมนูอาหารที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเทคนิคการทำอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิค ชื่อร้านอาหาร Odette ถูกตั้งเพื่อที่ระลึกถึงคุณย่าของ Royerผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในชีวิตและการเข้าครัวของเขา จากความเชื่อของเธอที่ว่าความสุขและความพึงพอใจพื้นฐานนั้นมาจากการลิ้มรสอาหารและส่งมอบอาหารด้วยใจ การต้อนรับขับสู้และจิตใจอันงดงาม Royer ใช้เวลากว่าหลายปีเพื่อสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้ผลิตวัตถุดิบอันยอดเยี่ยมจากทั่วโลกรวมถึงผู้ผลิตจาก ญี่ปุ่น ฝรั่งเศสและออสเตเรีย เขาใช้พยายามในการสรรหา เพื่อนำเสนอโอกาสอันล้ำเลิศหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว  เพื่อให้กับแขกได้ลิ้มลองวัตถุดิบต่างๆ ณ จุดสูงสุดของอาหาร ภายในร้านของเขา 

เผยเส้นทาง ‘เชฟมิชลิน สตาร์’

     ด้วยวัตถุดิบจากทั่วโลก ผลลัพธ์จากที่เขายอมทุ่มเทในการค้นหาวัตถุดิบในการทำงานกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดการสรรเสริญ และยกย่อง ต่างๆ นาๆ ว่ากันว่า  “Odette คือสุดยอดร้านอาหารที่ควรค่าแก่การยกย่อง” ใน 1 จาน ประกอบด้วยความตั้งใจมากมาย  ทั้งผู้ผลิตวัตถุดิบอาหาร; คนเสริฟกระทั้งผู้ไว้ใจมาให้บริการ ฯลฯ ในปี 2016 Royal เป็นเชฟคนเดียวของ Singapore ที่ได้รับการพาดหัวจาก เทศกาลอาหาร Ubud Food Festival ในบาหลี อินโดนีเซีย โดยเขาโชว์ทำอาหารแบบ Four Hands dinners  นอกจากนี้เขายังได้รับสมญาเป็น เชฟแห่งปีจากรางวัล World Gourmet Series Awards of Excellence  2014ถามถึงเทคนิค เชฟจูเลียง บอกว่าเขาใช้หัวใจในการรังสรรค์อาหาร พร้อมจับคู่เครื่องดื่มที่เข้ากัน เพิ่มอรรถรส สำหรับค็อกเทลเลื่องชื่อของไทย อย่าง แม่โขง ไทยสบาย ชิมแล้วบอกได้คำเดียวว่า อร่อย สดชื่น เข้ากันได้ดีกับอาหารทุกประเภท 

    เมื่อถามว่า อะไรที่พาเขามาสู่จุดนี้ได้รวดเร็ว  พิชิตรางวัล Highest New Entry Award 2017,Sponsored by Mekhongสำเร็จ?? เขาตอบว่า เขาได้รับแรงบันดาลใจจากคุณย่า ที่สร้างสรรค์อาหารจากใจ  เกริ่นมาขนาดนี้ หลายคนคงอยากมีโอกาสสักครั้งไปสัมผัสกับร้านอาหารฝรั่งเศสสไตล์โมเดิร์นที่ตั้งในใจกลางพิพิธภัณฑ์แห่งชาติสิงคโปร์  มีคำพูดเล็กน้อยเกี่ยวกับสไตล์การตกแต่งร้านOdette  ที่นี่สร้างสรรค์โดยศิลปินชาวสิงค์โปร์ชชื่อ Dawn Ngเป็นร้านอาหารที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนเหมือนเพศหญิง สีพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสีชมพูอ่อน สีเทาและสีครีม ผสมผสานกับงานศิลปะดั้งเดิมรวมถึงภาพถ่ายศิลปะแอบสแตกอาร์ต … ทานสุดยอดอาหาร แล้วอย่าลืมสั่ง  “แม่โขงไทยสบาย”  เพิ่มความกลมกล่อมอีกสักแก้ว 

 


เปิดอ่าน