มาสด้า 3 ช่วงล่างแน่นๆ ขับสนุกทุกเส้นทาง

3 ช่วงล่างแน่นๆ, มาสด้า3, มาส, ด้า,  3 ช่วงล่างแน่นๆ , ขับ, สนุก, ทุก, เส้นทาง

การไมเนอร์เชนจ์ ของมาสด้า 3 ถือว่าปรับเปลี่ยนค่อนข้างชัดเจน ทั้งรายละเอียดตัวรถและเทคนิค

แม้รายละเอียดของตัวรถนั้นดูเผินๆ อาจจะเหมือนไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก เนื่องจากโครงหลักยังเหมือนเดิม แต่ในรายละเอียดปลีกย่อยก็ถือว่าเปลี่ยนไปพอควร

จุดที่เปลี่ยนแปลงของมาสด้า 3 เช่น กระจังหน้า กันชนหน้า ไฟหน้าแอลดีดี โปรเจกเตอร์ และไฟขับขี่กลางวัน ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบแอลอีดี ล้อในรุ่นที่ติดตั้งขนาด 18 นิ้ว ลายใหม่ ส่วนด้านท้ายรุ่นแฮทช์แบ็ก ปรับกันชนใหม่ และเพิ่มตัวถังส่วนล่างให้ลงไปอยู่ใกล้ถนนมากขึ้น ส่วนรุ่นซีดานไม่เปลี่ยนอะไร มาสด้าบอกว่าเป็นเพราะสวยลงตัวอยู่แล้ว

มาสด้า 3 ช่วงล่างแน่นๆ ขับสนุกทุกเส้นทาง

  ภายในเพิ่มเติมรายละเอียดการตกแต่งอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดูหรูหราและสปอร์ตด้วยวัสดุสีเงิน และเปียโนแบล็ก หรือดำวาว ส่วนมาตรวัดความเร็ว พวงมาลัย คอนโซล ออกแบบใหม่ ส่วนจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลขับขี่แบบสีมีในบางรุ่น จอดิสเพลย์แบบสัมผัส 7 นิ้ว มีทุกรุ่นยกเว้นตัวล่างสุด และเพิ่มเบรกมือไฟฟ้าเข้าไป

  ส่วน 2.0 C SPORTS ที่อยู่กับผมสิ่งที่จะหายไปจากออปชั่นที่ผมพูดถึงข้างต้นก็เช่นไฟหน้าเป็นฮาโลเจน ไฟท้ายไม่ใช่แอลอีดี เป็นต้น แต่ด้านเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับการขับขี่มีเหมือนๆ กันทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็นระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว หรือ DSC ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และลื่นไถล หรือ TCS เบรก เอบีเอส ระบบกระจายแรงเบรก ระบบเสริมแรงเบรก ระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองที่คันเกียร์ ส่วนแพดเดิลชิฟท์นั้นมีเฉพาะตัวท็อป และที่แน่นอน คือ GVC มีทุกรุ่น

มาสด้า 3 ช่วงล่างแน่นๆ ขับสนุกทุกเส้นทาง

  รถมี 2 ตัวถัง คือ ซีดาน และแฮทช์แบ็ก แต่ละตัวถังมี 4 รุ่นย่อย ราคาเท่ากันคือ 2.0 SP SPORTS 1.119 ล้านบาท, 2.0 S SPORTS 9.88 แสนบาท, 2.0 C SPORTS 9.28 แสนบาท และ 2.0 E SPORTS 8.47 แสนบาท

  ด้านเทคโนโลยีมาสด้าบอกว่าจัดให้เต็มสำหรับสกายแอ็กทีฟ-วีฮิเคิล ไดนามิค และ ใส่ G-VECTORING CONTROL หรือ GVC เข้ามาด้วย

   ระบบนี้คืออะไร น่าสนใจครับ เป็นระบบที่มาสด้าบอกว่าจะมาช่วยจัดการกับแรงจี ทั้งแนวตั้งและแนวนอนด้วยการสั่งลดแรงบิดเมื่อเข้าโค้ง และเมื่อรถอยู่ตัวดีแล้วก็เพิ่มแรงบิดเพื่อเสริมกำลังเช่นเดิม

 ง่ายๆ ก็คือระบบนี้จะช่วยจัดการแทนเท้าที่เหยียบคันเร่งอย่างเมามันของผู้ขับโดยไม่สนใจว่าผู้โดยสารจะหัวโยกหัวคลอนหรือไม่ เพราะคนขับกำลังสนุกกับเครื่องยนต์และช่วงล่างที่เกาะถนน แต่เมื่อม่ีจีวีซีจะทำให้การเดินทางในโค้งนุ่มนวลขึ้นลดแรงเหวี่ยงซ้ายขวาและการขึ้นลงของตัวถัง ทำให้คนนั่งนั่งสบายขึ้น และรถก็ผ่านเส้นทางได้เนียนตามากขึ้น

   เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร 165 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 210 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พวงมาลัยแรคแอนด์พิเนียน เพาเวอร์ไฟฟ้า ช่วงล่างหน้า แมคเฟอร์สัน สตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังอิสระมัลติลิงค์ พร้อมเหล็กกันโคลง ยาง 205/60 R16

  เครื่องยนต์ตอบสนองดี ทำความเร็วได้ เร่งแซงแบบเชื่่อใจกันได้ การทรงตัวถือเป็นจุดเด่นของมาสด้าในตลาดซี-เซ็กเมนต์ ความนุ่มยังมีแต่ปรับตั้งให้สปอร์ตกว่าตัวเดิม พวงมาลัยน้ำหนักดีทีเดียว

 ตำแหน่งผู้ขับขี่นั่งได้กระชับช่วยให้ควบคุมรถได้สนุกยิ่งขึ้น เดินทางไกลไม่เมื่อย ตำแหน่งอุปกรณ์ต่างๆ ใช้งานง่าย ปุ่มควบคุมส่วนกลางช่วยให้ทำงานสะดวกยิ่งขึ้น เสียงจากภายนอกไม่ถึงกับเงียบเสียทีเดียว แต่อยู่ในระดับที่รับได้

 การควบคุมรถในทางโค้งให้ความรู้สึกที่ดี รู้สึกได้ถึงตัวถังที่พยายามรักษาระดับขนานกับพื้นถนนให้มากที่สุด ทำให้การรับรู้อาการของรถแม่นยำ

 และเพื่อจะลองขับขี่แบบเกินจริงในชีวิตประจำวัน ผมเลยลองนำลงสนามไทยแลนด์ เซอร์กิต นครชัยศรี ดูสักนิด และก็ไม่ทำให้ผิดหวัง การไล่ไปยังโค้งต่างๆ ทำให้รู้ชัดขึ้นถึงความแม่นยำ และความคมของพวงมาลัยและช่วงล่าง รถตัดเข้าเส้นในแตะจุดเอเพ็กซ์ได้สบายๆ อาการลื่นไถลมีน้อย และที่เห็นชัดขึ้นอีกอย่าง คือการโยนตัวของตัวถังมีน้อย ทำให้การขับสามารถควบคุมพวงมาลัยได้ง่ายขึ้น เพราะไม่ต้องหลงกับอาการของตัวถัง

  ผ่านไปสองสามรอบพอหอมปากหอมคอ ผมก็กลับเข้าสู่จุดจอดพักโดยไม่รู้สึกเหนื่อยอะไร รถชวนให้ขับสนุก พร้อมกับรู้สึกปลอดภัยในการลัดเลาะเส้นทางต่างๆ

  ถือว่าเป็นตัวเลือกในตลาดคอมแพ็กคาร์ ที่ใครที่ชอบขับรถเมื่อจะซื้อคงไม่อาจมองข้ามไปได้ง่ายๆ


เปิดอ่าน