ลองสัมผัส“แพ็ก”เต็ม เอ็กซ์เทรล ไฮบริด

ไลฟ์สไตล์ > ยานยนต์  :  27 ส.ค. 2559

สัปดาห์นี้ผมเลือกเอารถที่ครบครันทุกสิ่งคันหนึ่งมาเล่าให้ฟังพร้อมด้วยสภาพรถที่ค่อนข้างเปื้อนฝุ่น เพราะผมขับลุยไปหลายที่ท่ามกลางฝนฟ้าที่ไม่เป็นใจ

        ผมกำลังกล่าวถึงรถยนต์ในกลุ่ม SUV หรือรถอเนกประสงค์ขับเคลื่อน 4 ล้อ นิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด รถเอ็กซ์เทรลอยู่ในเซกเมนต์ ของรถตรวจการณ์ที่มีขนาดคอมแพ็ก โฉมนี้เข้ามาในตลาดไทยสองช่วง คือเปิดตัวรุ่นแรกอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2557 วางตำแหน่งเป็นรถอเนกประสงค์ระดับพรีเมียม และนำเสนอไฮบริด เทคโนโลยีเมื่อ 17 พฤศจิกายน 2558

        รถเอ็กซ์เทรลมีขนาดพอดี ไม่เล็กไม่ใหญ่เกินไปเวลานั่งขับก็ไม่รู้สึกเทอะทะ แต่ภายในห้องโดยสารผมว่าใหญ่พอสมควร นั่งหลัง แล้วรู้สึกว่าโอ่โถง นิสสันนำเสนออุปกรณ์ที่จัดเป็นแพ็กเกจเต็มทั้ง สมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัยและฟังก์ชันต่างๆ เช่น หน้าจอแสดงข้อมูลอัจฉริยะ 7 นิ้ว แสดงผลข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการขับขี่ ระบบแอร์แยกซ้ายขวา ระบบกล้องมองรอบทิศทาง 360 องศา (Around View Monitor) ระบบช่วยลดความเร็วอัตโนมัติ (Active Engine Brake) ประตูท้ายเปิดปิดอัตโนมัติ แบบ Auto Lift gate

          เครื่องเสียงชั้นดี เนวิเกเตอร์ พวงมาลัยที่มีฟังก์ชันทุกอย่างครบแทบไม่ต้องละมือไปจากการขับ

         ส่วนเทคโนโลยีคือเครื่องยนต์แบบไฮบริดที่ล้ำสมัยขนาด 2.0 ลิตร 179 แรงม้า เกียร์ XTRONIC CVT พร้อมโหมดแมนนวล 7 สปีด เรื่องไฮบริดนิสสันไม่เป็นรองใคร เพราะปลุกปั้นไฮบริดมาช่ำชองและนิสสันกล้าที่จะนำเสนอความต่างของเทคโนโลยีเช่นเทคโนโลยีคลัทช์คู่อัจฉริยะ (intelligence dual clutch system) อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่มีฟังก์ชันการควบคุมง่ายดาย ระบบช่วงลงทางชัน เรียกว่าเหลือแต่ระบบไฮเทคล้ำๆ อย่างระบบเตือนการชนหรือระบบรักษาเลนอัตโนมัติที่เรายังไม่เห็น แต่นั่นก็เป็นความล้ำที่เกินไปพอสมควร ด้านความปลอดภัยนิสสันเอ็กซ์เทรลผ่านการทดสอบมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสูงสุด ของ Euro NCAP ในระดับ 5 ดาว

            มาดูที่หน้าตารูปร่าง นิสสันชัดเจนดูเป็นตัวของตัวเอง เส้นสายเป็นผู้ดี ไม่คมแต่เน้นมีฟอร์ม ตรงไหนที่สวยที่สุดผมว่าตรงที่คาดสีฟ้า นั่นล่ะ ไม่ว่าที่คิ้วกันชนด้านหน้า หรือว่าคิ้วขอบประตูท้าย

            ช่วงแรกๆ ที่ขับไม่ชอบอารมณ์ของรถ 2 อย่าง คือ เบรกกับการตอบสนองของรถ ในขณะที่การขับง่ายและความนุ่มนวลนี่ยอดเยี่ยมอาการเบรกต้องกดเท้าลงไปเยอะ รู้สึกว่ามีการหน่วงของแป้นไม่เหมือนจริงซึ่งอาการนี้เป็นในรถไฮบริดเป็นอาการธรรมชาติเพราะเบรกถูกสร้างด้วยระบบเหมือนจริงให้เราได้สัมผัส แต่หลังจากได้ขับนานๆ ชินความรู้สึกแบบแรกไป ส่วนการตอบสนองรถเพราะว่าเกียร์ซีวีที ที่นุ่มเหมือนฟองเบียร์ รอบค่อยๆ ขึ้นผมขับไปพักใหญ่ก็รับรู้ว่ารถไม่ได้ตอบสนองช้าหรอกแต่เรานี่ล่ะไม่ได้สังเกตความเร็วเอง X-TRONIC CVT รุ่นใหม่ บวกกับเครื่องที่มีมอเตอร์ช่วยขับ มีพลังพอที่จะดันความเร็วไปที่เกิน 100 กม.ต่อชม. และก็ทะลุไปยาว เกินกฎหมายกำหนดเลยทีเดียว

            ผมสังเกตว่าอีวีโหมด หรือการขับด้วยไฟฟ้าล้วนๆ มีการทำงานบ้าง ในช่วงความเร็วต่ำแต่ไม่นานนัก บทบาทของไฟฟ้าให้ความสำคัญกับ การช่วยลดภาระเครื่องยนต์ชัดเจน จะมีส่วนช่วยมากในจังหวะเร่งแซง แต่โดยรวมแล้วก็อยู่เกิน 10 กม.ต่อลิตร คิดเป็นเงินก็สองบาทนิดๆ ในสภาพราคาน้ำมันระดับนี้

        ในช่วงฝนตกหนักอย่างนี้หลายคนคิดแบบผมว่า หากเรามีรถที่มีความสูงหน่อยก็รอดแล้ว ขับในกรุงเทพฯ วันก่อน คงรู้ว่าถ้าไม่ได้อยู่ในเอ็กซ์เทรล คงต้องวิดน้ำออกจากรถยาวเลยครับ


เปิดอ่าน