ไลฟ์สไตล์

ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร

ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร

22 พ.ย. 2558

ท่องโลกเกษตร : ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ

 
                      หลังประสบความสำเร็จในการคิดค้นมะนาวสายพันธุ์ใหม่ “แป้นวโรชา” จนเป็นที่รู้จักของเกษตรกรทั่วประเทศสำหรับปราชญ์ชาวบ้านอย่าง “วโรชา จันทโชติ” เกษตรกรเจ้าของสวนมะนาววโรชาใน ต.ไผ่จำศีล อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ก็ได้เตรียมขยับขยายพื้นที่เพื่อเนรมิตศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบของฟาร์มสเตย์สำหรับใช้เป็นแหล่งเรียนรู้และสถานที่ท่องเที่ยวด้านการเกษตร หวังใช้องค์ความรู้เรื่องมะนาวมาต่อยอดสู่การทำเกษตรแบบครบวงจร
 
                      “ท่องโลกเกษตร” อาทิตย์นี้มุ่งหน้าสู่อ่างทองไปดูรูปแบบฟาร์มสเตย์ของปราชญ์ชาวบ้านด้านเกษตรวัยใกล้ 50 “วโรชา จันทโชติ” ที่กำลังปรับพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ 2 งาน หลังวัดม่วงใน ต.หัวตะพาน อ.วิเศษชัยชาญ ห่างจากสวนมะนาววโรชาประมาณ 1.5 กิโลเมตร เพื่อสร้างฟาร์มสเตย์แบบครบวงจรเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ของเกษตรกรที่สนใจ ประกอบด้วยบ่อน้ำขนาดใหญ่  3 ไร่ บ่อน้ำขนาดเล็ก 2 งาน แปลงมะนาว พืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ กว่า 50 ชนิด มีบ้านที่อยู่อาศัย 1 หลังและเรือนพักสำหรับผู้มาศึกษาดูงานอีก 1 หลัง สามารถพักได้ประมาณ 30 คน
 
 
ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร
 
 
                      "สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับครับ” วโรชากล่าวทักทายกับทีมงานทันทีที่เดินทางถึงหน้าฟาร์มสเตย์ซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง จากนั้นได้พาเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ พร้อมอธิบายถึงที่มาของคอนเซ็ปต์ในแต่ละจุดพร้อมประโยชน์ในการใช้สอย โดยทุกจุดจะเน้นการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จะเห็นว่าบนเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษนั้นเกือบจะไม่มีที่ว่างที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย
 
                      “มันมีอะไรหลายอย่างที่ต่อยอดมาจากสวนเดิมนอกจากมะนาว ที่นั่นเราปลูกดาวเรืองให้ดูแล้ว มาที่นี่มาดูว่าการเพาะเมล็ดพันธุ์ดาวเรืองทำอย่างไร ที่นั่นมีปลูกทานตะวัน มาที่นี่เอาเมล็ดไปทำถั่วงอกทานตะวัน ที่นี่จะต้องคิดในเรื่องการต่อยอด เป็นคอนเซ็ปต์ของฟาร์มเราเลย ตอนนี้จะทำอะไรก็แล้วแต่จะต้องมองเรื่องการตลาดมาก่อน ทำเพียงเพื่อเอามันอย่างเดียวไม่ได้”
 
                      หลังจากเกริ่นให้ฟังรูปแบบแนวคิดการทำฟาร์มสเตย์อยู่พักใหญ่ จากนั้นก็เดินลัดเลาะไปเยี่ยมชมตามจุดต่างๆ ที่คุณวโรชาจัดแบ่งไว้เป็นโซนๆ โดยจุดแรกเป็นบ้านพักอาศัยของตัวเองและครอบครัว มีลักษณะเป็นบ้านไม้สองชั้น ทรงเรือนไทยภาคกลาง ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวน ชั้นบนสร้างเป็นที่พักอาศัย ส่วนชั้นล่างจะทำร้านนวดแผนไทยโดยกลุ่มแม่บ้านอสม.ในพื้นที่สลับสับเปลี่ยนกันมารับหน้าที่ให้บริการลูกค้าที่มาท่องเที่ยวและดูงาน หลังตระเวนเดินชมจนเกิดอาการเมื่อย
 
 
ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร
 
 
                      ส่วนอีกหลังตั้งอยู่ใกล้กันเป็นบ้านไม้ 3 ชั้น ทรงปั้นหยา หลังนี้จะใช้เป็นเรือนพักของผู้มาศึกษาดูงานที่ต้องการพักค้างคืน โดยจะเป็นห้องพักรวม แยกชาย-หญิง ชั้นล่างเป็นห้องพักผู้หญิง ส่วนชั้นบนเป็นผู้ชาย มีห้องครัวพร้อมสำหรับประกอบอาหารเองหรืออาจจะใช้บริการแม่ครัวของทางฟาร์มได้เช่นกัน ส่วนชั้นบนสุดจะเป็นที่สำหรับพักผ่อน พูดคุยและกิจกรรมสันทนาการ อีกทั้งบรรยากาศดีสามารถมองเห็นตัวฟาร์มสเตย์ในมุม 360 องศา
 
                      “เราพยายามใช้พื้นที่บ้านทั้งสองหลังนี้ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด อาจไม่สะดวกสบาย แค่พออยู่ได้แบบเรียบง่ายตามวิถีเกษตรกร ที่สำคัญพื้นที่ทุกตารางนิ้วเราจะใช้ให้เกิดเประโยชน์สูงสุดและเป็นสิ่งที่จับต้องได้ ใครก็ตามที่มาดูงานที่นี่แล้วจะสามารถนำกลับไปใช้ได้ทันที” วโรชาแจงรายละเอียดการใช้ประโยชน์ในพื้นที่แต่ละโซน จากนั้นพาเดินตระเวนมาทางด้านในสุดจะเห็นบ่อน้ำขนาดใหญ่บนเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ที่คุณวโรชาบอกว่าบ่อแห่งนี้นอกจากจะใช้เป็นบ่อเลี้ยงปลาแล้วจะเป็นแหล่งพักน้ำสำหรับนำมาใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคในฟาร์มอีกด้วย
 
                      “น้ำบาดาลที่สูบขึ้นมาบางครั้งก็มีหินปูน มีสนิม ใช้ประโยชน์ไม่ได้ เราก็เอามาพักที่บ่อนี้ก่อนนำมาใช้ประโยชน์ นอกจากนี้เรายังมีกิจกรรมเสริมให้แก่ผู้มาใช้บริการฟาร์มด้วยการดัดแปลงเป็นบ่อตกปลาควบคู่กันไปด้วย ส่วนรายรอบบ่อก็จะปลูกไม้ผลรวมถึงปลูกหญ้าแฝกเพื่อป้องกันการพังทลายของหน้าดินรอบๆ คันบ่อ”
 
 
ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร
 
 
                      หลังจากเดินชมบริเวณรายรอบบ่อใหญ่จากนั้นเดินทางยังบ่อเล็ก ซึ่งอยู่ไม่ห่างกันมาก โดยมีบ้านพักอาศัยสร้างกั้นอยู่ตรงกลาง โดยบ่อแห่งนี้คุณวโรชาตั้งใจให้เป็นบ่อเกษตรผสมผสาน ซึ่งในบ่อจะมีศาลากลางน้ำ เลี้ยงปลาดุกบิ๊กอุย ปลานิลและอีกหลายชนิด มีกรงเลี้ยงไก่ไข่และเป็ดไข่ มูลไก่ก็จะเป็นอาหารชั้นดีสำหรับปลาที่เลี้ยงไว้ ส่วนน้ำก็จะมีการระบายออกอาทิตย์ละครั้งเพื่อป้องกันน้ำเสีย ในขณะที่ในบ่อก็จะเลี้ยงเป็ดอีกด้วย
 
                      “ข้อดีอีกอย่าง ฟาร์มสเตย์เราตั่้งอยู่กลางท้องทุ่ง กลางคิืนเราเปิดไฟล่อแมลงให้บินมาแล้วตกลงไปในบ่อก็จะเป็นอาหารปลาได้อีกทางหนึ่ง” วโรชากล่าว พร้อมพาเดินวนมายังทางออกซึ่งจะมีการปลูกมะนาวไว้บริเวณปากทาง โดยปลูกไว้ในกระถางต้นไม้เพื่อให้รู้ว่ามะนาวสามารถปลูกได้ในทุกที่ ไม่จำเป็นต้องลงดินอย่างเดียว ส่วนใกล้ๆ กันก็จะเป็นพืชผักสวนครัวและพืชสมุนไพรนานาชนิด ปลูกในลักษณะสวนสมรม ไม่เป็นระเบียบเป็นแถวเป็นแนว ขอให้มีพื้นที่ว่างก็จะปลูกลงไป" เจ้าของฟาร์มสเตย์สรุปทิ้งท้ายก่อนจาก
 
                      ฟาร์มสเตย์วโรชา นับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรแห่งใหม่ใน จ.อ่างทอง ที่รอคอยทุกคนไปสัมผัสในเร็ววันนี้ โดยมีพิธีทำบุญเปิดฟาร์มในวันเสาร์ 28 พฤศจิกายน 2558 และจะสามารถให้บริการอย่างเป็นทางการเต็มรูปแบบตั้งแต่เดือนมกราคม 2559 เป็นต้นไป สนใจติดต่อคุณวโรชา จันทโชติ เจ้าของฟาร์มสเตย์วโรชา 09-2112-7822 ได้ตลอดเวลา
 
 
 
 
----------------------
 
(ท่องโลกเกษตร : ตะลุยสำรวจ 'ฟาร์มสเตย์' วโรชา ยึดทฤษฎีใหม่ต่อยอดงานเกษตร : โดย...สุรัตน์ อัตตะ)