เทศกาลลอยกระทงสายการบินเลื่อนเลี่ยงโคมลอย

เทศกาลลอยกระทง สายการบินใน-ต่างประเทศ เส้นทางภาคเหนือแจ้งยกเลิก-เลื่อนอื้อ เลี่ยงเสี่ยงภัย “โคมลอย” แม้จะมีประกาศให้ปล่อยหลังสองทุ่มก็ตาม

             ช่วงเทศกาลลอยกระทงที่เป็นประเพณีวัฒนธรรมของไทยที่สืบทอดกันมา โดยเฉพาะในภาคเหนือจะมีการปล่อยโคมลอยที่เป็นวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นปัญหาในเรื่องความปลอดภัยของสายการบิน แม้ทางการจะได้ขอร้องและควบคุมไม่ให้ปล่อยโคมลอยในเส้นทางการบินและบริเวณใกล้เคียงสนามบิน พร้อมทั้งกำหนดช่วงเวลาปล่อยโคมลอย อย่างไรก็ตามเพื่อความปลอดภัยทางสายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศได้แจ้งยกเลิกเที่ยวบินและเลื่อนเวลาการบินสำหรับเที่ยวบินทางภาคเหนือใน จ.เชียงใหม่และเชียงราย เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลลอยกระทงปีนี้ ซึ่งตรงกับวันที่ 25 พฤศจิกายน

             เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน น.อ.วิสูธ จันทนา ผู้อำนวยการท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังจากที่ จ.เชียงใหม่ ได้ออกประกาศเรื่องการปฏิบัติการจัดทำและการปล่อยโคมควัน โคมลอย (โคมไฟ) และมาตรการป้องกันอันตรายจากดอกไม้เพลิง พ.ศ.2558 โดยห้ามมิให้ผู้ใดปล่อยโคมควันและโคมลอยในพื้นที่ตามประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่องกำหนดเขตบริเวณใกล้เคียงสนามบินเชียงใหม่ ในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองเชียงใหม่ ทุกตำบล, อ.หางดง ทุกตำบล, อ.สารภี ต.หนองผึ้งขัวมุง ต.ดอนแก้ว ต.สันทราย และต.ท่าวังตาล, อ.แม่ริม ต.ดอนแก้ว ต.เหมืองแก้ว ต.ริมใต้ และ ต.แม่สา, อ.สันทราย ต.หนองหาร ในพื้นที่ดังกล่าวนี้สามารถปล่อยโคมได้ในวันที่ 25 พฤศจิกายน เป็นการปล่อยตามประเพณียี่เป็งหรือลอยกระทง โดยได้กำหนดช่วงเวลาปล่อยโคม คือโคมควันให้ปล่อยในช่วงเวลา 10.00-12.00 น. และโคมลอยให้ปล่อยหลังเวลา 21.00 น.เป็นต้นไปเท่านั้น

             ทั้งนี้หลังจากที่จ.เชียงใหม่ประกาศการปล่อยโคมในช่วงเทศกาลลอยกระทง ทางท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ได้แจ้งให้สายการบินทั้งในประเทศและต่างประเทศได้รับทราบข้อมูล จึงมีสายการบินแจ้งขอยกเลิกเที่ยวบิน เลื่อนเวลาการบิน เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้หากมีโคมไฟ หรือโคมควัน ลอยเข้าไปติดในเครื่องยนต์

             สำหรับท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ ในปัจจุบันมีเที่ยวบินทั้งในและต่างประเทศประมาณ 180 เที่ยวบิน มีผู้โดยสารผ่านเข้าออกวันละประมาณ 20,000 คน ทั้งนี้ช่วงเทศกาลต่างๆ จะเพิ่มขึ้นเป็น 25,000-26,000 คนต่อวัน ขณะนี้มีสายการบินในประเทศที่แจ้งยกเลิกเที่ยวบินระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน ดังนี้ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวนเที่ยวบินเข้า-ออก 24 เที่ยวบิน, เส้นทางเชียงใหม่-ภูเก็ต-เชียงใหม่ จำนวน 6 เที่ยวบิน, เส้นทางเชียงใหม่-กระบี่-เชียงใหม่ 6 เที่ยวบิน

             สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวน 6 เที่ยวบิน, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวน 8 เที่ยวบิน รวมเที่ยวบินที่แจ้งยกเลิก ณ วันที่ 16 พฤศจิกายน จำนวน 62 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 9,300 คน

             ส่วนสายการบินในประเทศที่เปลี่ยนแปลงเวลาทำการบิน ระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน ได้แก่ สายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวน 3 เที่ยวบิน, สายการบินไทยสมายล์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวน 6 เที่ยวบิน เส้นทางสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ 3 เที่ยวบิน, สายการบินบางกอกแอร์เวย์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ จำนวน 3 เที่ยวบิน, สายการบินนกแอร์ เส้นทางดอนเมือง-เชียงใหม่-ดอนเมือง จำนวน 4 เที่ยวบิน และเส้นทางเชียงใหม่-อุดรธานี-เชียงใหม่ จำนวน 2 เที่ยวบิน รวมเที่ยวบินที่เปลี่ยนแปลงเวลาทำการบินทั้งสิ้น 21 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารประมาณ 3,150 คน ส่วนสายการบินในประเทศที่ทำการเพิ่มเที่ยวบินในวันที่ 26 พฤศจิกายน ได้แก่ สายการไทยสมายล์ เส้นทางสุวรรณภูมิ-เชียงใหม่-สุวรรณภูมิ จำนวน 2 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 300 คน

             นอกจากนี้ สายการบินระหว่างประเทศที่ยกเลิกเที่ยวบิน ระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน คือ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางเชียงใหม่-หางโจว-เชียงใหม่ จำนวน 6 เที่ยวบิน, สายการบินเสฉวนแอร์ไลน์ เส้นทางเฉิงตู-เชียงใหม่-เฉิงตู จำนวน 2 เที่ยวบิน, สายการบินแอร์ไชน่า เส้นทาง ปักกิ่ง-เชียงใหม่-ปักกิ่ง จำนวน 2 เที่ยวบิน, สายการบินจุนเหยาแอร์ไลน์ เส้นทางเซี่ยงไฮ้-เชียงใหม่-เซี่ยงไฮ้ จำนวน 2 เที่ยวบิน รวมทั้งสิ้น 12 เที่ยวบิน จำนวนผู้โดยสารประมาณ 1,800 คน

             สายการบินระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงเวลาเที่ยวบินระหว่างวันที่ 24-26 พฤศจิกายน ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย เส้นทางเชียงใหม่-ฉงชิ่ง-เชียงใหม่ จำนวน 4 เที่ยวบิน และเส้นทางเชียงใหม่-เฉิงตู-เชียงใหม่ จำนวน 2 เที่ยวบิน, สายการบินฮ่องกงเอ็กซ์เพลส เส้นทางฮ่องกง-เชียงใหม่-ฮ่องกง จำนวน 6 เที่ยวบิน, สายการบินดราก้อนแอร์ เส้นทาง ฮ่องกง-เชียงใหม่-ฮ่องกง จำนวน 4 เที่ยวบิน, สายการบินแอร์ไชน่า เส้นทางปักกิ่ง-เชียงใหม่-ปักกิ่ง จำนวน 4 เที่ยวบิน รวมเที่ยวบินทั้งหมด 20 เที่ยวบิน ผู้โดยสารประมาณ 3,000 คน

             น.อ.วิสูธ จันทนา กล่าวว่า ขอให้ผู้โดยสารตรวจเช็กตารางการเดินทางกับสายการบินอีกครั้ง เพื่อความสะดวกในการเดินทาง เนื่องจากขณะนี้มีการเปลี่ยนแปลงตารางเวลาเที่ยวบินอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก สำหรับมาตรการการรักษาความปลอดภัยบนทางวิ่งกรณีที่อาจจะมีเศษวัสดุจากโคมตกลงมาในทางวิ่งได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เพิ่มรอบความถี่ในการตรวจทางวิ่ง จากเดิมวันละ 4 ครั้งเป็น 10 ครั้งเพื่อตรวจเก็บเศษโคมที่ลอยมาตกในทางวิ่ง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

             ขณะที่ จ.เชียงราย ได้หารือกับท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อขอให้ประชาชนงดการปล่อยโคมลอยและโคมควันทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับในวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ตรงกับวันลอยกระทง ได้ขอให้ปล่อยโคมลอยหลังเวลา 20.00 น.เป็นต้นไป โดยท่าอากาศยานจะให้ทำการบินก่อนช่วงเวลาดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้ประชาชนได้สืบสานประเพณีลอยกระทง

             นายอิทธิพล บุญอารีย์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย กล่าวว่า ในช่วงเวลาดังกล่าวได้ขอความร่วมมือกับสายการบินที่จะลงจอดในท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงหลังเวลา 20.00 น.โดยสายการบินต่างๆ ก็ได้ให้ความร่วมมือ ทั้งนี้มีสายการบินที่ยกเลิกเที่ยวบินไปทั้งสิ้น 4 สายการบิน คือ สายการบินนกแอร์ ยกเลิก 1 เที่ยวบิน หลังเวลา 20.00 น. ตั้งแต่วันที่ 24-25 พฤศจิกายน โดยจะกลับมาบินตามปกติในวันที่ 26 พฤศจิกายน ส่วนสายการบินไทยแอร์เอเชีย และบางกอกแอร์เวย์ จะยกเลิกเที่ยวบิน 1 เที่ยวบินหลังเวลา 20.00 น.ตั้งแต่วันที่ 24-26 พฤศจิกายน เช่นกัน ส่วนสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ ได้เลื่อนเที่ยวบินจากเดิมเวลา 20.20 น.เป็น 17.10 น.โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 24-26 พฤศจิกายน ทั้งนี้การยกเลิกเที่ยวบินดังกล่าวเพื่อเป็นการสนับสนุนประเพณียี่เป็งของชาวล้านนา

             อย่างไรก็ตาม การท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงได้ส่งหนังสือขอความร่วมมือกับทาง จ.เชียงราย ผู้นำชุมชนต่างๆ ในการงดปล่อยโคมควันที่มีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ยากในเวลากลางวัน เพื่อความปลอดภัยของการคมนาคมทางอากาศ

             ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจำหน่ายโคมลอยและอุปกรณ์ เพื่อนำไปเล่นช่วงเทศกาลลอยกระทงหรือยี่เป็ง ได้เริ่มคึกคักมากขึ้น โดยเฉพาะที่ถนนสายเชียงราย-เวียงชัย บ้านร่องบัวลอย หมู่ 6 ต.เวียงชัย อ.เวียงชัย จ.เชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผลิตโคมลอยและเครื่องละเล่นช่วงเทศกาลลอยกระทงจากรุ่นสู่รุ่น โดยพบว่าในพื้นที่ได้นำโคมลอยและสิ่งของต่างๆ มาวางจำหน่ายข้างถนน และมีทั้งผู้ซื้อแบบขายส่งเพื่อนำไปจำหน่ายปลีกอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ราคาของอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะโคมลอยยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน

             นางกาบ บุบผา อายุ 66 ปี เจ้าของร้านโคมลอย บ้านร่องบัวลอย กล่าวว่า ปีนี้บรรยากาศการซื้อขายซบเซาลงเล็กน้อยมีผู้สั่งจองไม่มากนัก ทำให้การผลิตก็ลดลงจากเดิมปีก่อน ซึ่งเคยจัดทำประมาณ 8,000 ใบ ก็ลดลงเหลือประมาณ 6,000 ใบ ส่วนราคาขายก็มีหลากหลายตั้งแต่ 3 ใบต่อ 100 บาท, 4 ใบต่อ 100 บาท, 5 ใบต่อ 100 บาท แล้วแต่ขนาด และหลังจากมีประกาศว่าให้ปล่อยโคมลอยได้หลังเวลา 20.00 น.ก็เริ่มมีลูกค้ามาซื้อมากขึ้น แต่ก่อนหน้านั้นมีกระแสว่าห้ามปล่อยเด็ดขาด ทำให้ไม่มีใครกล้าซื้อไป จึงทำให้เงียบเหงาไปช่วงหนึ่ง

             วันเดียวกัน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยกรณี กทม.ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำคลองโอ่งอ่างตั้งแต่สะพานบพิตรพิมุข สะพานหัน สะพานภานุพันธุ์ สะพานดำรงสถิตย์ ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคมถึง 16 พฤศจิกายน รวม 28 วัน ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วทั้งหมด ส่วนสะพานหันถึงสะพานภานุพันธุ์อยู่ระหว่างการปรับพื้นที่ให้เรียบร้อย รวมทั้งลาดยางมะตอยบนทางเดินริมคลองเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้งานได้ชั่วคราว ขณะที่บริเวณสะพานภานุพันธุ์ถึงสะพานดำรงสถิตย์อยู่ระหว่างการขนเศษวัสดุก่อสร้างและขยะออกจากพื้นที่ นอกจากนี้ได้เร่งรัดให้สำนักการระบายน้ำและสำนักการโยธา ขุดลอกคลองโดยเร็วที่สุด และรื้อส่วนที่ชำรุดเสียหาย เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์และสามารถลอยกระทงในคลองโอ่งอ่างได้ในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่


เปิดอ่าน