คณะสงฆ์ฟันธง‘สมีเกษม’บวชอีกไม่ได้

คณะสงฆ์ฟันธง‘สมีเกษม’บวชอีกไม่ได้ ต้องอาบัติปาราชิกเพราะเสพเมถุนชัด ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์สั่งหาทางสกัด

              วันที่ 21 ม.ค.2558  ที่วัดสนธิกรประชาราม อ.เมือง  จ.เพชรบูรณ์ คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วยพระระดับผู้ปกครองตั้งแต่เจ้าคณะอำเภอและเจ้าคณะตำบลฝ่ายธรรมยุต โดยมีพระราชปริยัติบัณฑิต เจ้าคณะจังหวัดเพชรบูรณ์(ธ)เป็นประธาน ได้ประชุมพิจารณา กรณีอดีตพระเกษม อาจิณณสีโล  อายุ 58 ปี อดีตเจ้าสำนักสงฆ์ป่าสามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งต้องอาบัติปาราชิกเพราะเสพเมถุน  โดยมีนายธัญเทพ หมื่นยุทธ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ รายงานถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและหารือถึงการออกประกาศของคณะสงฆ์จังหวัด เพื่อมิให้นายเกษมกลับมาบวชใหม่ นอกจากนี้ยังหารือถึงการแต่งตั้งพระที่จะไปเป็นผู้ปกครองที่พักสงฆ์แห่งนี้ รวมทั้งการเข้าตรวจสอบทรัพย์สินและจัดระเบียบที่พักสงฆ์สามแยก

              นายธัญเทพ ได้แถลงถึงผลการประชุมของคณะสงฆ์จังหวัดเพชรบูรณ์สรุปว่า ทางคณะสงฆ์มีมติชัดเจนแล้วว่าอดีตพระเกษมปาราชิกไม่สามารถกลับมาบวชได้อีก ส่วนเรื่องทรัพย์สินและเรื่องอื่นๆให้ทางหน่วยงานเกี่ยวข้องไปตรวจสอบ  แต่ทั้งนี้ก็ได้ให้แนวทางว่าไม่ควรเร่งรีบขึ้นไป เพราะจะพบปัญหาเรื่องการต่อต้านจากลูกศิษย์อดีตพระเกษม ส่วนการประกาศการต้องอาบัติปาราชิกนั้นทางคณะสงฆ์รับปากว่าจะดำเนินการเอง เพราะมีหลายจังหวัดที่มีลักษณะเดียวกัน ส่วนหนังสือปาราชิกคงไม่จำเป็นต้องส่งไปยังที่พักสงฆ์ป่าสามแยกเพราะเรื่องจบแล้ว  นายเกษมรับก็ว่าเป็นผู้เสพเมถุนเองซึ่งจริงๆก็ขาดจากความเป็นพระตั้งแต่ได้กระทำในครั้งแรกแล้ว

              "จะต้องขึ้นไปแน่เพียงแต่จะช้าหรือเร็วและคงไปในรูปแบบคณะกรรมการ เพราะอยากรู้ว่าที่นั่นมีอะไรถึงได้หวงห้ามและหลายฝ่ายก็อยากรู้ ซึ่งเมื่อเช้าก็ได้นำเรียนทางผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วว่า มีอะไรเกิดขึ้น โดยท่านยังบอกว่าหากจะขึ้นไปก็ขอให้บอก จะเซ็นหนังสือสนับสนุนให้หน่วยงานต่างๆขึ้นไปด้วย"  นายธัญเทพ กล่าวและว่า 

              ส่วนทรัพย์สินต่างๆคงไม่สามารถจะเคลื่อนย้ายไปไหนได้  แต่ในเรื่องเงินทอง ไม่ทราบว่ามีมากหรือไม่   เรื่องนี้ทางพระผู้ปกครองทางคณะสงฆ์ กำลังดำเนินการอยู่ คาดว่าเร็วๆนี้จะส่งพระรูปใดรูปหนึ่งขึ้นไปดูแล ส่วนตอนนี้ก็คงต้องให้ในในพื้นที่ดูไปก่อน ตามหลักหรือตามระเบียบของสงฆ์แล้วเมื่อขาดเจ้าอาวาสก็ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าคณะตำบลดูแลไปก่อน ส่วนที่จะปิดที่พักสงฆ์แห่งนี้ เป็นไปได้หรือไม่   เห็นว่าสิ่งไหนไม่ถูกต้อง ต้องทำให้ถูกต้อง  และที่ลูกศิษย์โต้แย้งเรื่องที่พักสงฆ์สามแยก โดยอ้างว่าไม่ได้อยู่ในสังกัดใคร  โดยข้อเท็จจริงเมื่ออยู่ในจ.เพชรบูรณ์ ก็ต้องมีสังกัด   ถ้าไม่ยอมก็ให้ออกจากพื้นที่ไป


ผู้ว่าฯเพชรบูรณ์หาทางสกัดสมีเกษมบวชซ้ำ

              ขณะเดียวกันมีรายงานว่า นายบัญฑิตย์ เทวีอารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งการไปยังสำนักพุทธศาสนา  จ.เพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่ และวันนี้ได้เรียกประชุมเพื่อหาทางกัน ไม่ให้นายเกษมกลับมาบวชได้อีก ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ดำเนินการตามไปตามอำนาจหน้าที่

ส่วนบรรยากาศที่สำนักสงฆ์วัดป่าสามแยก นายเกษมได้นุ่งขาวห่มขาว ถือศีล 8   และยังมีลูกศิษย์เข้ามาภายในสำนักอย่างต่อเนื่อง โดยลูกศิษย์ที่ยังยึดมั่น ศรัทธานายเกษม ได้ประกาศว่า หากใครกล่าวถึงนายเกษมในทางลบ ลูกศิษย์เหล่านี้จะโต้ตอบกลับทันที
 


เปิดอ่าน