อาบน้ำมนต์-อาบน้ำว่านมหามงคลวันสงกรานต์

อาบน้ำมนต์-อาบน้ำว่านมหามงคลวันสงกรานต์ ณ วัดสุทธาวาสวิปัสสนา : ท่องไปในแดนธรรม เรื่อง/รูป โดยไตรเทพ ไกรงู

               เทศกาลวันสงกรานต์ หรือวันขึ้นปีใหม่ของไทยซึ่งตรงกับวันที่ ๑๓ เมษายน คนไทยส่วนใหญ่มักจะถือปฏิบัติเป็นประเพณีกันมาสืบยาวนาน คือจะเข้าวัด ทำบุญใส่บาตร จัดแต่งสำรับคาวหวานเป็นการใหญ่ เพื่อน้อมไปถวายพระภิกษุสามเณรในอารามต่างๆ หลังจากนั้นจะถือปฏิบัติสรงน้ำพระพุทธรูปต่างๆ ตลอดจนภิกษุสามเณร   ครั้งเมื่อเสร็จแล้ว มักนิยมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ มีบิดามารดา ตลอดจนถึงปู่ย่าตายาย เป็นต้น ซึ่งมีความเชื่อกันว่าจะทำให้บังเกิดความเป็นสิริมงคลต่างๆ มากมายแก่ตัวเองตลอดปี

               ในวาระดิถีมงคลนี้ วัดสุทธาวาส วิปัสสนา ต.ลาดบัวหลวง อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา โดยหลวงพ่อรักษ์ อนาลโย เจ้าอาวาสเจ้าสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แห่งที่ ๑๓ และประธานสร้างพุทธมณฑลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์อีกพิธีหนึ่งของภาคกลาง คือ “ประเพณีพิธีอาบน้ำว่าน”   
               หลวงพ่อรักษ์ได้ศึกษาวิชาอาบน้ำว่านมาจากตำราของครูบาอาจารย์ ในตำราพระเวทโบราณที่สืบทอดมา   กล่าวคือ โบราณท่านให้ทำน้ำมนต์อาบ และใส่ใบส้มป่อย  พร้อมด้วยว่านมงคลมงคลต่างๆ และทำพิธีการเคี่ยวน้ำว่านก่อน ต่อจากนั้นนำน้ำว่านที่เคี่ยวนั้นไปผสมรวมกับน้ำพระพุทธมนต์ในอ่างใหญ่ ขณะเคี่ยวหลวงพ่อรักษ์จะทำพิธีดับพิษไฟและบริกรรมคาถาเพื่อไม่ให้ว่านมงคลนั้นเกิดพิษ ซึ่งต้องใช้คาถากำกับเวลาเข้าหูเข้าตาจะได้ไม่เป็นอันตราย   

               สำหรับน้ำที่นำมาผสมนั้นก็ไม่ใช่น้ำธรรมดา แต่เป็น “น้ำมนต์ธรณีสารใหญ่” โดยหลวงพ่อรักษ์ได้รวบรวมว่านมหามงคลต่างๆ มาเคี่ยวผสมทำน้ำมนต์ให้สาธุชนได้อาบ โดยใช้น้ำมนต์ธรณีสารใหญ่ผสมกับน้ำว่านมงคล 

               ทั้งนี้ มีคติความเชื่อว่าผู้ได้อาบน้ำมนต์จะอำนวยผลดีในด้านส่งเสริมเพิ่มพูนราศีให้ผ่องใส เกื้อกูลในด้านหน้าที่การงาน นำความเจริญรุ่งเรืองมาสู่ชีวิตของผู้ที่ได้อาบน้ำว่าน หรือสำหรับท่านผู้ใดที่เกิดในปีชง ขอเชิญท่านมาเข้าร่วมพิธีอาบน้ำว่านได้เลยจะเป็นการแก้เคล็ดต่างๆ ได้อย่างดีที่สุด อีกทั้งยังถือว่าเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ รับความเป็นสิริมงคลในช่วงเทศกาลปีใหม่ของไทยอีกด้วย  

               ประเพณีพิธีอาบน้ำว่านวัดสุทธาวาส จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ ๑๓ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๗ (วันสงกรานต์) เวลา ๐๙.๐๐ น.หลวงพ่อรักษ์อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุออกจากหอพระธาตุให้สาธุชนสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล เวลา ๑๐.๐๐ น.สาธุชนร่วมสรงน้ำหลวงพ่อรักษ์ และ พระภิกษุสามเณร เวลา ๑๒.๓๐ น.ประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เวลา ๑๓.๐๐ น. หลวงพ่อรักษ์ประกอบพิธีปลุกเสกน้ำว่าน เวลา ๑๖.๐๙ น. ประกอบพิธีอาบน้ำว่านมหามงคล ให้แก่สาธุชนที่เข้าร่วมพิธีทุกคน ประพรมน้ำว่านให้แก่รถยนต์ที่เข้าร่วมพิธีทุกคัน  


แม่นางกวักสร้างวัด


                ในประเพณีพิธีอาบน้ำว่านทางวัดได้จัดสร้างเครื่องรางโชคลาภ และเครื่องรางป้องกันภยันตรายให้แก่สาธุได้ร่วมทำบุญวัตถุประสงค์เพื่อสมทบทุนถมดินและปรับภูมิทัศน์ ภายในพุทธมณฑณอยุธยา และเพื่อการศึกษาแก่นักเรียนเยาวชน ประกอบไปด้วย มีดหมอ หรือมีดเทพศาสตรา รุ่น ชนะไพรี อาวุธแห่งเทพเจ้า ซึ่งมีดของหลวงพ่อรักษ์นั้น  เป็นที่รู้กันดีในหมู่ศิษย์ว่าไม่แพ้เครื่องรางชนิดอื่นๆ เลย 

               มีดเทพศาสตรา รุ่น ชนะไพรี จัดสร้างจำนวน ๑,๐๐๐ เล่ม ขนาดยาว ๔ นิ้ว พร้อมด้าม ใบมีดทำจากเหล็กดำสัตตโลหะ อิทธิคุณมีอำนาจ วาสนาบารมีและด้ามทำจากไม้พะยูงดำ จะอำนวยผลดี ด้านค้ำจุนหนุนดวงให้เจริญด้านโภคทรัพย์สมบัตินานาประการ ภายในมีดสัตตโลหะเหล็กดำ ลงอักขระ “นะ โม พุท ธา ยะ” หัวใจพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์  

               ส่วนการจัดสร้างนางขวักนั้น หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย  ท่านเคยสร้างและปลุกเสกแม่นางกวักไปแล้วสองรุ่น ทุกรุ่นต่างได้รับความนิยม หมดจากวัดภายในเวลาอันรวดเร็ว ในวาระมงคลนี้ได้จัดสร้างแม่นางกวัก รุ่น เพิ่มทรัพย์ ขึ้นมาอีกครั้ง โดยสร้างจากดินมงคลเมืองอู่ทอง อู่ข้าวอู่น้ำ บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์และผสมผงว่าน ๑๐๙ หลวงพ่อรักษ์ได้ลบผงเขียนยันต์นะเศรษฐีฤาษี  ผสมเป็นมวลสาระสำคัญในการจัดสร้างด้วย ใต้ฐานอุดมวลสารต่างๆ ที่วัดเก็บไว้ อาทิ ผงไม้มงคล ไม้คูณเงินคูณทอง ไม้กวักเงินกวักทอง ไม้ไผ่สีสุก ไม้มะรุม เป็นต้น จัดสร้างจำนวน 1,000 ตน 

               การจัดสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อรักษ์ ท่านจัดสร้างและปลุกเสกมาเพื่อมอบให้ผู้ที่ร่วมทำบุญ สร้างวัด อาทิ ทำบุญถมดิน ทำบุญสร้างโบสถ์ ทำบุญซื้อที่ดิน เป็นต้น   ไม่ได้เป็นพุทธพาณิชย์แต่อย่างใด และส่วนหนึ่งก็ไว้แจกสาธุชนทั่วไป หรือลูกศิษย์ลูกหา เพื่อเป็นพุทธานุสติ เป็นขวัญกำลังใจอีกด้วย 


พุทธมณฑลแห่งไม้มงคล


               ปัจจุบันหลวงพ่อรักษ์ ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการปฏิบัติธรรมขึ้น เพื่อเป็นการสนองงานคณะสงฆ์ ด้านวิปัสสนาธุระโดยตรงมากว่า ๑๐ ปี เพื่อเป็นการเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้เจริญมั่นคงถาวรสืบไป อีกทั้งยังถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

               ภายในพุทธมณฑลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อรักษ์ ได้ปลูก "สวนป่าสาละ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" โดยมีเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานในพิธีเปิดสวนป่าสาละ

               นอกจากนี้ด้านหน้าอุโบสถ ทิศเหนือยังมี "สวนพฤกษา พระพรหมดิลก" โดยได้รับความเมตตาจากพระพรหมดิลก วัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานประกอบพิธีเปิดสวนพฤกษา รวมทั้ง "สวนป่าไม้มงคล ๗๗ จังหวัด พระพรหมสุธี" โดยมีพระพรหมสุธี เจ้าคณะภาค ๑๒ กรรมการมหาเถรสมาคม เป็นประธานพิธี

               สวนป่าของพุทธมณฑลอยุธยาแห่งนี้ เป็นสถานที่แหล่งการศึกษาเรียนรู้ของนิสิตนักศึกษาและเยาวชนอีกที่หนึ่งใน จ.พระนครศรีอยุธยาด้วย คือ มีต้นไม้พรรณไม้ต่างๆ มากมาย อาทิ ต้นตะโกดัด ที่มีอายุหลายร้อยปี เป็นจำนวนกว่า ๓๐๐ ต้น และพรรณไม้โบราณที่มีกลิ่นหอม หรือเป็นพรรณไม้อนุรักษ์ที่หายากในประเทศ นับได้ว่าเป็นที่เดียวในโลกที่มีต้นไม้ประจำจังหวัดแต่ละจังหวัดมาปลูก เป็นอุทยานการศึกษาเรียนรู้ภายในพุทธมณฑลพระนครศรีอยุธยาแห่งนี้อีกด้วย

               พุทธมณฑลอยุธยา เป็นสถานที่เหมาะแก่การปฏิบัติธรรม และเป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง หลวงพ่อรักษ์ อนาลโย ได้ซื้อที่ดินขยายเขตวัด พัฒนาปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ร่มรื่น เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม ถวายเป็นพุทธบูชา ใช้งบประมาณไปแล้วเป็นจำนวนมาก ในการปลูกสวนป่าของวัดสุทธาวาส วิปัสสนา สอดคล้องกับนโยบายของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ที่ต้องการให้วัดต่างๆ ปลูกต้นไม้กันให้มาก "ด้วยการทำวัดให้สง่า ร่มรื่น ไม่ต้องเสียเงินเสียทองอะไรมาก"

               เส้นทางการเดินทางมาวัด ๑.ใช้ถนนสาย ๓๔๐ ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ข้ามสะพานพระยาบันลือ ถึงแยกลาดบัวหลวง เตรียมยูเทิร์นเข้าวัด ๒.ใช้ถนนสายสามโคก-เสนา ข้ามสะพานพระยาบันลือ เตรียมเลี้ยวซ้ายเข้าแยกไม้ตรา ตรงไป ๒๖ กม.ถึงวัดสุทธาวาส วิปัสสนา หรือสอบถามเส้นทางได้ที่ โทร.๐๘-๑๑๙๐-๕๗๕๗, ๐๘-๒๔๕๕-๓๐๗๑ และ ๐-๓๕๓๗-๙๙๔๔
 


เปิดอ่าน