เปรต:คำวัด

เปรต:คำวัด โดยพระธรรมกิตติวงศ์

                คำกล่าวที่ว่า "แร้งวัดสระเกศ เปรตวัดสุทัศน์ "แท้ที่จริงแล้ว เรื่องเล่าเปรตวัดสุทัศน์นั้น มาจากภาพวาดบนฝาผนังในอุโบสถ ที่เป็นรูปเปรตตนหนึ่งนอนพาดกายอยู่ และมีพระสงฆ์ยืนพิจารณาอยู่ ซึ่งภาพนี้มีชื่อเสียงมากในสมัยอดีต เป็นที่เลื่องลือกันของผู้ที่ไปวัดแห่งนี้ว่าต้องไปดู และสิ่งที่ผู้คนเห็นว่าเป็นเปรตนั้น ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณวัดแห่งนี้มายาวนานบอกว่า แท้ที่จริงแล้วเป็นเงาของเสาชิงช้าที่อยู่หน้าวัด ในสายหมอกยามเช้าต่างหาก ต่อมา เรื่องเปรตวัดสุทัศน์นี้ได้นำมาเขียนเป็นนวนิยาย และทำเป็นละครโทรทัศน์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖ ออกอากาศทางช่อง ๗ นำแสดงโดย วรนุช วงษ์สวรรค์ และเอกรัตน์ สารสุข

                สำหรับคติความเชื่อไทย "เปรต" เป็นผี มีรูปร่างสูงเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ผิวดำ ท้องโต มือเท่าใบตาล แต่มีปากเท่ารูเข็ม และเปรตจะหิวอยู่ตลอดเวลาเนื่องจากกินอะไรไม่ได้ จึงชอบมาขอส่วนบุญในงานบุญต่างๆ ซึ่งเมื่อสะสมบุญได้แล้วเกิดใหม่ชาติหน้าจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมานอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งจากลักษณะนี้ทำให้คำว่า เปรต กลายมาเป็นคำด่าในภาษาไทยที่หมายถึง คนที่อดอยากผอมโซ เที่ยวรบกวนขอเขากิน หรือเมื่อมีใครได้โชคลาภก็เข้ามาขอแบ่งปัน

                ในทางศาสนาพุทธ เปรต แปลว่า ผู้ล่วงลับ หมายถึง อมนุษย์พวกหนึ่งที่เกิดในเปตวิสัยซึ่งเป็น ๑ ใน ๔ อบายภูมิ เปรตมีหลายประเภท เช่นประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิเปรต คือเปรตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วนบุญที่มีผู้ทำอุทิศให้ หากไม่มีส่วนบุญที่มีผู้อุทิศให้ก็มักจะกินเลือดและหนองของตัวเองเป็นอาหาร โบราณมีความเชื่อที่ว่า ถ้าใครทำร้ายพ่อแม่ ชาติหน้าจะไปเกิดเป็นผีเปรต

                แบ่งตาม เปตวัตถุอรรถกถาแบ่งได้ ๔ ประเภท

                ๑.ปรทัตตุปชีวิกเปรต คือ เปรตที่มีชีวิตอยู่ได้ จากอาหารที่มีมนุษย์ให้ เช่น การเซ่นไหว้ เป็นต้น

                ๒.ขุปปีปาสิกเปรต คือ เปรตที่อดอยาก ทุกข์จากความหิวโหยอยู่เป็นนิจ

                ๓.นิชฌามตัณหิกเปรต คือ เปรตที่ถูกไฟเผาให้เร่าร้อนอยู่เสมอ

                ๔.กาลกัญจิกเปรต คือ เปรตในจำพวกอสุรกาย

                พระธรรมกิตติวงศ์ (ทองดี สุรเตโช) ป.ธ. ๙ ราชบัณฑิต  และเจ้าอาวาส วัดราชโอรสาราม ได้ให้ความหมายองคำว่า "เปรต" ไว้ว่า ผู้ละโลกนี้ไปแล้ว ผู้ตายไปแล้ว

                เปรต ในคำวัด หมายถึง สัตว์พวกหนึ่งที่เกิดในเปรตวิสัย ซึ่งเนอบายภูมิ ๑ ใน ๔ มีหลายประเภท เช่น ประเภทหนึ่งเรียกว่า ปรทัตตูปชีวิตเปรต คือ เปรตที่ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยส่วบุญที่มีผู้อุทิศให้  มีรูปร่างสูงโย่งเท่าต้นตาล ผมยาว คอยาว ผอมโซ ตัวดำ ท้องโต มีเท่าใบตาลแต่มีปากเท่ารูเข็ม หากไม่มีส่วนบุญของผู้อุทิศให้ก็จะกินเลือด และหนองของตัวเองเป็นอาหาร มักร้องเสียงโหยหวนในเวลากลางคืนเพื่อขอส่วนบุญ

                การทำพลีกรรมแก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว หรือการทำบุญอุทิศไปให้ผู้ตายว่า เปตพลี หรือ บุพเปตพลี


เปิดอ่าน