วัดประสิทธิเวชเด่นทั้ง'พิธีกรรมและพิธีธรรม'

วัดประสิทธิเวชเด่นทั้ง'พิธีกรรมและพิธีธรรม' : ท่องไปในแดนธรรม เรื่องและภาพ ไตรเทพ ไกรงู

              วัดประสิทธิเวช  ชาวบ้านมักเรียกกันติดปากว่า  ”วัดเก่า”  หรือ “วัดบางปรากฎ” เพราะสมัยแรกชื่อจริงชื่อวัดบางปรากฎ ชื่อตามหมู่บ้าน แล้วมาเปลี่ยนชื่อทีหลังว่าวัดประสิทธิเวช เปลี่ยนเมื่อ พ.ศ. ใดไม่ทราบ ไม่มีหลักฐาน ปัจจุบันวัดประสิทธิเวช ตั้งอยู่หมู่ ๑๐ ต.บางปลากด อ.องครักษ์ จ.นครนายก  
          
              วัดประสิทธิเวชนี้  มีผู้เล่าสืบต่อๆ กันมาว่า แต่เดิมมีอุบาสกผู้ใจบุญผู้หนึ่งชื่อว่า นายสิทธิ ภรรยาชื่อนางเวช ได้เป็นผู้นำริเริ่มก่อสร้างมาเป็นครั้งแรก วัดจึงมาเปลี่ยนชื่อใหม่ว่า “วัดประสิทธิเวช”  เปลี่ยนตามชื่อเจ้าของผู้ริเริ่มก่อสร้างวัด ปัจจุบันมีพระราชสิทธิวราจารย์ หรือที่รู้จักกันในนาม เจ้าคุณหลวงพ่ออุดม เจ้าคณะอำเภอองครักษ์ เป็นเจ้าอาวาส
 
              เจ้าคุณหลวงพ่ออุดม ถือเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่รอบรู้และแตกฉานทั้งด้านศาสนธรรม และศาสนาพิธี ประกอบภารกิจในการเผยแผ่ศาสนาอย่างต่อเนื่อง มีการทำพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเป็นเนืองนิตย์ รวมทั้งประกอบภารกิจด้านสาธารณูปการของวัดประสิทธิเวช เป็นอารามที่มีความสมบูรณ์ทุกด้าน เป็นศรีสง่างามแก่ จ.นครนายก และเป็นที่ชื่นชมศรัทธาของประชาชนที่ผ่านไปมา

              สำหรับเหตุผลที่คนชอบมาขอพรจากหลวงพ่อทา อดีตเจ้าอาวาสนั้น เจ้าคุณหลวงพ่ออุดม บอกว่า เป็นความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน เพราะท่านเป็นอดีตเจ้าอาวาส ใครเป็นพ่อค้าแม่ค้ามาขอให้ขายของดีๆ แล้วก็ประสบความสำเร็จตามที่เขาขอกัน ต่างคนต่างก็มาแก้บนกัน บางคนไม่อยากเป็นทหารก็มาบนกัน แล้วแคล้วคลาดจากการเป็นทหาร ก็พากันมาแก้บน บางคนมาเพราะมีทุกข์ก็มาขอให้หลวงพ่อท่านช่วย เรียกได้ว่าปากต่อปาก พูดต่อกันไป ตามความเชื่อความศรัทธาที่เขามีกันต่างๆ นานา

              นอกจากนี้แล้วภายในโบสถ์ยังมีหลวงพ่อใหญ่อุดมโชค มงคลลาภ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อายุ ๓๓๒ ปี รวมทั้งยังมีพระมหาเจดีย์ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ

              "ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข ขอให้เจริญ เจริญ ขอให้ประสบความสำเร็จ ความโชคดี ขอให้มีความสุขกายสุขใจ เย็นกาย เย็นใจ และสิ่งที่อาตมาอยากให้ทุกคนมีมากที่สุดก็คือ ศีลทั้งห้าข้อนั้นแหละ เป็นที่ประเสริฐมากที่สุด ใครมีเอาไว้ติดตัวชีวิตเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน"


บังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย


              พิธีกรรมอย่างหนึ่งที่เหล่าบรรดาลูกศิษย์นิยมทำ คือ “บังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย” รวมทั้งอาบน้ำมนต์ ถวายสังฆทาน จนบุคคลภายนอกหลายคนอาจมองว่าจะเป็นพุทธพาณิชย์ ในขณะที่หลวงพ่ออุดมยืนยันว่า "ทั้งหมดเป็นแรงศรัทธาล้วนๆ ของประชาชน" โดยมีคติความเชื่อว่า

              ใครมาทำบุญในพิธีบังสุกุลเป็น-บังสุกุลตาย หลายคนเขาสมหวังสำเร็จตามที่เขาหวังกัน เขาเข้ามาทำพิธีแล้วชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น เขาก็จะชักชวนเพื่อนที่มีทุกข์มาร่วมในพิธี  ยิ่งถ้าเป็นช่วงเทศกาล หรือวันปีใหม่ สงกรานต์ มีคนมาทำบุญเข้าพิธีหลายพันคนต่อวัน

              ถ้าเป็นวันธรรมดาก็ตกประมาณสามสี่ร้อยคน ถือว่าน้อย หากเปรียบเทียบกับวันเสาร์อาทิตย์ เพราะวันหยุดสุดสัปดาห์จะมีญาติโยมเดินทางมาทำบุญเข้าพิธีกันเป็นจำนวนมาก ตามที่ลูกศิษย์ได้ประเมินมาให้ฟังก็ตกประมาณสองสามพันคนต่อวัน ทุกวันนี้ก็มีคนเดินทางมาวัดตลอดทั้งวัน มากันตั้งแต่เช้ายันค่ำ ตรงนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของอาตมา และพระจะต้องช่วยกันให้ญาติโยมมีกำลังใจ

              นอกจากนี้คนยังนิยมมาเข้าพิธีอาบน้ำมนต์ โดยมีคติความเชื่อว่าเป็นการเสริมดวงชะตาให้เป็นความโชคดี บางคนมีทุกข์มาก พอมาอาบน้ำมนต์แล้วเขาก็โล่งใจสบายใจกลับไปบ้าน อาตมาอาบน้ำมนต์ให้กับญาติโยมมาแล้วเป็นเวลา ๑๐ ปี ทุกวันนี้ก็ยังมีคนมาอาบน้ำมนต์กันเป็นจำนวนมาก

              ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายนั้น ทางวัดเราไม่มีการเก็บปัจจัยใดๆ ทั้งสิ้น สามารถทำบุญกันตามแรงศรัทธา มีมากทำมาก มีน้อยทำน้อย บางคนมาวัดอยากทำสังฆทาน ทางวัดก็ให้ทำแล้วแต่ศรัทธา ๒๐ บาทก็สามารถถวายสังฆทานได้ เพราะปัจจัยทั้งหมดก็นำไปสร้างเสนาสนะให้วัด


เปิดอ่าน