'พูนสวัสดิ์'หันหลังการเมืองซุ่มเรียนป.โทพุทธ

'พูนสวัสดิ์'หันหลังการเมืองซุ่มเรียนป.โทพุทธศาสนา : สำราญ สมพงษ์รายงาน

              ส.ส.สุรินทร์สมัยนี้ต้องยกให้ จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ พรรคเพื่อไทย ไม่ต้องทำอะไรมากเพียงทำหน้าที่ประท้วงฝ่ายค้านด้วยเสียงแหลมๆ "ท่านประธานที่เคารพ" เท่านี้ก็โด่งดังแล้ว ขนาดคนอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังนำไปล้อเลียนคราวขึ้นเวทีปราศรัย สร้างราคาให้กับจ่าประสิทธิ์อักโข

              หากมองย้อนไปเมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา เวทีการเมืองสุรินทร์คงไม่มีใครไม่รู้จักนายพูนสวัสดิ์ มูลศาสตร์สาทร อดีตนักมวยชื่อดัง มีพี่ชายเป็นถึงปลัดกระทรวงมหาดไทยที่ถูกกล่าวขานว่า "ปลัดฮิตาซิ" ขณะเดียวกันยังได้บารมีของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคความหวังใหม่

              พอหมดยุคของ "พ่อใหญ่จิ๋ว" นายพูนสวัสดิ์ก็หมดวาสนาและเริ่มหายหน้าหายตาไปจากเวทีการเมือง แม้นแต่ลงสมัครนายกเทศมนตรีเมืองสุรินทร์เมื่อต้นปี2555 ก็ไม่ได้รับการเลือกตั้ง ในที่สุดคลื่นลูกใหม่อย่างจ่าประสิทธิ์ก็เข้ามาแทนที่

              แต่เมื่อไม่นานมานี้ได้เห็นนายพูนสวัสดิ์อีกครั้งด้วยสีหน้าที่แจ่มใจคล่องแคล่วแม้นว่าอายุ 72 ปีแล้ว ในเวทีสัมมนาวิชาการเรื่อง "พระสงฆ์กับสังคมออนไลน์" ของนักศึกษาปริญญาโท บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร) วัดมหาธาตุท่าพระจันทร์ นายพูนสวัสดิ์ก็ตั้งใจฟังอย่างนักศึกษาที่ดี พอจบงานก็ยกของมอบให้กับวิทยากรด้วยความอ่อนน้อม ไม่แข็งกร้าวเหมือน ส.ส.ในสภา

              ได้เข้าไปสอบถามจึงได้ความว่านายพูนสวัสดิ์กำลังเรียนปริญญาโทที่บัณฑิตวิทยาลัย มจร สาขาพระพุทธศาสนา ทั้งนี้เพื่อต้องการทราบหลักธรรมในพระพุทธศาสนาให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้นำไปใช้ในชีวิตประจำวันและหากมีโอกาสก็จะบอกต่อ

              เมื่อถามว่าไม่หันกลับไปเล่นการเมืองอีกหรือ นายพูนสวัสดิ์บอกว่าไม่เอาแล้วปล่อยให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำหน้าที่บ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องการเห็นสำหรับการเมืองไทยก็คือเมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้วก็ขอให้รู้จักแพ้รู้จักชนะแล้วหันหน้าช่วยกันพัฒนาประเทศ(ดูอย่างสหรัฐเป็นตัวอย่าง)

              พร้อมกันนี้นายพูนสวัสดิ์ยังเชิญชวนให้นักการเมืองควรหาโอกาสเข้ามาเรียนต่อที่บัณฑิตวิทยาลัย มจร ซึ่งจะได้มีความรู้ที่ดีนำไปปรับปรุงพฤติกรรมตัวเองให้เป็นนักการเมืองที่น่ารักยิ่งขึ้น 

              นับได้ว่านายพูนสวัสดิ์ มูลศาสตร์สาทร เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของนักการเมืองที่รู้จักคำว่า "พอ" แต่"ไม่พอ" ที่จะหยุดแสวงหาความรู้โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักธรรมในพระพุทธศาสนา นอกจากการฟังพระเทศน์ปฏิบัติธรรมแล้วยังได้ศึกษาหาความรู้ที่เป็นระบบมากยิ่งขึ้น นับเป็นตัวอย่างที่น่าชื่นชมยิ่งและเป็นชาวพุทธที่ดี 

              หากนักการเมืองหรือประชาชนทั่วไปจะเลียบแบบนายพูนสวัสดิ์สามารถทำได้เพราะไม่มีใครแก่เกินเรียน เพราะขณะนี้บัณฑิตวิทยา มจร กำลังที่จะเปิดรับสมัครระดับปริญญาโท-เอก ด้านพระพุทธศาสนาหลายสาขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรสันติศึกษาที่จะเปิดรับสมัครเดือนมกราคมปีหน้านี้สามารถเข้าไปศึกษารายละเอียดได้ที่เว็บไซต์ มจร (http://www.mcu.ac.th)


เปิดอ่าน