'หลวงพ่อแป้น'พระเถระกรุงเก่าที่ถูกลืม

'หลวงพ่อแป้น' วัดเสาธงใหม่พระคณาจารย์เมืองกรุงเก่าที่ถูกลืม : ไพศาล ถิระศุภะ

           ในอดีตที่ผ่านมา พระคณาจารย์ของ จ.พระนครศรีอยุธยา หรือเมืองกรุงเก่า ที่เชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทมีหลายรูปด้วยกัน เช่น หลวงพ่อกลั่น วัดพระญาติการาม หลวงพ่อชม วัดพุทไธศวรรย์ หลวงพ่ออ่ำ วัดวงษ์ฆ้อ' หลวงพ่อปาน วัดบางนมโค หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก ฯลฯ ซึ่งพระคณาจารย์เหล่านี้ ได้มีผู้นำเสนอประวัติของท่านลงในนิตยสารพระเครื่องต่างๆ จนเป็นที่รู้จักกันดีในวงการพระเครื่องทั่วไป

           อย่างไรก็ตาม ยังมีพระคณาจารย์อีกรูปหนึ่งของเมืองกรุงเก่า ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านไสยเวทในระดับแนวหน้า ไม่เป็นสองรองใคร แต่กลับไม่ค่อยมีผู้ใดนำประวัติของท่านนำมาเสนอกันเลย พระคณาจารย์ท่านนั้นก็คือ หลวงพ่อแป้น วัดเสาธงใหม่ ต.บางปะหัน ต.เสาธง จ.พระนครศรีอยุธยา จนพุทธศาสนิกชนที่เคารพศรัทธาเลื่อมใสในหลวงพ่อแป้นกล่าวแบบน้อยใจว่า ท่านเป็น “พระคณาจารย์เมืองกรุงเก่าที่ถูกลืม”

           ที่ผู้เขียนกล้ายืนยันว่า หลวงพ่อแป้น ท่านเป็นพระคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญไสยเวทในระดับแนวหน้า ไม่เป็นสองรองใครนั้น ไม่ได้กล่าวขึ้นอย่างเลื่อนลอย สิ่งที่ยืนยันได้ก็คือ ท่านเป็นอาจารย์ของพระคณาจารย์ชื่อดังระดับประเทศถึง ๓ รูป และฆราวาสชื่อดังอีก ๑ ท่าน อันได้แก่

           ๑.หลวงพ่อซวง วัดชีปะขาว ต.พระงาม อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี ๒.หลวงพ่อมาก วัดโตนด ต.นางร้า อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ๓.หลวงพ่ออุป วัดเทพอุปการาม ต.ตานิม อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา และ ๔.อาจารย์ลอย โพธิ์เงิน ฆราวาสชื่อดัง ผู้มีความชำนาญทางสร้าง หุ่นพยนต์ จนเลื่องลือไปทั่วทุกวงการ โดยท่านได้อาศัยอยู่ที่แพริมแม่น้ำป่าสัก หน้าวัดเสาธงใหม่

           พระคณาจารย์และฆราวาสตามที่กล่าวนามมานี้ ล้วนเป็นผู้ที่เก่งกล้าทางด้านคาถาอาคมในระดับตำนาน และได้สร้างวัตถุมงคลในรูปแบบต่างๆ ที่มีประสบการย์มากมายเหลือคณานับ มีการเช่าหากันค่อนข้างสูง จนเป็นที่ต้องการในวงการพระเครื่องทั่วไป 

           แล้วหลวงพ่อแป้น ผู้เป็นอาจารย์จะเก่งกล้าขนาดไหน ท่านผู้อ่านลองพิจารณาไตร่ตรองดูก็แล้วกัน จากเหตุผลดังกล่าว จึงเป็นการสมควรแล้วที่หลวงพ่อแป้นจะได้รับการยกย่องให้เป็น “อาจารย์แห่งอาจารย์” 

           สำหรับประวัติความเป็นมาของหลวงพ่อแป้นนั้น ท่านมีนามเดิมว่า แป้น ศรีพา ชาตะปีมะแม พ.ศ.๒๔๐๒ เป็นชาว ต.กุดนกเปล้า อ.ปากเพรียว จ.สระบุรี เมื่อมีอายุครบบวช ท่านได้อุปสมบทที่วัดแคนอก ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีหลวงพ่อแดง เจ้าอาวาสวัดแคนอก เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับนามฉายาว่า อุตตโม แปลว่า “สูงสุด”

           ต่อมาได้เดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อศึกษาภาษาบาลีมูลกัจจายน์ที่วัดสระเกศ และไปต่อที่วัดสามปลื้ม (วัดจักรวรรดิราชาวาส) ที่วัดสามปลื้มนี้เองที่ท่านได้ฝากตัวศึกษาสมถวิปัสสนากรรมฐาน และวิชาไสยเวทกับ พระพุฒาจารย์ (มา) พระเถราจารย์ชื่อดังในสมัยนั้น จนมีความเชี่ยวชาญในหลายด้าน

           จากนั้นท่านได้ออกจาริกธุดงค์ เพื่อฝึกพลังจิตให้แก่กล้า โดยท่านได้มุ่งหน้าไปที่ จ.สมุทรปราการ เป็นแห่งแรก และได้ฝากตัวเรียนวิชาไสยเวทกับ หลวงพ่อปาน วัดมงคลโคธาวาส (วัดบางเหี้ย) ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ แล้วจึงได้เดินธุดงค์ไปทาง จ.นครปฐม ฝากตัวเรียนวิชาไสยเวทกับ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ต.มาบแค อ.เมือง จ.นครปฐม จนเจนจบแบบรู้แจ้ง

           ขณะเดียวกัน หลวงพ่อทาได้แนะนำให้ท่านไปเรียนวิชาไสยเวทเพิ่มเติมกับ หลวงปู่นาค วัดห้วยจระเข้ ต.ห้วยจระเข้ อ.เมือง จ.นครปฐม ก็ได้ความรู้มาอีกสายหนึ่ง จึงนับได้ว่า หลวงพ่อแป้นเป็นศิษย์ผู้มีความรู้ด้านไสยเวทจากพระคณาจารย์ชื่อดังหลายท่านด้วยกัน

           ต่อมาท่านได้ตั้งใจจะจาริกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ แต่ด้วยชะตาลิขิต ขณะที่ท่านได้มาปักกลดอยู่แถบ ต.เสาธง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา ชาวบ้านในย่านนี้เห็นปฏิปทาของท่านแล้วเกิดความศรัทธาเลื่อมใส จึงนิมนต์ให้ท่านไปจำพรรษาอยู่ที่ วัดเสาธงใหม่ ซึ่งขณะนั้นเจ้าอาวาสวัดนี้ได้มรณภาพลง หลวงพ่อแป้นจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดเสาธงใหม่ นับเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ ๓ ของวัดนี้ และได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้ท่านเป็นพระอุปัชฌาย์ในเวลาต่อมา

           หลวงพ่อแป้น เป็นพระคณาจารย์ที่มุ่งเน้นการปฏิบัติสมถวิปัสสนากรรมฐาน มีพลังจิตที่แก่กล้า เชื่อกันว่าท่านได้สำเร็จอภิญญาสมาบัติ สามารถแสดงฤทธิ์ต่างๆ ให้เป็นที่ประจักษ์ได้ เช่น วาจาสิทธิ์ ล่องหน กำบังกาย ร่นระยะทาง เดินข้ามแม่น้ำได้ เป็นต้น

           นอกจากนี้ หลวงพ่อแป้นยังเป็นสหธรรมิกกับ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว ต.นครชัยศรี อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม โดยท่านทั้งสองมีการแลกเปลี่ยนวิชาไสยเวท และไปมาหาสู่กันเป็นประจำ

           พระคณาจารย์อีกรูปหนึ่งที่เป็นสหธรรมิกกับหลวงพ่อแป้น คือ หลวงพ่อฤทธิ์ เทวะ วัดฤทธิ์ศิริราษฎร์เจริญธรรม (วัดบ้านสวน) ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้เป็นศิษย์ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) วัดระฆังโฆสิตาราม ธนบุรี ซึ่งหลวงพ่อฤทธิ์รูปนี้เป็นผู้สำเร็จวิชาเล่นแร่แปรธาตุ สามารถแปลงโลหะธรรมดาให้เป็นทองคำได้ และท่านยังเป็นอาจารย์ของหลวงพ่อซวง วัดชีปะขาวอีกด้วย

           ในด้านวัตถุมงคล หลวงพ่อแป้นได้จัดสร้างไว้หลายประเภท แต่มีจำนวนไม่มากนัก เช่น เหรียญหล่อรูปเหมือนตัวท่าน หลังยันต์ อุ-มะ เหรียญหล่อรูปพระพุทธ หลังยันต์ อุ-มิ และหลังรูปแพะ (ท่านเกิดปีมะแม) เหรียญหล่อรูปพระพุทธ ของหลวงพ่อแป้น มีลักษณะคล้ายกับเหรียญหล่อรูปพระพุทธ รุ่น ๒ ของหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก ผู้เป็นอาจารย์ของท่าน

           นอกจากนี้ยังมีรูปถ่ายอัดกระจก ล็อกเกต พระปิดตาเนื้อเมฆพัด และเครื่องรางในรูปแบบต่างๆ เช่น แหวนหล่อรูปแพะ ผ้าประเจียด ตะกรุด เขี้ยวเสือแกะ เป็นต้น

           วัตถุมงคลของหลวงพ่อแป้น มีพุทธคุณเด่นทางแคล้วคลาด คงกระพันชาตรี และสามารถคุ้มครองป้องกันภัยอันตรายต่างๆ ได้เป็นอย่างดี แล้วแต่จะอธิษฐานเอา

           หลวงพ่อแป้น อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของศิษยานุศิษย์จนล่วงเข้าสู่วัยชรา และได้มรณภาพลงด้วยอาการสงบ เมื่อ พ.ศ.๒๔๙๑ รวมสิริอายุได้ ๘๙ ปี ต่อมาทางวัดได้จัดสร้างรูปหล่อเท่าองค์จริงของท่านขึ้นไว้ภายในวัด ซึ่งมีพุทธศาสนิกชนและผู้ที่เคารพนับถือท่านต่างมากราบไหว้ขอพรกันเป็นประจำ โดยสิ่งของที่มักจะมีผู้นำมาถวายและแก้บนกัน คือ แกงขี้เหล็ก เนื่องจากสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านชอบฉันแกงขี้เหล็กนั่นเอง

 


เปิดอ่าน