นักวิทย์มะกันเจ๋ง ใช้เม็ดเลือดรักษา โรคลูคีเมียได้ผล

นิวยอร์ค-นักวิทยาศาสตร์อเมริกันพบวิธีใช้เม็ดเลือดของผู้ป่วยในการทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายตนเอง

          สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาค้นพบวิธีการใช้เม็ดเลือดเข้าค้นหาและทำลายเซลล์มะเร็งในร่างกายผู้ป่วย และประสบความสำเร็จในการทดลองกับผู้ป่วย 3 ราย โดยพบว่าผู้ป่วย 2 รายปราศจากเซลล์มะเร็งในเวลา 1 ปีหลังการรักษา และ อีกรายเซลล์มะเร็งได้หายไปเกือบทั้งหมด

          ดอกเตอร์คาร์ล จูน ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยยีนแห่งมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียและผู้นำในการทดลอง กล่าวว่าผลการทดลองเป็นไปด้วยดีจนน่าแปลกใจ แต่การทดลองยังดำเนินเพียง 1 ปี จึงต้องมีการค้นคว้ากันต่อไปอีก

          ทีมงานได้ปลูกถ่ายยีนชุดใหม่เข้าไปในเซลล์เม็ดเลือดขาว (ที-เซลล์) ของผู้ป่วย และส่งข้อมูลที่ระบุการทำงานของที-เซลล์ที่โดยทั่วไปแล้วจะทำหน้าที่กำจัดเชื้อไวรัสในร่างกาย ให้เข้าทำลายเซลล์มะเร็งเป้าหมาย โดยได้ทดลองกับผู้ป่วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว (ลูคีเมีย) ประเภท โครนิค ลิมโฟไซติค ลูคีเมีย (ซีซีแอล) ที่ก่อนหน้านี้ต้องอาศัยการปลูกถ่านไขกระดูก หรือ ปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิด (สเต็มเซลล์) ซึ่งมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตค่อนข้างมาก และ ไม่สามารถให้การรักษาแก่ผู้ป่วยได้ทุกราย

          ผลของการทดลองของทีมงานนคือการสร้าง "เซลล์มือสังหารต่อเนื่อง" ที่มุ่งทำลายแต่เซลล์มะเร็ง และกำจัดเซลล์มะเร็งเกิดใหม่ โดยทีมงานได้นำเลือดและที-เซลล์ออกจากร่างกายผู้ป่วยก่อนตั้งโปรแกรมให้ทีเซลล์เข้าจัดการกับเซลล์มะเร็ง ก่อนส่งกลับเข้าไปยังร่างกายผู้ป่วย ซึ่งปรากฏว่าในช่วง 2 สัปดาห์แรกผ่านไปโดยไม่มีอาการใด แต่หลังจากนั้นผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่น เวียนหัว และ มีไข้ ซึ่งทีมวิจัยเชื่อว่าเป็นผลจากการที่เซลล์มะเร็งถูกทำลายเป็นจำนวนมากในคราวเดียวกัน และเป็นสัญญาณที่ระบุว่าการทดลองได้ผลสำเร็จ

          ทีมงานระบุว่าการทดลองทำขึ้นกับผู้ป่วยเพียง 3 ราย แต่เป้าหมายของทีมงานคือการทดลองกับผู้ป่วย 100 รายเพื่อยืนยันว่าทฤษฏีการใช้ที-เซลล์รักษามะเร็งได้ผลจริงๆ


เปิดอ่าน