ย้ำหนุน 'ประยุทธ์' ไม่เปลี่ยนแปลง คำจาก หน.พรรคประชาชนปฏิรูป

"ไพบูลย์" เปิดตัวสภาประชาชนปฏิรูป คิ๊กออฟ จ.อุดรธานี ที่แรก หวังเป็นเครื่องมือช่วยปชช.ทางตรง คาด กกต.ยืนยันพรรคใหม่ได้ ก.ย.นี้ ย้ำหนุน "ประยุทธ์" ไม่เปลี่ยนแปลง

ที่มา bangkokbiznews.com ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2561

เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 26 ส.ค.61 อาคาร The Coast นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ในฐานะประธานเครือข่ายประชาชนปฏิรูป แถลงข่าวภายหลังการประชุมจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูป จ.อุดรธานี ว่าในการประชุมวันนี้ตนได้ขออนุญาต คสช. แล้ว โดยเป็นการประชุมเพื่อต้องการให้เกิดสภาจัดตั้งสภาดังกล่าว ในพื้นที่จังหวัดอุดรธานี โดยการใช้สถานที่ กทม. นั้นก็เพื่อความสะดวกในการหารือแนวทางการทำงานร่วมกับคณะกรรมการ โดยมีหลักการเพิ่มอำนาจให้ประชาชนแต่ละพื้นที่จังหวัดตามหลักการประชาธิปไตยทางตรง เพราะเราเห็นว่าระบบประชาธิปไตยแบบตัวแทนของประเทศไทย ที่ผ่านมามีปัญหา ประชาชนตกเป็นเครื่องมือขององค์กร และพรรคการเมืองต่างๆ เราจึงต้องการให้สภาปฏิรูปเป็นเครื่องมือเพิ่มให้อำนาจประชาชน ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐ และรับฟังความคิดเห็นของประชาชนที่เดือดร้อน ที่เกิดจากการดำเนินงานไม่ชอบธรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อเป็นการผลักดันให้เกิดการปฏิรูปอย่างแท้จริง โดยหลักการเราจะทำให้สภาประชาชนปฏิรูปเกิดขึ้น 77 จังหวัด โดยจังหวัดต่อไปจะจัดตั้งสภาประชาชนปฏิรูป ที่ จ.นครสวรรค์ โดยต้องมีผลงานในพื้นที่ อย่างเป็นรูปธรรมวางโดยเป้าไว้ สภาละ 3 เรื่อง

นายไพบูลย์ นิติตะวัน ว่าที่หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวต่อว่า ทางพรรคมีผู้ร่วมยื่นชื่อก่อตั้งพรรคกว่า 1,500 คน โดยสัปดาห์หน้า คาดว่าขั้นตอนตรวจสอบเอกสารจะแล้วเสร็จ และ กกต. จะรับรองพรรคได้ ภายในเดือน ก.ย. นี้ หลังจากนั้นก็จะรอให้ คสช. มีคำสั่งตามมาตรา 44 ที่คิดว่าจะออกมาเร็วๆนี้ คลายล็อคให้ดำเนินกิจการทางการเมือง คาดว่าหนึ่งในนั้นจะมีเรื่องของไพรมารีโหวตอยู่ด้วย ซึ่งทางพรรคของเราสนับสนุนให้ใช้ระบบนี้ ในการเลือกผู้สมัครในแต่ละเขต เพราะเป็นการสะท้อนความต้องการของประชาชนในพื้นที่นั้นๆ อย่างไรก็ตาม ตนไม่ทราบว่าในอนาคตประเทศไทยจะมีการใช้ระบบดังกล่าวหรือไม่ แต่พรรคของเรายืนยันว่าจะใช้ไพรมารีโหวตในการคัดเลือกตัวแทนแต่ละพื้นที่ เพราะเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของสมาชิกพรรครายอื่นๆ

นายไพบูลย์ กล่าวต่อไปว่า ในส่วนการดำเนินการของพรรคนั้น ยังคงมีจุดเดิมเหมือนเดิม คือเพิ่มอำนาจให้ประชาชน และเพิ่มสภาปฏิรูปในทุกจังหวัด พร้อมทั้งหนุนคนดีเข้าสู่ตำแหน่งด้วยระบบคุณธรรม ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเราเห็นว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ยังคงเป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมอยู่ ไม่เปลี่ยนแปลง ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เมื่อถามว่า มองบรรยากาศการเมืองปัจจุบันอย่างไรบ้าง นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนอยากให้มีการหาเสียงแค่ 15 วัน เหมือนอย่างประเทศญี่ปุ่น เพราะถือว่าประชาชนต้องรู้จักกับผู้สมัครในพื้นที่อยู่แล้ว หรือมีกลไกที่ กกต.จะส่งข้อมูลถึงพื้นที่อยู่แล้ว ตนไม่เห็นด้วยกับการหาเสียงที่ใช้เวลานาน แล้วพรรคอันดับ 1 หรือ 2 บอกว่าได้รับความนิยมอยู่แล้ว จะกลัวอะไรกับการที่มีเวลาหาเสียงน้อย ตนเป็นพรรคเล็กตนกล้าพร้อมเลือกตั้งทันที

เมื่อถามถึง การคาดว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นตามโร้ดแมพหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนมั่นใจว่าจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน และควรมีเพื่อให้ประชาชนมีสิทธิมีเสียง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีความสงบด้วย ไม่ควรมีความขัดแย้งต่อกัน ตนเชื่อพล.อ.ประยุทธ์ จะคุมได้สถานการณ์ได้ และหลังเลือกตั้งก็ยังมีความสงบเรียบร้อย ที่อยู่ภายใต้กฎหมาย