เตือน "เรืองไกร" บิดเบือนข้อมูลจำนำข้าว เสี่ยงผิดฐานหมิ่นศาล

"วรงค์" ชี้รายงานแผ่นดินแสดงเฉพาะฐานะการเงิน-ค่าใช้จ่ายภาพรวม เตือน "เรืองไกร" บิดเบือนข้อมูลเสี่ยงผิดฐานหมิ่นศาล

เตือน "เรืองไกร" บิดเบือนข้อมูลจำนำข้าว เสี่ยงผิดฐานหมิ่นศาล

   

"กรมบัญชีกลาง" แจงไร้รายงานขาดทุนโครงการจำนำข้าว 5 แสนล้านบาท เหตุแยกส่วนรายงานการเงินแผ่นดิน-ธ.ก.ส.เป็นผู้ทำบัญชีโครงการ พร้อมย้ำกรมรับรู้เฉพาะการจ่ายงบคืนให้ ธ.ก.ส.เท่านั้น ด้าน “วรงค์” ชี้รายงานแผ่นดินแสดงเฉพาะฐานะการเงิน-ค่าใช้จ่ายภาพรวม เตือน “เรืองไกร” บิดเบือนข้อมูลเสี่ยงผิดฐานหมิ่นศาล

กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย เตรียมยื่นหนังสือที่กระทรวงการคลังในวันนี้ (20 ส.ค.) เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตรวจสอบและชี้แจงกรณีข้อสังเกตจากรายงานการเงินแผ่นดินเรื่องผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้รับทราบรายงานการเงินแผ่นดินสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2558 และ 2557 ซึ่งมีเพียงตัวเลขค่าใช้จ่ายสูงกว่ารายได้ 301,100.79 ล้านบาท แต่ไม่มีผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวจำนวน 536,908.30 ล้านบาท ตามที่มีการระบุในคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมืองอยู่ในรายงานดังกล่าว

ล่าสุด นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า รายงานดังกล่าวเป็นหลักการที่ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อรับทราบการปรับเปลี่ยนหลักการจัดทำรายงานการเงินของแผ่นดิน เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2552 ให้จัดทำตามเกณฑ์คงค้างแบบผสม โดยกรมบัญชีกลางทำบัญชีชุดรัฐบาลโดยบันทึกข้อมูลการรับจ่ายเงินคงคลังของรัฐบาลเป็นหลักด้วยเกณฑ์เงินสด ประกอบด้วย รายการเงินรายได้แผ่นดิน เงินงบประมาณรายจ่าย และเงินนอกงบประมาณที่ส่วนราชการฝากไว้กับกระทรวงการคลังและจะปรับปรุงบัญชีค้างรับค้างจ่ายตามเกณฑ์คงค้างเมื่อสิ้นปีงบประมาณ

นอกจากนี้ยังรวบรวมข้อมูลที่มีสาระสำคัญเฉพาะสินทรัพย์และหนี้สินของรัฐบาลจากส่วนราชการที่ทำหน้าที่บริหารจัดการแทนรัฐบาล ได้แก่ ข้อมูลที่ดินราชพัสดุจากกรมธนารักษ์ ข้อมูลเงินลงทุนจากสำนักงานรัฐวิสาหกิจ และข้อมูลหนี้สาธารณะจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ตามลำดับ มาปรับปรุงบัญชีชุดรัฐบาล กรมบัญชีกลางนำข้อมูลบัญชีแสดงในรายงานการเงินแผ่นดินส่งให้ สตง.ตรวจสอบและรับรอง ก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีและรัฐสภา ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2548 เป็นต้นมา

สำหรับโครงการรับจำนำข้าว เป็นโครงการที่ใช้เงินของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ดำเนินการไปก่อนแล้วรัฐบาลจึงตั้งงบประมาณชดใช้คืนเป็นรายปีจนกว่าจะครบวงเงิน ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงเป็นผู้ทำบัญชีโครงการนี้ เพื่อแสดงต่อรัฐบาลประกอบการขอตั้งงบประมาณ ธ.ก.ส.จึงไม่ต้องส่งข้อมูลดังกล่าวให้กรมบัญชีกลาง เนื่องจากเป็นรายการที่ไม่ต้องนำมาทำบัญชีในชุดรัฐบาล อย่างไรก็ตาม กรมบัญชีกลางจะรับรู้รายการนี้และลงบัญชีเฉพาะการจ่ายเงินงบประมาณใช้คืนให้ ธ.ก.ส.โดยลงบัญชีเป็นรายจ่ายตามงบประมาณตามปกติในปีที่ ธ.ก.ส.ได้รับการจัดสรรงบประมาณ

จากหลักการจัดทำบัญชีและรายงานการเงินแผ่นดินตามเกณฑ์คงค้างแบบผสมดังกล่าว จึงไม่มีหรือไม่สามารถมีรายการผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง จำนวน 536,908.30 ล้านบาท ที่ดำเนินการโดย ธ.ก.ส.เป็นรายการบัญชีค่าใช้จ่ายแยกต่างหากในรายงานการเงินแผ่นดินที่กรมบัญชีกลางจัดทำสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2558 และ 2557 ได้ ซึ่งเป็นไปตามหลักการบัญชีที่ได้เสนอ ครม.รับทราบ

นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวระบุว่า กรณีที่นายเรืองไกรมีการโยงไปว่าผลขาดทุนที่ใช้ในคดีนี้ เกิดจากการตีค่าคุณภาพข้าวให้เสื่อมกว่าความเป็นจริงนั้น ปกติแล้วรายงานการเงินแผ่นดิน ประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงินและงบรายได้และค่าใช้จ่าย เพื่อเป็นการแสดงผลกระทบทางการเงินที่เกิดจากรายการ หรือเหตุการณ์ทางบัญชีที่มีผลต่อฐานะทางการเงินของรัฐบาล หน่วยงานที่เสนอรายงานในรายงานการเงินของรัฐบาล ได้แก่ รายงานการเงินของหน่วยงานกลางที่จัดทำโดยกรมบัญชีกลาง กรมธนารักษ์ สํานักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ และสํานักงานบริหารหนี้สาธารณะ

ดังนั้น รายงานการเงินแผ่นดินจึงเป็นบัญชีรายการแสดงฐานะการเงิน งบรายได้และค่าใช้จ่ายที่เป็นภาพใหญ่ของรัฐบาลซึ่งจะไม่มีการลงรายละเอียดของโครงการต่างๆ ทั้งโครงการข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด หรือโครงการอื่นๆ แต่ถ้าต้องการรับทราบถึงผลกำไรขาดทุนของแต่ละโครงการ ต้องไปดูการปิดบัญชีของแต่ละโครงการในแต่ละปีที่ต้องการทราบจึงจะถูก ไม่ใช่ไปดูบัญชีรวมของประเทศ แล้วไม่เห็นเลยมาเหมารวมว่าไม่มีการขาดทุน

“ผมคิดว่านายเรืองไกรเป็นนักบัญชี น่าจะมีความรู้เรื่องบัญชี รายงานการเงินแผ่นดินเป็นอย่างดี แต่กลับไม่รู้เรื่องเลย เท่ากับดูบัญชีผิดเล่มแล้วยังมีการเอาไปโยงแบบผิดๆ ว่ามีการตีค่าคุณภาพข้าวให้เสื่อมกว่าความเป็นจริง ผมอยากเตือนนายเรืองไกรและพรรคเพื่อไทยว่า การทุจริตการระบายข้าวแบบจีทูจีและโครงการรับจำนำข้าว มีคำพิพากษาจากศาลฎีกาแล้ว และคำพิพากษานี้ผูกพันทุกองค์กร การที่พยายามบิดเบือนข้อเท็จมีความผิดฐานหมิ่นศาลได้ ดังนั้นอย่าโชว์ความไม่รู้ เพื่อฟอกผิดให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เช่นนี้อีก” นพ.วรงค์ กล่าว