"สุเทพ" แจงไม่โกงคดีโรงพัก พร้อมเอาชีวิตเดิมพัน

กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่งว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ป.ป.ช.ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการตั้งข้อกล่าวหาว่าตน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

"สุเทพ" แจงไม่โกงคดีโรงพัก พร้อมเอาชีวิตเดิมพัน

ที่มา หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ หน้า.14 ตีพิมพ์ 17 ส.ค. 61

“สุเทพ”เอาชีวิตเดิมพันไม่โกงคดีโรงพัก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ร่วมจัดตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย ได้ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Suthep Thaugsuban (สุเทพ เทือกสุบรรณ) หลังจากที่คณะกรรมการป.ป.ช. เรียกให้นายสุเทพ เข้าชี้แจงต่อป.ป.ช.) กรณีทุจริตโครงการก่อสร้างสถานีตำรวจ หรือโรงพักทดแทน 396 แห่งว่า เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ป.ป.ช.ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับการตั้งข้อกล่าวหาว่าตน ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือโดยทุจริต กรณีปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดจ้างโครงการก่อสร้างอาคารสถานีตำรวจทดแทน 396 แห่ง

โดยตั้งประเด็นการจัดจ้างเป็นรายภาค เป็นการจัดจ้างที่ส่วนกลางในครั้งเดียว เพื่อช่วยเหลือ เอื้อประโยชน์ ให้กับผู้ประกอบการ รายใด รายหนึ่ง ให้เป็นผู้มีสิทธิ์ ทำสัญญากับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันเป็นเหตุให้ผู้รับจ้าง ไม่สามารถ ทำงานแล้วเสร็จตามสัญญาได้ เป็นเหตุให้เสียหาย แก่ทางราชการอย่างร้ายแรง ข้อกล่าวหานี้รุนแรงมาก กล่าวหาว่าตนทำความผิดอาญามาตรา 157 โทษถึงประหารชีวิต วันนี้ก็เลยเป็นข่าวรู้กันไปทั่วประเทศ

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มีขบวนการในการตั้งกล่าวหากับผมติดต่อกันมาเป็นเวลา 7 ปีเศษแล้ว ทำอย่างเป็นกระบวนการโดยสมุนทรราช ทั้งที่เป็นนักการเมือง พรรคการเมือง ข้าราชการสตช. ทั้งเป็นข้าราชการกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผมอดทนมาโดยตลอดเป็นเวลา 7 ปี เพราะหวังว่าเมื่อคดีไปถึงป.ป.ช. และป.ป.ช.จะต้องทำความจริงให้ปรากฏ ดำเนินการไต่สวนสอบสวน แถลงข้อเท็จจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ ผมได้ให้ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการป.ป.ช.ด้วยดีมาโดยตลอด

"การไม่ปรากฏว่าเป็นไปอย่างที่ผมคาด และทำให้ผมเกิดความสงสัยในใจว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนป.ป.ช.มีอคติต่อ ผม ตั้งธงเอาไว้ว่าจะต้องเอาผมเข้าคุกให้ได้ จะต้องลงโทษผมในคดีนี้ให้ได้ จนกระทั่งมาถึงเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ผมพิจารณาแล้วเห็นว่า ผมมีความจำเป็นที่จะต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วยตัวผมเอง ถ้าผมเป็นคนชั่ว คนเลว ถ้าเป็นทุจริตคอร์รัปชันเสียเอง ประชาชนเหล่านั้นย่อมจะต้องเสียใจ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องความรับผิดชอบที่จะต้องทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด เรื่องนี้เดิมพันสูง ถ้าผิดเอาชีวิตผมไป ผมคิดว่าป.ป.ช.ต้องพิจารณาตัวเองว่า ยังเหมาะสมจะได้รับความไว้จากประชาชน ให้ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันด้วยความสุจริตใจ ต่อไปอีกหรือไม่”

นายสุเทพ กล่าวต่อว่า ขอกราบเรียนย้ำว่า นี่ไม่ใช่เรื่องการเอาแพ้ เอาชนะ แต่เป็นความจำเป็น ที่จะต้องพิสูจน์ให้ประชาชน ทั้งประเทศหายสงสัยกันเสียที ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไปผมจะนำข้อกล่าวหาทุกข้อ ทุกประเด็น ของป.ป.ช. ออกมาแสดงต่อประชาชนและจะหยิบเอาหลักฐานเอกสารข้อเท็จจริงทั้งหลายมาแสดงต่อประชาชนในการแก้ข้อกล่าวหานั้น ทำกันอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมาเราจะได้ปิดคดีนี้เสียที

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวถึงกรณีคำสั่งคสช. ที่ 3/2561 แต่งตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช.) โดยได้ปลดพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พ้นจากตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการ และเพิ่มพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ เป็นรองประธานกรรมการ จึงมีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุผลมาจากการถูกโจมตีทางการเมืองว่า ไม่เกี่ยว

“การแต่งตั้งใหม่เพื่อให้พล.อ.ฉัตรชัย แบ่งเบาภาระงานของพล.อ.ประวิตร เพียงเท่านั้น เพราะขณะนี้พล.อ.ประวิตร ต้องรับผิดชอบงานของคณะกรรมการต่างๆ กว่า 50 คณะ จึงต้องมีการแบ่งงานออกมาบ้านเท่านั้น ขอสื่อมวลชนอย่าไปคิดให้มีปัญหาและอย่าหาเรื่อง”

เมื่อถามว่า คำสั่งคำสั่งดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบปมนาฬิกาหรูหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ไม่เกี่ยว ไม่ได้สนใจ เพราะเป็นเรื่องของใครก็ต้องตรวจสอบ หากการตรวจสอบเป็นอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แล้วทำไมไม่ถามต่อว่านายต่อตระกูล ยมนาค ทำไมถึงยังอยู่ เห็นเขาว่านู้นว่านี่ แต่ยังอยู่เหมือนเดิมในคณะ ” เมื่อถามต่อว่า เป็นการปรับภาพลักษณ์ของรัฐบาลด้วยหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า “ไร้สาระ ถามคำถาม” ก่อนเดินออกจากวงสัมภาษณ์ไปทันที