จับตา! เวที สถาปนา 19 ปี ปปง. หลัง เด้งฟ้าแลบ ม.44

สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 17 ส.ค.นี้ กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ถูกจับตามอง เหตุเพราะคำสั่งคสช.เด้งฟ้าแลบ

จับตา! เวที สถาปนา 19 ปี ปปง. หลัง เด้งฟ้าแลบ ม.44จับตา! เวที สถาปนา 19 ปี ปปง. หลัง เด้งฟ้าแลบ ม.44

 

เรื่องโดย มังคุด นสพ.กรุงเทพธุรกิจ หน้า 14 คอลัมน์ บนความเคลื่อนไหว ตีพิมพ์ 17 ส.ค. 61

งานครบรอบวันสถาปนา 19 ปี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) 17 ส.ค.นี้ กลายเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ถูกจับตามอง เหตุเพราะคำสั่งคสช.เด้งฟ้าแลบ พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นจากเก้าอี้เลขาธิการปปง.หลังดำรงตำแหน่งเป็นเลขาธิการตัวจริงได้ไม่ถึง 2 เดือน โดยมีพล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รองเลขาธิการปปง. ซึ่งทาบโอนมาจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาการแทนเลขาธิการไปจนกว่าจะได้ตัวผู้เหมาะสม แว่วว่า การมอบโล่ข้าราชการดีเด่นให้กับข้าราชการปปง.ประมาณ 10 นาย ซึ่งมีชื่อพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ ในฐานะเลขาธิการปปง.รวมอยู่ด้วย แต่ทว่าเมื่อมีความเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน จึงไม่แน่ใจว่า ผลรางวัลจะเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย หรือไม่อย่างไร 

คดีทุจริตออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ในเขตอ.ภูเรือ จ.เลย ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่า เป็นการนำสค. 1 บินจากอ.ด่านซ้าย มายื่นขอออกเอกสารสิทธิ์ นส .3 ก. ในเขตป่าของอ.ภูเรือ ซึ่งคดีอาญาขาดอายุความไปแล้ว แต่เมื่อผลการตรวจสอบชัดเจนจนผู้ครอบครองคนปัจจุบันประสงค์จะมอบคืนที่ดิน พ.ท.กรทิพย์ ดาโรจน์ เลขาธิการป.ป.ท. จึงนัดลงพื้นที่ จ.เลย เพื่อดำเนินการให้กรมที่ดินเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ คืนป่า 2,000 ไร่ ให้กลับคืนเป็นสมบัติของชาติต่อไป 

27 ส.ค.นี้ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จัดการสัมมนาระดับชาติ เรื่องอัตลักษณ์บุคคลกับกระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงของชาติ ภายในงาน ดร.ธันวดี สุเนตนันท์ และดร.วรพันธ์ คู่สกุลนิรันดร์ คณะที่ปรึกษาจากมหาวิทยาลัยมหิดล จะนำเสนอนโยบายเรื่องการจัดทำระบบฐานข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลรูปแบบและแนวทางการบูรณาการข้อมูลอัตลักษณ์บุคคลในประเทศไทย ประสบการณ์และความสำเร็จของต่างประเทศ

จำนวนผู้ต้องขังในเรือนจำและทัณฑสถานทั่วประเทศ ขยับเพิ่มขึ้นจาก 350,000 คน ทะลุ 360,000 คนไปแล้ว การเพิ่มขึ้นแบบหยุดไม่อยู่ ส่งผลต่อการคุมขังซึ่งจะยากในการจำแนกและจัดโปรแกรมปรับปรุงพฤตินิสัย ฝึกอาชีพ และยังเป็นภาระต่อระบบงบประมาณค่าอาหารเลี้ยงนักโทษ ซึ่งสำนักงบประมาณยังจำกัดจำเขี่ย งบประมาณรายหัวอยู่ที่สองแสนคนเศษ แนวคิดที่จะผลักดันงานราชทัณฑ์ไปเป็นเรือนจำเอกชนจึงไม่ตอบโจทย์ เหตุเพราะจำนวนที่มากเกินความจุของเรือนจำ การจัดมาตรการผลักดันคนที่ไม่สมควรอยู่ในเรือนจำออกไปน่าจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้มากกว่า เป้าหมายเป็นกลุ่มผู้ต้องขังระหว่างการพิจารณาคดี ซึ่งควรได้รับการปล่อยชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด กับกลุ่มผู้ต้องโทษจำคุกระยะสั้น โทษไม่เกิน 5 ปี ที่ควรได้รับโทษอาญาอื่น ร่วมกับการทำงานบริการสังคมอย่างเข้มงวด