“นางละเวง”ชูคาแรกเตอร์เด่น

นางละเวง, คมคิดธุรกิจนิวเจน, โต๊ะเศรษฐกิจ, คมชัดลึก, นาง, เวง, แรก, เตอร์, เด่น, นางในวรรณคดี, สุนทรภู่, ใช้ดี บอกต่อ, ได้, ให้

สร้างชื่อไทยหวังไกล...โกอินเตอร์

 

          “นางละเวง” ได้ยินแค่ชื่อก็สร้างความน่าสนใจไม่น้อย กับความเป็นไทยที่จะไปโกอินเตอร์ให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
          ชื่อนี้อาจจะฟังดูคุ้นๆ ก็เพราะคือ “นางในวรรณคดี” จากเรื่องพระอภัยมณี โดยนักประพันธ์เอกสายเลือดไทย ท่านกวีเอก “สุนทรภู่” เรื่องราวที่พวกเราได้ร่ำเรียนกันมาแต่เล็กแต่น้อย ด้วยคาแรกเตอร์ผู้หญิงที่ไม่ได้ดูเรียบร้อยแบบผ้าพับไว้สไตล์หญิงไทยสมัยก่อน แต่เธอคือหญิงฝรั่ง ผู้มีความกล้าหาญ เก่งฉกาจ ทั้งยังมีเล่ห์เหลี่ยมไม่น้อย นั่นคือ นางละเวง หรือชื่อเต็มๆ ว่า ละเวงวัณฬา
          และคือที่มาของชื่อผลิตภัณฑ์ดูแลผิวพรรณสัญชาติไทย “นางละเวง” ซึ่งผู้ก่อตั้งธุรกิจมีความตั้งใจจะปั้นให้เป็นแบรนด์ในระดับสากล
         “เธอไม่ใช่คนสวยค่ะ และไม่ได้เป็นผู้หญิงเรียบร้อย ออกจะดูร้ายๆ ด้วยซ้ำ และด้วยความที่เธอเป็นลูกครึ่ง ก็ยังสามารถสื่อไปถึงเรื่องของการผสมผสานสิ่งดีๆ มาจากหลายๆ ที่ที่นำมาผลิตเป็นผลิตภัณฑ์ของนางละเวง” กัญญ์ภรณ์ ทวีเดช เจ้าของผลิตภัณฑ์นางละเวง กล่าว
          กัญญ์ภรณ์เล่าถึงที่มาของชื่อนี้ ว่า แต่เดิมจะใช้อีกชื่อหนึ่ง แต่ไม่สามารถจดทะเบียนการค้าได้ เหมือนจะเป็นการไปจดทะเบียนซ้ำ เลยคิดว่าชื่อภาษาอังกฤษอาจจะไม่เหมาะกับเรา จึงเปลี่ยนความคิดใหม่ ว่าจะทำอย่างไรให้แบรนด์ไทยดูอินเตอร์ได้ และมาคิดอีกทีว่า เราจะเอาความสวยแบบไหน จึงเลือกนางในวรรณคดี คือสวยแบบไทยๆ นี่แหละ พอนึกถึงชื่อนางละเวงขึ้นมา ก็รู้สึกชอบ เพราะเป็นนางในวรรณคดีที่มีความพิเศษ มีทั้งเวทมนตร์และมีเสน่ห์
          คนส่วนใหญ่พอได้ยินได้ฟังแล้วก็จะสะดุดที่ชื่อนี้ก่อนเลย คือขนาดแค่ชื่อของเธอก็ฟังดูมีเสน่ห์ ทำให้คนอยากรู้ที่มาที่ไป ซึ่งความมีเสน่ห์นี่แหละที่สะท้อนไปยังผู้หญิงว่า ไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด แต่ให้เป็นความสวยในแบบของตัวเอง คือขอแค่ผิวพรรณคุณดูมีชีวิตชีวา ดูมีสุขภาพที่ดี ก็จะดูสวยแล้ว ส่วนการแต่งหน้า ทาปาก เขียนคิ้ว แนวคอสเมติก คือเป็นเรื่องที่เราเอามาแปะลงไปเท่านั้น ดังนั้น เราเลือกได้ว่าเราจะสวยแบบไหนก็ได้ แต่ก่อนอื่น ผิวเราต้องดีก่อน
          นอกจากนี้ คิดว่าชื่อนี้ยังเป็นแรงผลักดันให้เราต้องเดินก้าวไปข้างหน้าด้วย เพราะลูกค้าเดิมที่เขาใช้กับเรามาก่อนที่จะใช้ชื่อนี้ พวกเขาก็ยังเชื่อมั่นกับเรา ไม่ว่าจะใช้ชื่อไหนก็ตาม คือเขามั่นใจเรา ขณะที่หลายคนมองว่าเป็นชื่อที่อาจจะดูฉีกแนว สวนทางกับค่านิยมของคนไทย แต่สำหรับตัวเอง มองว่าการที่เราเป็นคนไทยแล้วภูมิใจตัวเราเองไม่ได้ มันก็ยากนะ จึงคิดว่าจะทำอย่างไรให้สิ่งที่คนคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ ให้เป็นไปได้ และถ้าเราไม่เชื่อมั่นในตัวเอง เราก็จะไม่มีโอกาส
          “เราต้องก้าวเดินก่อน เพราะตอนที่เราคิดชื่อนี้มา ก็ไม่ได้คิดว่าให้จอดอยู่กับที่ แต่คิดเพื่อต้องการให้เติบโต แต่วิธีการเติบโตนั้น อาจจะต้องใช้เวลา และเชื่อว่า ชื่อนางละเวงจะสามารถไปได้ เมื่อเรารู้สึกว่ามันใช่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน”
          กัญญ์ภรณ์ หรือ คุณปอ บอกว่า ได้เริ่มผลิตภัณฑ์นางละเวงตัวแรกเมื่อ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 10 รายการแล้ว และมีราคาตั้งแต่ 80 บาท คือสบู่ ไปจนถึงหลักราคาสูงสุดที่ 1,200 บาท และมีชุดเล็ก และชุดใหญ่ ตามความต้องการของลูกค้าด้วย ซึ่งทำให้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายค่อนข้างกว้าง แต่กลุ่มหลักๆ คือจะเป็นกลุ่มคนทำงาน
          อย่างไรก็ตาม ก่อนจะผลิตสินค้าแบรนด์เป็นของตัวเอง คุณปอบอกว่าก่อนหน้านั้นเคยทำงานเป็นชิปปิ้ง นำเข้าส่งออกสินค้า ซึ่งนำเข้าสินค้าจำพวกสกินแคร์ให้ลูกค้าคนจีน ซึ่งเขาก็แจกมาให้เราทดลองใช้ เราก็นำไปแจกต่อ แต่มองเห็นโอกาสของธุรกิจสกินแคร์ เริ่มสนใจ และคิดว่าเหมาะกับผู้หญิง พอดีมีน้องที่รู้จักเรียนจบเคมีมาโดยตรง จึงได้ตกลงร่วมหุ้นกันทำธุรกิจรับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) ผลิตภัณฑ์สกินแคร์
          “ตอนนั้นโรงงานเราเป็นขนาดเล็ก ก่อตั้งเมื่อปี 2555 แต่พอทำมาเรื่อยๆ เราคิดว่าการขายครีม ไม่ใช่แค่การขายครีมอย่างเดียว แต่ต้องขายคอนเซ็ปต์ด้วย ซึ่งบางทีการที่คอนเซ็ปต์ของเรากับของลูกค้าไม่ตรงกัน ทั้งๆ ที่เราคิดว่ามันน่าจะมีอะไรที่มากกว่านั้น จึงคิดได้ว่าไม่ใช่แนวของตัวเรา เพราะปอเองเป็นคนที่คิดว่าอะไรดี เราก็อยากจะใส่ลงไป จึงแยกตัวออกมาและสร้างแบรนด์ของตัวเอง โดยเริ่มจากสิ่งที่ชอบขึ้นมาก่อน 1 ผลิตภัณฑ์ และแจกให้เพื่อนๆ ได้ใช้ ซึ่งผลตอบรับกลับมาก็ถือว่าดีมาก”
          จากนั้นก็พัฒนาสินค้าออกมาต่อเนื่อง ซึ่งมองว่าในภาวะการแข่งขันสูงในธุรกิจสกินแคร์ ทำให้คิดว่าเราจะหยุดนิ่งไม่ได้ อีกทั้งตัวสวนผสมในผลิตภัณฑ์ก็มีอะไรใหม่ๆ ออกมาเรื่อยๆ เราก็จะนำมาปรับปรุง เห็นว่ามีอะไรดีๆ ก็จะนำมาให้ลูกค้าได้ใช้
          สำหรับเรื่องการตลาดนั้น เธอเล่าว่า เริ่มจากการแจกให้เพื่อใช้ก่อน และเน้นบอกต่อ รวมทั้งใช้ช่องทางตลาดออนไลน์ แต่ตลาดออนไลน์นั้นหลังๆ ไม่เน้นมากนัก เพราะว่าอยากเน้นการสร้างตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจะเป็นด่านหน้าให้แก่การกระจายสินค้าออกไป
          โดยปัจจุบันมีตัวแทนขาย 30 คน ซึ่งยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ จึงต้องการขยายให้มากขึ้น และนอกจากการจำหน่ายในประเทศแล้ว ปัจจุบันยังมีขายในลาวด้วย โดยได้ไปตั้งเคาน์เตอร์ที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในกรุงเวียงจันทน์ สปป.ลาว และมีตัวแทนจำหน่ายอีก 1 คน ซึ่งจะมีหน้าที่กระจายสินค้าของเราในลาว นอกจากนั้นก็ยังมีลูกค้าคนไทยในต่างประเทศที่สั่งซื้อสินค้าทางออนไลน์ด้วย เช่น จากอังกฤษ สวิส และสหรัฐ
          “ในช่วงปีที่ผ่านมาพบว่ายอดขายค่อยๆ เติบโต และหลังจากออกผลิตภัณฑ์ในกลุ่มที่เกี่ยวกับการดูแลสิวฝ้าออกมา พบว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นมามาก เพราะผิวของคนไทยและคนลาวจะถูกแสงแดดแรงๆ และมีปัญหาเรื่องสิวฝ้า พอปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวนี้ออกมา ทำให้มีกระแสตอบรับที่ดี โดย 5 เดือนย้อนหลังไปนี้ พบว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 50%” คุณปอ เล่าและบอกว่า ส่วนการจะขยายตลาดในต่างประเทศนั้น เดิมอยากไปทำตลาดที่เมียนมาร์มากๆ เพราะช่วงนั้นกระแสกำลังบูม
          แต่เมื่อกลับมาศึกษาข้อมูล ก็คิดได้ว่า เราจะต้องทำแบรนด์ให้มีความแข็งแรงในประเทศเสียก่อน อย่างเรื่องชื่อของนางละเวง คิดว่าชื่อนี้จะไม่เป็นอุปสรรคอีกต่อไปสำหรับยุคปัจจุบัน เพราะคนสมัยนี้หาข้อมูลเก่ง สามารถหาข้อมูลได้รวดเร็วผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ทุกอย่างสามารถหาได้ทั้งหมด จึงมองว่านี่...จะเป็นจุดเปลี่ยน
          คือตัวเองมองว่าเราจะเปลี่ยนเป็นความไทยไม่ได้ เปลี่ยนตัวตนของเราไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้เรามีความภาคภูมิใจในสิ่งที่เป็นอยู่ จะทำอย่างไรให้ชื่อแบรนด์นี้เป็นที่รู้จัก และคนรู้สึกอยากจะใช้สินค้าด้วย

 

“นางละเวง”ชูคาแรกเตอร์เด่น
          กลยุทธ์ตอนนี้อาศัยสโลแกนง่ายๆ ก่อนว่า “ใช้ดี บอกต่อ” เพื่อให้กระจายออกไปให้มากๆ ที่สำคัญอยู่ที่ว่าเราจะคงคุณภาพของเราไปได้เรื่อยๆ หรือเพิ่มเติมคุณภาพของเราอย่างไร ซึ่งคิดว่าอีกไม่นานน่าจะติดตลาดได้ ขณะเดียวกันก็ยังได้สื่อต่างๆ ที่เอ็นดู โดยเฉพาะในเรื่องชื่อแบรนด์ในแบบไทยๆ ก็ช่วยกันกระจายข่าวได้มากขึ้น ซึ่งความมีเสน่ห์ในชื่อไทยๆ นี่แหละที่ทำให้เรามีแรง ไม่ได้คิดว่าตัวเองวิ่งอยู่คนเดียว แต่มีพี่ๆ เพื่อนๆ และลูกค้าเป็นเหมือนญาติที่ช่วยกันดูแล
          สำหรับตัวเองคิดว่า ไม่มีธุรกิจไหนจะยืนหยัดอยู่ได้ ทุกอย่างมีขึ้นมีลง คือถ้าวันนี้มันเป็นจังหวะมันก็ขึ้น แต่ถ้าไม่ใช่ เราก็แค่พยายาม แต่ต้องคงความเป็นตัวเรา
         “เพิ่งเริ่มเปิดตัวมาได้ปีกว่าเท่านั้น ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของการสร้างแบรนด์ เพื่อให้มีความแข็งแกร่งภายในประเทศก่อนที่จะขยายตลาดออกไปข้างนอก โดยขอเวลาอีก 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี เชื่อว่าน่าจะเป็นไปได้” กัญญ์ภรณ์ กล่าว
          ทั้งนี้ ภายใต้สถานการณ์การแข่งขันในธุรกิจสกินแคร์ ซึ่งมีผู้เล่นในตลาดจำนวนมากนั้น เจ้าของผลิตภัณฑ์นางละเวงให้ความเห็นว่า ความหลากหลายที่มีมาก สิ่งดีๆ ก็มีแตกต่างกันออกไป แต่สำหรับเราจะไม่บอกว่าผลิตภัณฑ์ของเราจะดีกว่าของคนอื่น เพราะต่างคนก็มีดีของตัวเอง และคิดว่าการทำตลาดแล้วมีคู่แข่งทำให้เรามีความฮึดสู้
          “แต่ปอไม่ได้คิดจะไปแข่งขันกับใคร จะเน้นใช้ความจริงใจให้ลูกค้าได้สัมผัสด้วยตัวเองมากกว่า เมื่อพวกเขาสัมผัสได้ก็จะใช้ของเราและบอกต่อ คือปอ มีหน้าที่ที่ทำให้เขาเห็นด้านดีของเรา ถ้าได้ใช้แล้วก็จะตอบได้ว่าเราแตกต่างอย่างไร”
          ส่วนเรื่องในอนาคต คุณปอเล่าความฝันให้เราฟังว่า อยากจะมีช็อปในห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะต้องตั้งอยู่ในจุดที่มีนักท่องเที่ยว เปิดเป็นร้านที่จะมีสินค้าของเรานำไปวางและให้ลูกค้าได้ทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ของเรา
          การที่ปอเน้นว่าจะต้องอยู่ในจุดที่มีนักท่องเที่ยวนั้น เพราะว่าเราอยากขายฝรั่ง และบอกเขาว่า นี่แหละเป็นสินค้าไทย เป็นจุดขายความเป็นไทยที่เราอยากให้คนต่างชาติได้ชื่นชอบ และแน่นอนว่ายอดขายที่เติบโตก็อยากจะได้เห็น เพียงแต่ว่าเราฝัน แต่จะทำอย่างไรเพื่อไปให้ถึง ซึ่งตรงนี้คงไม่ได้ขึ้นอยู่กับปอเพียงคนเดียว ยังขึ้นกับทุกคน ทั้งตัวแทน และลูกค้า
          “เหมือนกับว่าปอฝันคนเดียว แต่ฝันของปอไปเกี่ยวข้องกับทุกคน หลักๆ คือลูกค้า ซึ่งขอเวลาอีก 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี นางละเวงจะอยู่ในใจของทุกคน”
          และเมื่อนึกถึง “นางละเวง” อยากให้นึกถึงเวลาที่เรามองกระจกแล้วชอบ เราจะเห็นความเป็นตัวเรา ในแบบที่เป็นเรา คือสวยในแบบของตัวเอง มีบางคนบอกว่า ผู้หญิงจะต้องสวยแบบไหน แต่อยากให้กลับมามองตัวเองว่า ทำอย่างไรให้เราสวย ไม่ต้องไปลอกคนอื่น หรือวิ่งตามคนอื่น แต่ขอให้สวยในแบบที่เป็นเรา


ล้อมกรอบ
เมื่อ “ได้” ก็จะ “ให้” โอกาส
          “ปอ” หรือ กัญญ์ภรณ์ ทวีเดช กรรมการผู้จัดการบริษัท อินครูสแคร์ จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์นางละเวง และยังควบตำแหน่งผู้ควบคุมงาน บริษัท พรสศิมา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จึงถือเป็นอีกหนึ่งหญิงแกร่งของเรา
          “ปัจจุบันยังทำงานประจำเดิมอยู่ ที่ดูแลไซต์งานก่อสร้าง ซึ่งเป็นของพี่ที่รู้จักด้วย แม้จะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แต่เราก็ยังทำตรงนี้อยู่ เพราะว่าก่อนที่จะเข้ามาทำงานนั้น ปอป่วย เข้าออกโรงพยาบาลมานานถึง 5 ปีเต็ม และเหมือนเราได้รับโอกาสการชักชวนจากพี่ที่รู้จัก ให้เข้ามาช่วยทำงาน ซึ่งตอนแรกก็ไม่มั่นใจนัก แต่พอทำไปนานๆ เข้าความรู้เดิมๆ ที่เรามีก็ค่อยๆ เริ่มกลับมา” ปอ กล่าว
          ปอเล่าด้วยว่า การที่ตัวเองป่วยมาก่อน และป่วยมานานถึง 5 ปี ทำให้ค่อนข้างเข้าใจความรู้สึกของคนป่วยนะ และการที่เราเคยได้รับโอกาส การหยิบยื่นงานให้ทำ และเมื่อมีคนป่วยมะเร็งเข้ามาเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของนางละเวง เราก็ดูแลเขาเป็นเคสพิเศษไป อยากให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาป่วยไม่ได้เป็นอุปสรรค หรือเป็นอาชีพที่ขัดกับความเจ็บป่วยของเขา ซึ่งเราคิดว่าในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ ทุกคนก็อยากมีรายได้ทุกคน
          นอกจากนี้ การเป็นตัวแทนจำหน่ายของนางละเวงนั้น ยังเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะสร้างอาชีพให้แก่คนด้วย แต่โดยปกติก็จะมีเงื่อนไขถึงการซื้อสินค้า 10 ชุดขึ้นไป แต่ก็คิดว่า หากไม่มีจริงๆ และอยากจะสร้างรายได้ ก็ติดต่อมาได้ เพราะทุกวันนี้ตัวแทนจำหน่ายมีหลากหลายมาก นักศึกษาที่หาเงินเรียนเอง ผู้ป่วยมะเร็ง เป็นต้น
          “ปอคิดว่า ตัวแทนจำหน่ายคือกำลังหลักของเรา ซึ่งอยากจะขยายให้มากขึ้น จากปัจจุบันมีประมาณ 30 คน ครอบคลุม จ.นครศรีธรรมราช ชลบุรี อุดรธานี นครปฐม และพะเยา ซึ่งตัวแทนเหล่านี้แหละที่เป็นกำลังหลัก และอยากจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น” กัญญ์ภรณ์ กล่าว

 

เรื่อง : อนัญชนา สาระคู


เปิดอ่าน
5 อันดับข่าว คมคิดธุรกิจนิวเจนฮิต