'วาริกซ์'น้องใหม่ชุดกีฬาไทยปีครึ่งยอดขายทะลุร้อยล้าน

'วาริกซ์'น้องใหม่ชุดกีฬาไทยปีครึ่งยอดขายทะลุร้อยล้าน : คมคิดธุรกิจนิวเจน โดยธานี กุลแพทย์ ภาพ - ฐานิส สุขโต

             มุมมองที่ว่าในการทำธุรกิจอะไรก็ตาม ไม่สมควรจะห้ำหั่นทำสงครามด้าน "ราคา" กัน เพราะโลกของทุนนิยมปัจจุบัน ในวันพรุ่งนี้จะมีคนทำสินค้าราคาถูกกว่าเราเสมอ ความคิดต่างนี้เป็นแรงผลักให้ "ฮิม" วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ชายหนุ่มผู้ไม่เคยหยุดนิ่งกับการคิดค้นเพื่อสิ่งที่ดีกว่า นำ "นวัตกรรมนาโน" เข้ามาปฏิวัติสิ่งทอของไทย โดยเฉพาะการสร้างสรรค์ลงบนเสื้อผ้ากีฬา "วาริกซ์" (WARRIX) แบรนด์น้องใหม่ที่เปิดตัวได้เพียงปีเศษ ก็สร้างกระแสสั่นสะเทือนวงการด้วยยอดขายเติบโตอย่างร้อนแรงนับร้อยล้านบาท พร้อมประกาศเป้าหมายจะก้าวสู่การเป็นผู้ผลิตชุดกีฬาแบรนด์ระดับโลก (Global Brand) ในอนาคต

             นักบริหารหนุ่มวัยเพียง 41 ปี "ฮิม" วิศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด เขาใช้เวลากว่า 1 ทศวรรษ ในการเรียนรู้ สั่งสมประสบการณ์ด้านวงการการ์เมนท์ ภายหลังธุรกิจครอบครัวเกิดภาวะล้มละลาย ทำให้เขาต้องขวนขวายหาอาชีพใหม่ในทันที กระทั่ง ก้าวขึ้นมามีกิจการเป็นของตนเอง โดยเฉพาะเมื่อเขาเป็นผู้เข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมสิ่งทอไทย ที่นำนวัตกรรมนาโนถักทอลงบนเส้นใยเป็นเสื้อผ้าสุดไฮเทค มีผลงานสร้างชื่อให้คนไทยทั่วประเทศรู้จัก คือ จีวรกันยุง เสื้อกันยุง เสื้อโปโลต่างๆ ในแบรนด์ "ไฮโดรเทค"

             "ช่วงนั้นคนเริ่มหันมาแต่งตัวด้วยเสื้อโปโลไปทำงานแทนการผูกไทใส่เสื้อเชิ๊ต ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับกระแสเสื้อโปโลสีเหลืองติดตราสัญลักษณ์ ถือเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดโอกาสให้ บริษัทได้เติบโต บวกกับโรงงานส่วนใหญ่ไม่รับทำ เพราะเสื้อโปโลเย็บยาก มีขั้นตอนมาก บริษัทจึงได้กินส่วนแบ่งด้านการตลาดเกินกว่า 50%"

             วศัลย์ เล่าถึงการก้าวเข้าสู่วงการการ์เมนท์ เมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มจากจักรเย็บผ้าเพียง 2-3 ตัว ถึงปัจจุบันบริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด บนทำเลที่ตั้งโรงงาน จ.นครปฐม มีพนักงานกว่า 500 คน มีฐานลูกค้าทั้งเสื้อยูนิฟอร์ม เสื้อพรีเมียม เสื้อโปโลต่างๆ สร้างออเดอร์ให้บริษัทเต็มทุกไตรมาส โดยยึดจุดขาย เร็ว (Speed), คุณภาพ (Quality) และจำนวนน้อย (Low Minimum) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มที่อยากได้สินค้าคุณภาพดี รวดเร็ว แต่ต้องการจำนวนน้อย บวกกับชูคุณสมบัติพิเศษเหนือคู่แข่ง ผลิตภัณฑ์สามารถดูดซับเหงื่อ แห้งเร็ว ระบายอากาศได้ดี ที่สำคัญป้องกันรังสียูวีได้

             ความช่าง "คิดต่าง" นี้เองเชื่อมโยงไปถึงเครื่องมือการผลิตด้วย ซึ่งเขาให้ความสำคัญในระดับต้นๆ ดังนั้น จึงเลือกใช้เครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพสูงจากอิตาลี ที่ทอผ้าได้จำนวนมากในแต่ละวัน แทนเครื่องจักรจากจีน แม้ว่าจะลงทุนสูง แต่ได้ผลผลิตมากกว่า 3-4 เท่า ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยต่ำกว่า คุ้มค่าในระยะยาว ด้านคุณภาพนั้นดีกว่าเดิมหลายเท่า อีกทั้งยังเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับจีนและเวียดนามได้อีกทางด้วย "ผมมองว่าถ้าทำอะไรเหมือนคนอื่น เราต้องแย่งกันกินอยู่ในจานเดียวกัน ซึ่งไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น เพราะการคิดออกนอกกรอบ เราอาจได้กินแบบเต็มจานก็ได้ แต่อาหารจานนั้นก็ต้องตอบโจทย์ตลาดด้วย แรกๆ อาจต้องยอมลงทุนเพื่อการผลิตที่มีประสิทธิภาพ สินค้ามีคุณภาพ แต่เราจะเติบโตอย่างรวดเร็วยั่งยืน" ชายหนุ่มบอกถึงแนวคิด

             ประสบการณ์การผลิตเสื้อผ้าด้วยนวัตกรรมนาโนกว่าทศวรรษ เมื่อเห็นถึงโอกาสเติบโตในวงการเสื้อผ้าแนวสปอร์ต โดยเฉพาะเสื้อฟุตบอลที่เป็นตลาดใหญ่ มีการเติบโตสูงมาก สวนกระแสเศรษฐกิจทั่วไปที่อยู่ในภาวะซบเซา วศัลย์ จึงตัดสินใจเปิดบริษัท วาริกซ์สปอร์ต จำกัด ผลิตเสื้อกีฬาสัญชาติไทย แบรนด์ "วาริกซ์" (WARRIX) เมื่อเดือนตุลาคม 2556 จึงเป็นที่มาของการแตกไลน์ธุรกิจที่เขาจะสร้างตลาดใหม่

             ทว่า ด้วยมีแบรนด์ยักษ์ใหญ่ต่างประเทศ และแบรนด์ไทยครอบครองพื้นที่ตลาดเสื้อผ้ากีฬาอยู่ก่อนแล้ว การจะแจ้งเกิดของแบรนด์น้องใหม่อย่างเขา จึงจำเป็นต้องเลือกช่องว่างวางตำแหน่งให้ถูกต้องแม่นยำ นั่นก็คือการเสนอตัวเองเป็นทางเลือกตรงกลางสำหรับผู้บริโภค โดยเฉพาะช่องว่างในเรื่องของ "ราคา"

             "ปัจจุบันราคาระหว่างเสื้อแบรนด์เนมนอกกับแบรนด์ไทยต่างกันมาก ดังนั้น "วาริกซ์" จึงวางตำแหน่งตัวเองมุ่งเจาะตลาดตรงกลาง โดยกำหนดว่า คุณภาพทั้งเนื้อผ้า การผลิตทัดเทียมยี่ห้อต่างประเทศ ขณะที่ราคาไม่สูงเกินไป เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ควบคู่กับการสร้างพันธมิตรกับดีลเลอร์โดยไม่ลงไปขายแข่ง เพื่อเปิดโอกาสให้เขาได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ถึงขณะนี้เรามีตัวแทนจำหน่ายกว่า 300 รายทั่วประเทศ"

             ด้วยแบรนด์ "วาริกซ์" มาจากคำว่า "warrior" ความหมายคือ "นักรบ" ดังนั้น ปี 2556 ซึ่งเป็นก้าวแรกในวงการผลิตเสื้อฟุตบอล เขาจึงเลือกเข้าไปสนับสนุนทีมลีกวันในระดับภูมิภาคหลายทีม ช่วงเดียวกันก็ได้ออกไปเซ็นสัญญาสนับสนุนเสื้อแข่งขันให้แก่ทีมกีฬาต่างๆ ในประเทศมาเลเซีย และ สปป.ลาว ด้วยจุดขายเดิมที่มุ่งเน้นคุณภาพนำราคา ซึ่งนับว่าตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคนี้เป็นอย่างดี ตลาดให้การตอบรับสูง ส่งให้ปี 2557 ที่ผ่านมา หลังเปิดตัว "วาริกซ์" บริษัทมีผลประกอบการรวมกว่า 300 ล้านบาท โดยเฉพาะแบรนด์ชุดกีฬาน้องใหม่นี้ เพียงปีเศษสร้างยอดขายกว่าร้อยล้านบาท

             "ปี 2558 นี้เราได้สนับสนุนเสื้อฟุตบอลของทีมระดับไทยพรีเมียร์ลีก 3 ทีม คือสุพรรณบุรี เอฟซี ศรีสะเกษ เอฟซี ราชนาวี เอฟซี และอีก 17 ทีมฟุตบอลไทยในระดับรองลงไป ขณะเดียวกันได้ใช้งบอีกกว่า 50 ล้าน เพื่อขยายเข้าสนับสนุนทีมกีฬาต่างๆ ในประเทศกลุ่มอาเซียน โดยมั่นใจว่า จะมีผลประกอบการเติบโตเป็นเท่าตัว หรือกว่า 200 ล้านบาท"

             อย่างไรก็ตาม โดยที่เขาตั้งเป้าหมายในปี 2560 จะนำแบรนด์ "วาริกซ์" (WARRIX) เป็นเจ้าตลาดเสื้อกีฬาแห่งภูมิภาคอาเซียน และนำเข้าตลาดหลักทรัพย์ของไทย พร้อมกันนั้นก็จะเข้าสนับสนุนเสื้อแข่งให้แก่ทีมฟุตบอลในศึกพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ซึ่งขณะนี้การเจรจาลุล่วงไปกว่า 90% ภายใต้วงเงินกว่า 9 แสนปอนด์

             ต่อเมื่อถึงเวลานั้น "ฮิม" วศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล มองว่า จะทำให้แบรนด์เสื้้อผ้ากีฬาสัญชาติไทยของเขาเป็นที่รู้จักในระดับสากลมากขึ้น พร้อมต่อยอดขยายการส่งออกไปยังตลาดเอเชีย อาทิ จีน ญี่ปุ่น รวมถึงยุโรป เพื่อนำแบรนด์เสื้อผ้ากีฬาสัญชาติไทยก้าวสู่ผู้ผลิตชุดกีฬาแบรนด์ระดับโลก (Global Brand) อย่างแท้จริง ส่วน บริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด ซึ่งเป็นเสาหลักก็จะเข้าตลาดทุนในปี 2562 ต่อไป

 
ป่าล้อมเมือง…ผลสำเร็จก้าวแรก

             การนำพา "วาริกซ์" (WARRIX) แบรนด์เสื้อผ้ากีฬาน้องใหม่เข้าสู่ตลาด ให้เป็นที่รู้จักของคนกีฬา มียอดขายปี 2557 กว่าร้อยล้านบาท ในเวลาเพียง 18 เดือน "ฮิม" วศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ยอมรับว่า การนำ ยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง มาใช้ควบคู่กับความมั่นใจในตัวสินค้า เป็นเหตุผลที่ทำให้ประสบผลสำเร็จในวันนี้

             วิธีป่าล้อมเมืองที่ว่า คือการเข้าไปสนับสนุนทีมฟุตบอลระดับภูมิภาคในปีแรกของการเปิดตัวแบรนด์ โดยโฟกัสที่จังหวัดใหญ่ที่มีฐานประชากรจำนวนมาก เช่น ทีมเชียงใหม่ เอฟซี, นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี โดยเฉพาะทีม "สวาทแคท" นครราชสีมา ที่มีผลงานยอดเยี่ยมครองแชมป์ลีกวัน และได้รับสิทธิ์ขึ้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (2015) ส่งให้ความนิยมชุดกีฬาวาริกซ์เป็นที่รู้จักมากขึ้น

             เมื่อเริ่มเป็นที่รู้จักในฤดูกาลแรก ทำให้ฤดูกาล 2015 ทีมดังในไทยพรีเมียร์ลีกหลายทีมสนใจใส่ชุดแข่ง โดยเฉพาะสุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 4 ของตารางฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งมี ชาริล ชัปปุยส์ ร่วมทีม แค่ค่าเซ็นสัญญาสนับสนุนตัวเลขสูงถึง 8 หลัก รวมไปถึงทีมราชนาวี และศรีสะเกษ เอฟซี ที่วาริกซ์ให้การสนับสนุน

             อีกทั้งทีมในลีกดิวิชั่น 2 ที่มี 83 สโมสร จากยุทธศาสตร์ป่าล้อมเมือง วาริกซ์ได้เข้าไปสนับสนุนบิ๊กทีมของแต่ละโซน เช่น แพร่ ยูไนเต็ด ทีมเต็งโซนเหนือ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ตัวเต็งจะขึ้นสู่ลีกวันจากโซนอีสาน ระยอง เอฟซี ที่พร้อมคั่วแชมป์จากโซนภาคกลางและตะวันออก หัวหิน ซิตี้ ทีมแกร่งจากโซนใต้ และภูเก็ต ยูไนเต็ด ทีมฟุตซอลที่มีกองเชียร์เยอะที่สุดของศึกโต๊ะเล็ก

             อย่างไรก็ตาม ทีมฟุตบอลทั้งหมดที่สนับสนุนนี้ เขาย้ำว่า เป็นเพียงความสำเร็จก้าวแรกเท่านั้น เพราะในอนาคตยังมุ่งหวังที่จะดันแบรนด์นี้เข้าไปอยู่ในทุกอณูของกีฬาไทยให้ได้

             "ฮิม" วศัลย์ วนะศักดิ์ศรีสกุล ในวัย 41 ปี เป็นชาวกรุงเทพฯ ครอบครัวประกอบธุรกิจค้าขาย เมื่อเด็กๆ เรียนโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียน และจบปริญญาตรีที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท วาริกซ์สปอร์ต จำกัด และกรรมการผู้จัดการบริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จำกัด

 


เปิดอ่าน