ปั้น‘กระเบน’สวยงามสู่ธุรกิจเงินล้าน

ปั้น‘กระเบน’สวยงามสู่ธุรกิจเงินล้าน สัตว์เลี้ยงทำเงิน‘พัชรพล ฉัตรวัฒนลักษณ์’ : เรื่อง สุรัตน์ อัตตะ ภาพ สมศักดิ์ เนตรทอง

               ความเชื่อในเรื่องโชคลาง ช่วยเรียกเงินเข้ากระเป๋า ความร่มเย็นเป็นสุข เป็นเชิงยุทธ์ทางธุรกิจ ที่หนุ่มน้อยวัยเบญจเพส "พัชรพล ฉัตรวัฒนลักษณ์" เจ้าของฟาร์มคุณแชมป์ นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจเลี้ยงปลากระเบนสวยงาม ที่เขาปลุกปั้นมากับมือร่วมกับพี่ชายเมื่อ 8 ปีที่แล้วได้อย่างลงตัว หลังขอซื้อกระเบนสายพันธุ์โมโตโร่จากฟาร์มของเพื่อนจำนวน 8 ตัว สนนราคาตัวละ 2-4 พันบาท มาเลี้ยงดูเล่นตามความนิยมของนักเล่นปลาสวยงาม (ในขณะนั้น) ที่กำลังมาแรงแทนอโรวาน่า หรือปลามังกรที่ได้ชื่อว่าเป็นปลาแห่งโชคลาภ ตามความเชื่อของคนจีน

               "ตอนนั้นไม่ได้คิดที่จะเพาะ แค่เลี้ยงไว้ดูเล่นเฉยๆ พอเลี้ยงไปเรื่อยๆ มันก็ออกลูกออกหลานเต็มเลย เลี้ยงไปประมาณ 6 เดือน เป็นลูกปลาตัวใหญ่ พอดีมีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งมาขอซื้อเอาไปเลี้ยงเพื่อประดับบารมี มาขอซื้อไปตัวละหมื่นกว่าบาท กำไรเยอะมาก เราก็มองเห็นมันทำกำไรได้นะ ทีนี้ก็เลยจัดเต็ม สั่งเอาตู้มาลงเต็มเลย เพื่อขุนโมโตโร่ให้ตัวใหญ่"

               พัชรพล ย้อนอดีตเมื่อครั้งจุดประกายความคิดทำธุรกิจเลี้ยงปลากระเบนสวยงาม โดยใช้วิธีซื้อลูกปลามาขุนเพื่อจำหน่ายต่อ หวังทำกำไร เขาทำอยู่ประมาณ 2 ปี จากนั้นก็หันไปตระเวนหาสายพันธุ์ใหม่ที่มีราคาแพงกว่าคือ โพลกาดอท หลังโมโตโร่เริ่มราคาตก เหตุมีคนเลี้ยงกันมากขึ้น จากนั้นก็ประกาศขายโมโตโร่ยกฟาร์ม โดยได้เงินมาล้านกว่าบาท เพื่อนำเงินส่วนนี้มาซื้อกระเบนสายพันธุ์โพลกาดอท มีทั้งพ่อแม่พันธุ์และลูกปลาที่พร้อมจะขุนให้เติบใหญ่ต่อไป

               เมื่อเห็นว่า ธุรกิจกระเบนสวยงามไปได้ดี เขาก็เบนแนวคิดจากวิธีขุนขายหันมาเพาะเลี้ยงเองแทน เนื่องจากได้กำไรที่คุ้มค่ากว่ามาก เมื่อเทียบกับตัวต่อตัวในต้นทุนที่มีปริมาณเท่ากัน ก่อนที่จะเสาะแสวงหาปลาสายพันธุ์หายากอื่นๆ มาเพาะเลี้ยงเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์เพอเลย์ แปลว่า ไข่มุก หรือแบล็กไดมอนด์ ที่ได้ชื่อว่าเป็นสายพันธุ์กระเบนสวยงามที่มีราคาแพงที่สุด

               "เราเริ่มทำเป็นระบบฟาร์มแบบครบวงจรมาตั้งแต่ปี 51 ทำมาเรื่อย จนรู้สึกว่าที่บ้านไม่เหมาะ พื้นที่คับแคบเกินไป พอปี 53 จึงลงทุนสร้างโรงเรือนสำหรับเพาะพันธุ์ปลากระเบนโดยเฉพาะ เป็นโรงเรือนระบบปิด ปรับอุณหภูมิได้"

               หลังพัฒนาเป็นระบบฟาร์มเลี้ยงอย่างเต็มตัว ทำให้เขาเริ่มมีแนวคิดในเชิงธุรกิจมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ทำได้แค่ซื้อลูกปลามาขุนเพื่อขาย หวังค้ากำไรเฉพาะหน้า ก็หันมาสร้างพ่อแม่พันธุ์เอง พร้อมๆ กับการซื้อมาขายไปเพื่อเอากำไรจากส่วนต่าง

               "ตอนนี้เราทำอยู่ 3 ระบบในการสร้างรายได้ อย่างแรกขุนขาย แต่ใช้ลูกปลูกที่เกิดจากพ่อแม่พันธุ์ของเราเองมาขุนต่อประมาณ 6 เดือน แล้วขายต่อ ถัดมาเพาะลูกปลาขาย ไซส์แรกเกิดขนาด 4.5 นิ้ว และสุดท้ายซื้อมาขายไป โดยสั่งจากฟาร์มในเครือข่ายในมาตรฐานเดียวกันมาขายต่อให้ลูกค้า"

               ปัจจุบันฟาร์มคุณแชมป์มีพ่อแม่พันธุ์อยู่ประมาณ 170 ตัว แบ่งเป็นโพลกาดอท 60 ตัว เพอเลย์ 90 ตัว ส่วนที่เหลือเป็นแบล็กไดมอนด์ สำหรับโมโตโร่นั้น ขณะนี้ไม่มีการเพาะเลี้ยงเพื่อจำหน่าย แต่มีไว้เพื่อรักษาพ่อแม่พันธุ์ เนื่องจากราคาจำหน่ายไม่ดีเท่ากระเบนสายพันธุ์อื่นๆ โดยเฉพาะแบล็กไดมอนด์นั้น ได้ชื่อว่าเป็นกระเบนที่มีราคาแพงที่สุด เพราะเป็นสายพันธุ์ที่หายากและมีลวดลายสวยงามที่โดดเด่นกว่ากระเบนสายพันธุ์อื่น รองลงมาเป็นเพอเลย์ เป็นสายพันธุ์ยอดฮิต มีติดตลาดสูงในปัจจุบัน โดยเฉพาะตลาดจีน สิงคโปร์

               "แบล็กไดมอนด์ ถ้าเป็นพ่อแม่พันธุ์เมื่อก่อนขายคู่ละ 1 ล้าน แต่เดี๋ยวนี้ลดลงมาเหลือ 5-6 แสน ส่วนลูกปลาตัวละ 9 หมื่น-1 แสน แล้วแต่ความสวยงาม รองลงมาเพอเลย์ พ่อแม่พันธุ์จะอยู่ที่คู่ละ 2.5-3 แสน ส่วนลูกปลาตัวละ 3-4 หมื่น โพลกาดอทพ่อแม่พันธุ์คู่ละ 1-2 แสน ลูกปลาตัวละ 1-2.5 หมื่น" เจ้าของฟาร์มคนเดิมเผย

               ส่วนการขยายพันธุ์ของแต่ละสายพันธุ์ พัชรพลบอกว่า โมโตโร่จะให้ลูกดกที่สุด ออกลูกแต่ละครั้งเฉลี่ยประมาณ 20 ตัว ขณะที่สายพันธุ์อื่นๆ จะอยู่ที่ 1-10 ตัว โดยในแต่ละปีกระเบนจะออกลูกได้ 3 ครั้ง แต่ละครั้งจะใช้เวลา 90-120 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลและบริหารจัดการด้วย เนื่องจากเมื่อกระเบนออกลูกแล้วจะสามารถผสมพันธุ์ต่อได้ทันที เพราะตัวเมียยังมีกลิ่นฮอร์โมนที่จะให้ตัวผู้เข้ามาผสมพันธุ์ต่อได้ทันที

               เขาใช้เวลาเพียง 8 ปี ในการพัฒนาจากฟาร์มกระเบนเล็กๆ จนก้าวมาสู่ฟาร์มมาตรฐานเพื่อการส่งออกในวันนี้ ไม่ได้เริ่มจากศูนย์ แต่เขาได้สั่งสมประสบการณ์ในการคลุกคลี สัมผัสกับเพื่อนรักสัตว์เลี้ยงมาตั้งแต่เยาว์วัยในฐานะทายาทเจ้าของฟาร์มนกคุณสุธรรม ที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ชื่นชอบกระตั้ว ซันคอนัวร์ และแก้วมาคอว์

               จากนั้นก็เริ่มสัมผัสในการเลี้ยงเชิงธุรกิจเป็นครั้งแรกหลังนำหนูแกสบี้มาเลี้ยงจนออกลูกออกหลานแล้วนำไปจำหน่ายที่ตลาดสนามหลวง 2 ก่อนจะมาสู่ธุรกิจเพาะเลี้ยงปลากระเบนสวยงามในเวลาต่อมา พร้อมกับการนำความรู้ด้านการตลาดในสาขาที่ร่ำเรียนมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี

               "ตอนนั้นหนูแกสบี้ดังมาก ผมอยากได้ อาเขาเอ็นดูเราก็ซื้อมาให้เลี้ยงคู่หนึ่ง เลี้ยงจนออกลูกออกหลานเยอะมาก ก็เลยลองเอาไปขายที่สนามหลวง 2 ปรากฏมีคนมาแย่งซื้อ ขายได้เงินมาเยอะแยะ ดีใจมาก ผมว่านี่คือการจุดประกายในการทำธุรกิจของผมนะ"

               ก้าวแรกจากหนูแกสบี้ ก่อนกระโจนเข้าสู่ธุรกิจเลี้ยงปลากระเบนสวยงาม แม้เริ่มต้นระยะแรกจากการบุกเบิกของพี่ชาย แต่สุดท้ายเขาก็รับไม้ต่อมาดูแลอย่างเต็มตัวในระหว่างการศึกษาในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล

               "มาดูแลฟาร์มอย่างเต็มตัวในฐานะผู้จัดการฟาร์ม ตอนเรียนอยู่ปี 2 ที่มหิดล ตอนนั้นเรียนไปด้วยดูแลฟาร์มไปด้วย บางครั้งในระหว่างที่อาจารย์กำลังสอนผมก็ขออนุญาตออกมาคุยโทรศัพท์กับลูกค้านอกห้องเรียน บางทีคุยเป็นชั่วโมง อาจารย์ก็เข้าใจนะว่าเด็กคนนี้มันมีธุรกิจของมัน คุย 1 ชั่วโมง ได้เงินมาหลายแสนกับนั่งเรียนเฉยๆ ได้แค่ความรู้ แต่ความรู้เราไปหาทีหลังได้ ไปถามอาจารย์ ถามเพื่อนๆ เมื่อโอกาสมาผมต้องคว้าไว้ก่อน ผมมองเรื่องโอกาสมากกว่า"

               ไฮไลท์การตลาดอยู่ที่โอกาสทางธุรกิจ จึงไม่แปลกที่พัชรพลเลือกเรียนสาขาการตลาด หวังนำความรู้มาประยุกต์ในธุรกิจของตัวเอง หลายครั้งที่อาจารย์สั่งให้ทำแผนธุรกิจหรือบิสิเนสแพลนในวิชามาร์เก็ตติ้ง ก็จะใช้ฟาร์มเลี้ยงปลากระเบนมาเป็นกรณีศึกษา ทำให้เพื่อนๆ และอาจารย์ประจำวิชาต่างทึ่งในไอเดียและความคิดของเขาที่สามารถต่อยอดในเชิงธุรกิจ จนเห็นเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน

               จึงไม่แปลกที่เด็กหนุ่มวัย 25 แต่สามารถนำพาธุรกิจฟาร์มเลี้ยงปลากระเบนสวยงามที่มีมูลค่าหลายสิบล้านในวันนี้ ด้วยการนำวิชาความรู้ด้านการตลาดที่ได้ร่ำเรียนมา ประสานกับเครือข่าย โดยผ่านชมรมผู้เพาะเลี้ยงปลากระเบนสวยงามที่ตัวเองนั่งเป็นกรรมการในการเจาะกลุ่มเป้าหมาย ทั้งยังใช้เว็บไซต์และสื่อออนไลน์ในการประชาสัมพันธ์ฟาร์มให้เป็นที่รู้จักเพื่อตอบสนองความต้องการผู้ที่ชื่นชอบเลี้ยงปลาสายพันธุ์ดังกล่าว

               "ของผมจะนับเป็นปี บางเดือนก็ไม่มีปลาออก แต่ถ้าลูกค้าสั่งมาผมก็จัดให้ได้เลย ถามก่อนว่า คุณต้องการปลาจากฟาร์มผมเท่านั้นหรือไม่ ถ้าต้องการก็ต้องรออีก 3 เดือน 6 เดือน ถ้าไม่จำเป็นผมก็จะหามาให้จากฟาร์มในเครือข่ายที่มีมาตรฐานเดียวกัน"

               เขายอมรับว่า จีนเป็นตลาดใหญ่สำหรับการซื้อขายปลาพวกนี้ นอกจากนี้ยังมีไต้หวัน สิงคโปร์ และฮ่องกง ที่ติดต่อเข้ามาเกือบทุกเดือน เหตุผลของลูกค้าส่วนใหญ่ต้องการซื้อไปเสริมบารมี โดยเฉพาะกระเบนสายพันธุ์เพอเลย์ ถ้าสังเกตให้ดีบนหลังจะเป็นวงคล้ายเลขแปด ซึ่งคนจีนเชื่อว่าเป็นเลขมงคล ก็จะเอาไปเลี้ยงในออฟฟิศ หรือในบ้าน ไม่ต่างอะไรกับปลาอโรวาน่า หรือปลามังกร

               สำหรับอนาคตกระเบนสวยงาม พัชรพลมั่นใจว่าจะยังเติบโตต่อเนื่องไปอีกอย่างน้อย 5 ปี สังเกตจากช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา จนปัจจุบันนี้ยังมีคนไม่หยุดสร้างบ่อและติดต่อซื้อขายผ่านเครือข่ายชมรมอยู่ตลอดเวลา

               "ผมมองว่า อีก 5 ปียังไปสบายๆ แต่ต้องดูเศรษฐกิจต่างประเทศด้วยนะ ในขณะที่คู่แข่งก็เพิ่มขึ้นด้วย เมื่อก่อนรู้จักกันไม่เกิน 5 ฟาร์ม แต่เดี๋ยวนี้มีเป็นร้อย จากคนที่เคยเลี้ยงเล่นๆ ก็สามารถทำเป็นธุรกิจได้"

               พัชรพล ฉัตรวัฒนลักษณ์ เจ้าของฟาร์มคุณแชมป์ นับเป็นคลื่นลูกใหม่ในวงการธุรกิจฟาร์มเลี้ยงกระเบนสวยงาม ที่มองเห็นโอกาสการทำเงินมากกว่าปลาสวยงามชนิดอื่นในวันนี้


               ย้อนประวัติผู้จัดการฟาร์มฯ

               พัชรพล ฉัตรวัฒนลักษณ์ เป็นบุตรชายคนที่ 3 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน ได้แก่ สุรเศกข์ กรพัฒน์ พัชรพล และสุธิกานต์ ของครอบครัวสุธรรมและศุภรัศมิ์ ฉัตรวัฒนลักษณ์ ปัจจุบันอายุ 25 ปี หลังจบชั้นประถมจากอัสสัมชัญธนบุรี มาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่สวนกุหลาบวิทยาลัย ก่อนเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีที่วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล สาขาการตลาด จนกระทั่งสำเร็จการศึกษาในปี 2554

               ปัจจุบันพัชรพลนอกจากรั้งตำแหน่งผู้จัดการฟาร์มคุณแชมป์ ผู้ผลิตและจำหน่ายพันธุ์ปลากระเบนสวยงามแบบครบวงจรแล้ว ยังเป็นกรรมการชมรมผู้เพาะเลี้ยงปลากระเบนสวยงามและกรรมการตัดสินการประกวดปลากระเบนสวยงามของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกด้วย


               ย้อนที่มาปลากระเบนน้ำจืด

               กระเบนน้ำจืดสวยงาม เป็นปลาที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำธรรมชาติที่นำเข้ามาจากทวีปอเมริกาใต้ เช่น เปรู, อุรุกวัย, โคลอมเบีย, โบลิเวีย, อาร์เจนตินา, บราซิล ซึ่งคนพื้นถิ่นนิยมกินเนื้อเป็นอาหารสำหรับกระเบนชนิดที่นิยมเลี้ยงและเพาะพันธุ์ในประเทศไทยแล้วส่งออกขายตลาดต่างประเทศ แบ่งออกได้ 3 กลุ่ม คือ

               1.กลุ่มปลากระเบนดำ (Black Ray) ได้แก่ Potamotrygonleopoldi (Black Diamond, Polkadot) และลูกผสม เป็นปลากระเบนที่มีราคาสูง โพลกาดอท เป็นกระเบนพื้นดำและมีจุดสีขาวตามพื้นผิวในปลากลุ่มนี้หากมีจุดสีขาวมากจะเรียกว่า แบล็กไดมอนด์

               2.กลุ่มปลาตลาด ได้แก่ Potamotrygonmotoro (โมโตโร่) และลูกผสม ปลากลุ่มนี้เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเลี้ยงกระเบน เนื่องจากมีราคาไม่สูงมาก เป็นปลากระเบนที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว

               3.กลุ่มปลาไฮบริดจ์ ปลากลุ่มนี้เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ โดยลูกที่ได้จะให้ลวดลายและสีที่แปลกไปจากพ่อแม่ ปลากลุ่มนี้หากผู้เพาะเลี้ยงผสมข้ามพันธุ์ได้ลักษณะที่เด่น สวยงามแปลกตา จะได้ราคาที่สูง ราคาจึงขึ้นอยู่กับความพอใจของผู้ซื้อ

               ที่มา: กรมประมง


เปิดอ่าน