วันที่ 18 มิถุนายน 2562
ความรู้

ถอดรหัสปริศนาธรรมหลวงปู่ขาวศิษย์หลวงปู่ใหญ่หลวงปู่เทพโลกอุดร

วันที่ 8 มิถุนายน 2562 - 00:00 น.
หลวงปู่ขาว,หลวงปู่ใหญ่,หลวงปู่เทพโลกอุดร,ตามรอยตำนานแผ่นดิน
Shares :
เปิดอ่าน 3,419 ครั้ง

คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน   โดย...  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)


 


          ทุกครั้งที่ผมเอ่ยถามเรื่องราวของข่าวที่เล่าลือกันถึงเรื่องฤทธิ์วิชาปาฏิหาริย์พุทธาคมของท่านหลวงปู่ขาว พุทธขิกโต แห่งวัดป่าคูณคำวิปัสสนา เมืองสกลนคร ท่านจะปรายมามองด้วยเมตตาแล้วก็อมยิ้ม ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเนิบช้าว่า

 

 

          “เราไม่รู้ดอก เขาว่ากันว่า กันทั้งนั้น เราไม่ได้พูดไม่ได้ทำอะไร ดูกันเอาเอง ใช้ปัญญาใช้สติให้มาก อย่าประมาทกับชีวิต”


          แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาการทำงานในสายงานผู้สื่อข่าวมาตั้งแต่สมัยก่อนเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ ๒๕๓๕ ดุ่มเดินมาบนเส้นทางคนมือเปื้อนหมึกตั้งแต่การเป็นผู้สื่อข่าวสายอาชญากรรม การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม บันเทิง ย่อมผ่านเรื่องราวและผู้คนมามากมาย

 

 

พระแม่ธรณีอธิษฐานจิตและเครื่องรางว่านไพล่ดำหลวงปู่ขาว

 


          สิ่งที่ผมใช้เป็นอาวุธประจำตัวมาตลอดคือ “สติปัญญาและวิจารณญาน” ถามว่า เคยเจอพระสงฆ์, พระอริยสงฆ์, นักธุรกิจในดงขมิ้น ฯลฯ แน่นอนว่า เจอมามากเห็นมาเยอะ และผมเชื่อในวิบากกรรมและมนต์พระกาล คือ ระยะทางพิสูจน์ม้า-กาลเวลาพิสูจน์คน


          พระแท้-คนจริง กาลเวลาย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ เหมือนคำกล่าวที่ว่า ทองแท้ไม่กลัวไฟฉันใดก็ฉันนั้น !!


          หลวงปู่ขาวดำเนินวิถีแบบพระป่าปฏิบัติกรรมฐานที่เข้าใจวิถีเมือง จึงไม่เป็นทุกข์ใจ สังเคราะห์ญาติโยมไปตามกำลังและแรงบุญแรงกรรมของบุคคลนั้น

 

 

 

หลวงปู่ขาว พุทธขิตโต วัดป่าคูณคำวิปัสนา

 

 

          สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นด้วยตาตัวเองคือ การแบ่งพื้นที่ของวัดป่าคูณคำวิปัสสนาออกเป็นสองส่วนอย่างชัดเจนคือ พื้นที่ของศาสนสถานสิ่งปลูกสร้างถาวรวัตถุเพื่อเป็นศูนย์กลางรวมจิตใจของคนที่อยากกราบไหว้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เนื้อนัยน์ตามองเห็น จับต้องได้ นั่นคือ พระธาตุคูณคำธรรมเจดีย์ที่สูงเสียดฟ้า ศาลาโรงธรรม, พระพุทธรูปปางไสยาสน์ อันเป็นปริศนาธรรมให้ตระหนักถึงการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ไม่มีใครอยู่ค้ำฟ้าตลอดกาลในเรื่องของกายสังขาร แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังดับขันธ์ปรินิพพาน รวมไปถึงศาลามหาวิหารที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเต็มพื้นที่หนึ่งไร่ เพื่อไว้ให้สำหรับพระสงฆ์และพุทธบริษัทใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมและใช้นั่งวิปัสสนากรรมฐาน ฯลฯ




          อีกส่วนหนึ่งคือ พื้นที่ซึ่งพระภิกษุสงฆ์พักและปฏิบัติศาสนกิจ เจริญสติ พิจารณาสำรวจจิตใจตนเอง จะอยู่ในพื้นที่ของป่าที่รกครึ้ม เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ มีเพียงทางเดินเทปูนซีเมนต์เล็กๆ ลัดเลาะลดเลี้ยวไปตามใต้โคนไม้ กุฏิพระสงฆ์จะซ่อนอยู่ในป่าเขียวครึ้ม ทิ้งห่างกันเป็นระยะ แต่ว่ามีระบบระเบียบเรียบร้อยดี หลวงปู่ขาว ท่านมักจะนั่งคุยกับญาติโยมที่มาหาที่เฉลียงหน้ากุฏิ ไม่ว่าจะยากดีมีจนร่ำรวยมาจากไหน ต้องเดินหลบต้นไม้ ต้องก้มหัวให้กับกิ่งไม้ ต้องระวังเท้าไม่ให้พลาดไปเหยียบกิ้งกือที่เดินกันอย่างร่าเริงบนทางปูน


          และทุกคนต้องนั่งบนเสื่อดินน้ำมันเสมอเหมือนกันหมด เพราะที่นี่ไม่มีเก้าอี้ นอกจากเสื่อและโต๊ะม้าหินสองชุดที่อยู่ใต้โคนไม้ตะเคียน !


          อย่างที่เล่าไปแล้วว่า เมื่อผมถามท่านว่า ที่เขาว่ากันว่าหลวงปู่ขาว พุทธขิโต เป็นพระธุดงค์มีฤทธิ์เล่นฤทธิ์ ท่านก็หัวเราะแล้วบอกว่า

 

 

 

หลวงปู่ขาวขณะจารอักขณะด้วยเหล็กแหลมบนหลังผู้เขียน

 


          "เราก็ไม่รู้มี...ตาก็ดูเอา มีนักปฏิบัติธรรมบอกว่า นั่งสมาธิเห็นนางฟ้า พระอินทร์ พระพรหม กูนั่งแทบตายไม่เห็นบ้าอะไรเลย ไอ้พวกประมาท พวกนี้ไม่นานก็เป็นบ้า เป็นโรคประสาทกันหมด พระพุทธเจ้าท่านไม่ได้สอนเรื่องนี้ ท่านสอนให้ดูใจตัวเอง ให้ปฏิบัติศีล ปฏิบัติจิตภาวนา ให้จิตสงบ แล้วก็พิจารณาทุกข์ ธาตุ ๔ ขันธ์ ๕ ไม่เที่ยง ไม่มีตัวตนต่างหาก เพื่อละ เพื่อถอนกิเลส โลภ โกรธ หลง ที่อยู่ในจิตใจตนเอง เรื่องฤทธิ์ ญาณรู้ จะมีหรือไม่มี ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร ท้ายสุดพระพุทธเจ้าก็ไม่ได้ทรงยกย่องให้ความสำคัญเกินสติปัญญาเลย"


          หวนนึกถึงตอนที่ไปกราบครั้งแรก ที่ท่านมองหน้าจ้องตาผม แล้วมอบว่านไพลดำที่ปั๊มยันต์ นะ มะ พะ ทะ ให้แล้วหัวเราะเบาๆ ก่อนลงเอาเหล็กจารแหลมคมของหลวงปู่หงส์มาลงอักขระยันต์บนแผ่นหลังหนังสดๆของผม แล้วถามว่า


          “เอ็งไปทำอะไรมา !? ผิวเอ็งนี่มันดำเพราะน้ำยางว่านเนาะ เล่นเอาเหนื่อยเลย ใช้แรงเยอะ อืมมันก็ดีเนาะ !!”


          เมื่อไปกราบท่านล่าสุดในงานแสดงมุทิตาจิตคล้ายวันเกิดท่าน หลวงปู่ก็ตบกบาลผมเบาๆ แล้วท่านก็เมตตาบริกรรมคาถาให้ เมื่อผมเอาเนื้อดินหนังพระแม่ธรณีจากเท้าของท่านที่ท่านเหยียบย่างโปรดสัตว์ไปเลี่ยมใส่หลอดพลาสติกเล็กๆ ไปให้ท่านเสกกำกับเพื่อเก็บไว้พกพาบูชาติดตัวเวลาเดินทางเมื่อวางไว้บนฝ่ามือท่านก็หยิบไปถือแล้วตรวจดู ท่านบอกว่า


          "อืมมันก็ดีเนาะบ่ต้องห่วง"


          ผมนึกภาวนาในใจว่า ในเมื่อผมมีพระแม่ธรณี, มีรอยเท้าของครูบาอาจารย์ศิษย์หลวงปู่ใหญ่เทพโลกอุดร อริยสงฆ์เหนือโลกที่ย่ำโลกมาทั้ง ๘ ทิศอยู่กับตัว ผมจะย่ำไปทิศไหนของโลกก็ไม่ต้องหวั่นไหวให้ใจสะเทือน !!


          และเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นกับผมจนได้ !!


          (อ่านต่อฉบับหน้า)

 

Shares :
เปิดอ่าน 3,419 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ