ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

ประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของไทย-จีน ให้สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ผสานความแตกต่างทางวัฒนธรรม

          โครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีน เป็นเสมือนประตูสู่โอกาสการเรียนรู้ให้แก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ของทั้งสองชนชาติให้สามารถพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ผสานความแตกต่างทางวัฒนธรรมสร้างเสริมการเรียนรู้ในหลักสูตรด้านการแสดงหรือศิลปกรรมศาสตร์ของทั้งสองประเทศ คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพมหานคร จัดโครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรม สายสัมพันธ์ไทย-จีน ครั้งที่ 6 มุ่งประสานความร่วมมือทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และสร้างความสัมพันธ์ทางศิลปวัฒนธรรม ก่อให้เกิดการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์เพื่อศักยภาพการเรียนการสอนด้านศิลปะการแสดงของทั้งสองประเทศ ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน กรุงเทพฯ เมื่อวันก่อน

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

น้องๆ เรียนรู้การเชิดหุ่น

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

การแสดงศิลปะพื้นบ้านของไทย

          รศ.ดร.สมชาย สันติวัฒนกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเกิดขึ้นโดยความร่วมมือต่อเนื่องระหว่างคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการและเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านศิลปะการแสดง ดนตรีแก่เยาวชนและประชาชน รวมไปถึงการนำเสนอผลงานสร้างสรรค์ด้านศิลปะทุกแขนงของคณาจารย์ นิสิตและศิลปิน ตลอดจนเป็นการส่งเสริมความร่วมมือของเครือข่ายศิลปวัฒนธรรมไทย–จีน ด้วยการบูรณาการมรดกทางวัฒนธรรมของทั้งสองประเทศนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้อย่างเข้มแข็ง และจะเห็นได้ว่าทั้งสององค์กรต่างมีบทบาทสำคัญต่อการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างชาวจีนและไทยให้แน่นแฟ้นด้วยสื่อการแสดงศิลปวัฒนธรรมดังที่ประจักษ์แก่สายตาของประชาชนผู้เข้าชม ตลอดความร่วมมือใน 6 ปีที่ผ่านมา

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

ส่วนหนึ่งของการแสดงจากจีน

          “โครงการมหกรรมศิลปวัฒนธรรมสายสัมพันธ์ไทย-จีนครั้งนี้ ยังคงนำเสนอศิลปวัฒนธรรมทางด้านนาฏศิลป์และคีตศิลป์ ซึ่งเกิดจากความคิดสร้างสรรค์อย่างวิจิตรบรรจงของศิลปินทั้งสองชนชาติโดยจัดชุดการแสดงสลับสับเปลี่ยนกันระหว่างนิสิตจากคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คณะการแสดงศิลปะพื้นบ้านมองโกเลียในสาธารณรัฐประชาชนจีน อีกทั้งยังมีการแสดงเชิดหุ่นกระบอกจีน โดยการสนับสนุนความร่วมมือจากศูนย์มรดกทางวัฒนธรรมการเชิดหุ่นกระบอก และการเชิดหุ่นเงาแห่งเมืองเซียะเหมิน คณะหุ่นกระบอกจีน Xiamen Hongyanzhuang นำทีมโดยอาจารย์จวง ผู้เชี่ยวชาญและศิลปินเชิดหุ่นระดับชาติจากสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยในครั้งนี้ทางคณะ XiamenHongyanzhuang ได้นำศิลปะการเชิดหุ่นกระบอกมาร่วมแสดงในครั้งนี้ นอกจากนี้คณะศิลปกรรมศาสตร์ยังเล็งเห็นความสำคัญของการส่งเสริมค่านิยมทางศิลปะแก่เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มุ่งเน้นความสำคัญของการให้บริการวิชาการและความรู้แก่ชุมชน โดยนำศิลปะการเชิดหุ่นกระบอกของคณะ XiamenHongyanzhuang จัดแสดงให้เยาวชนในพื้นที่ชุมชนใกล้เคียงของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒและโรงเรียนใน จ.นครนายก ได้รับชมและเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ผ่านการแสดงเชิดหุ่นกระบอกที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งแต่ละชุดการแสดงต่างก็เป็นศิลปะการแสดงที่สะท้อนให้เห็นถึงรากฐานทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าและสวยสดงดงามจากทั้งไทย-จีน และสามารถสร้างความบันเทิงแก่ผู้ชมภายในงานได้อย่างชื่นมื่น” อธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าว

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

การแสดงเชิดหุ่นกระบอกจีน

          ด้าน กู้ หง ซิน ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีนที่สืบทอดกันมาอย่างช้านาน จะเห็นได้ว่าความร่วมมือทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การท่องเที่ยว และการศึกษาระหว่างสองชาติพัฒนาไปอย่างใกล้ชิดแนบแน่น ไม่เพียงแต่เชื่อมโยงความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนเท่านั้นแต่ยังส่งเสริมความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศให้ขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

ศิลปวัฒนธรรมเชื่อมสายสัมพันธ์

เด็กนักเรียนไทยสนุกกับหุ่นกระบอกจีน

          "ภาพถ่ายที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการไม่เพียงสะท้อนให้เห็นถึงทัศนียภาพทางธรรมชาติ ขนบธรรมเนียมประเพณี พัฒนาการด้านวิถีชีวิตของชาวมองโกเลียเท่านั้น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒยังได้นำตัวอย่างเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับมาร่วมกันจัดแสดงสะท้อนให้เห็นถึงการติดต่อค้าขายและความเป็นมาของวัฒนธรรมไทย–จีน ทั้งยังเป็นประจักษ์พยานต่อคำกล่าวที่ว่าไทย–จีนใช่อื่นไกลพี่น้องกัน” ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศจีน ณ กรุงเทพฯ กล่าวทิ้งท้าย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่