royal coronation
วันที่ 22 สิงหาคม 2562
ความรู้

มนุษย์กับถ้ำเขาอ้อกับคติความเชื่อของพราหมณ์

วันที่ 30 มีนาคม 2562 - 00:00 น.
ตามรอยตำนานแผ่นดิน
Shares :
เปิดอ่าน 1,154 ครั้ง

คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)



 

          ผมจำความได้ก็จำได้ว่า ผมโตมากับลานหินหน้าถ้ำ...ถ้ำที่ว่านั้นคือ ถ้ำน้ำเย็นแห่งเขาชัยสน เมืองพัทลุง เพราะที่นาและสวนยางพาราของตายายผมอยู่บริเวณหน้าถ้ำและเชิงเขาในสมัยโน่นนะ ผมน่าจะมีอายุไม่เกิด ๙ ขวบ แปลกแต่จริงคือ ยิ่งแก่ยิ่งจำเรื่องสมัยเด็กๆ ได้

 


          ถ้ำน้ำเย็นอยู่ทางหัวเขาด้านเหนือ ถ้ำน้ำร้อนอยู่ค่อนไปทางด้านใต้ ถ้ำพระที่สมัยนั้นมีตาหลวงเหียนปฏิบัติธรรมอยู่ช่วงกลางๆ ของเขาชัยสนฟากตะวันออก ตาผมเคยทำกิจการ “มายา” คือ ปุ๋ยขี้ค้างคาวบนเขาลูกนี้(แม่เล่าให้ฟัง)


          การเข้าถ้ำ มุดถ้ำ ผมทำมาตั้งแต่เด็กๆ ในถ้ำน้ำเย็น ผมเคยขี่คอน้าชายลุยเข้าไปในถ้ำน้ำลึก-น่ากลัว(สำหรับเด็กน้อยอย่างผม-แต่น้าผมเขาคงสนุก) หลังจากคุณตาคุณยายเสียชีวิต แม่ผมและพี่น้องก็ตัดสินใจขายที่นาที่สวนผืนนั้นให้ญาติฝ่ายยายและต่อมาก็ทราบว่ามีการขายต่อให้คนอื่น จนทุกวันนี้บริเวณนั้นได้รับการพัฒนาปรับปรุงจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยว รีสอร์ตและมีความสวยงามร่มรื่นมาก...ผมเคยกลับไปนั่งคิดอะไรเงียบๆ ที่นั่น...


          ผมว่า ถํ้าน่าจะเป็นบ้านหลังแรกของมนุษย์เราก่อนที่มนุษย์เราจะรู้จักตัดไม้มาสร้างบ้านบรรพบุรุษของเผ่าพันธุ์พวกเราเคยเป็น มนุษย์ถ้ำมาก่อนเพราะมีหลักฐานทางโบราณคดีมากมายในโลกนี้ที่บ่งชี้ ให้เห็นความผูกพันของมนุษย์กับถ้ำ


          แต่นอกจากจะเป็นอยู่ที่กินที่หลับนอนหลบภัยแล้วถ้าเราศึกษาหลักฐานทางโบราณคดีของมนุษย์ทั้งในยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคที่เริ่มมีประวัติศาสตร์ ชี้ให้เห็นว่า มนุษย์เราก็ใช้ถ้ำเป็น ศาสนาสถาน, เทวสถาน บำเพ็ญเพียรภาวนา มาตั้งแต่ยุคมนุษย์บูชาดำ น้ำ ลม ไฟ จนถึงมีศาสนา


          เพราะในความมืดมิด รูปทรงที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้หินงอกหินย้อยมีส่วนโค้งเว้า นูนต่ำเมื่อมีแสงเงาตกกระทบย่อมที่จะเกิดปรากฏรูปร่างทรวดทรงที่แตกต่างกันไปตามแสงหักเห


          เสียงสะท้อนที่ก้องกังวานสะท้อนกระทบไปมา ผมว่าน่าจะทำให้มนุษย์เราเกิดความรู้สึกกริ่งเกรงและจินตนาการถึง “พลังงานบางอย่าง” ภายในถ้ำ

 

          ยิ่งเป็นการบำเพ็ญเพียรภาวนาสวดมนต์ย่อมทำให้เกิดความรู้สึกสะกดข่มและสงบงามในท่วงท่าทีที่นั่งฝึกจิตสู่ห้วงภวังค์ที่ดำดิ่งลงในสมาธิ ก่อให้เกิดฌานสมาบัติ ไม่ว่าจะเป็น นักพรต ฤาษี นักบวช พระสงฆ์ ในลัทธิ นิกาย ศาสนาต่างๆ สุดแท้แต่ จึงนิยมเข้าถ้ำจำศีล !


          แต่หากถ้ำ...อยู่ในภูเขาโดดๆ ลูกเดียว ผู้ที่สนใจใฝ่ศรัทธาในศาสนาพราหมณ์ก็จะยกเขาลูกนั้น เปรียบเหมือน เขาพระสุเมรุ, เขาไกรลาศ ที่ประทับของพระศิวะเจ้า ผมรู้สึกว่า ถ้ำก็เหมือนท้องเหมือนครรภ์ของพระแม่ธรณี พระแม่อุมาเทวี นั่นแหละครับ และบางแห่งอาจจะมีสายโลหิตของพระแม่คงคาหล่อเลี้ยงอยู่ไม่ไกลหรือไม่ก็อยู่ในท้องถ้ำเป็นอุทกธารนั้นแหละ


          แม้ว่าในกาลต่อมา มนุษย์ออกจากถ้ำมาสร้างบ้านแปงเมืองแล้ว แต่ถ้ำก็ยังมีความหมายในด้านของการเป็นที่ “เร้นกาย” ของนักพรต ดาบส ผู้ทรงศีลที่ปลีกวิเวกจากสังคมมนุษย์ ก่อนศาสนาพราหมณ์จะเกิดและศาสนาพุทธจะมีตามมา


          คือที่เก่าก่อนในถ้ำคือที่อยู่ของศาสนาผี ผีป่าผีเขาผีถ้ำผีน้ำเพราะมนุษย์มักไปฝังศพในถ้ำ เชิงเขา หรือใต้ซอกหินหลืบผา


          ปัจจุบันยังมีถ้ำในบ้านเราอีกหลายแห่งที่เชื่อว่ายังคงมี “ผีศักดิ์สิทธิ์” ครอบครองอยู่ อย่าง เช่น ถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน ถ้ำเชียงดาวที่ เชียงใหม่ ถ้ำขุนตาล ฯลฯ

 

          หรือแม้แต่ถ้ำฉัททันต์บรรพต เขาอ้อ พัทลุง ก็เชื่อกันว่าดวงจิตอันศักดิ์สิทธิ์ของบรรดาฤาษี นักพรต บูรพาจารย์แห่งสำนักปาฏิโมกข์เขาอ้อ ยังคงสถิตอยู่ในถ้ำแห่งนี้มากมาย


          ในอินเดีย ในจีนและในเมืองไทยเราเอง ผมว่า ถ้ำยังคงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของแทบทุกศาสนา หากใครไปอินเดียจะพบว่า มีถ้ำที่เป็นเทวสถานต่างๆ ทั้งศาสนาพราหมณ์ฮินดู ศาสนาพุทธ ศาสนาเชน ฯลฯ รวมไปถึงในจีนและไทย


          อาจเป็นเพราะถ้ำเป็นที่ “วิเวก” เหมาะแก่การเจริญจิตภาวนาและศึกษาพระธรรม ผมเคยไปชมถ้ำที่เมืองลั่วหยาง ประเทศจีน พบว่ามีการเจาะผนังภูเขาหินและถ้ำทำเป็นช่องเล็กๆ มากมายนักโบราณคดีสันนิษฐานว่า เพื่อให้เป็นที่นั่งจำศีลภาวนาของพระภิกษุและจัดวางพระพุทธรูปเพื่อเป็นพุทธบูชา พระภิกษุฝ่าย “อรัญวาสี” หรือ พระป่ามักนิยมแสวงหาที่พำนักวิเวกตามถ้ำต่างๆ ไม่ว่า อินเดีย พม่า ไทย เนปาล ทิเบต จีน ลาว ฯลฯ


          และก็น่าจะคล้ายกันครับ !...


          กล่าวคือถ้ำไม่ได้เป็นพื้นที่เฉพาะของศาสนาเดียว กล่าวคือ พุทธศาสนาก็ไปซ้อนทับกับพื้นที่ของศาสนาอื่นที่อาจจะอยู่มาเก่าก่อน อย่างศาสนาผีอาจจะอยู่แต่เดิมในถ้ำเหล่านั้นที่ถูกทดแทนด้วยศาสนาพราหมณ์ และต่อมาศาสนาุพุทธก็เข้าไปแทนที่


          ถ้ำหลายแห่งจึงอยู่ทั้งพุทธ พราหมณ์และผีครับ


 

Shares :
เปิดอ่าน 1,154 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ