เล่าเรื่องยาสั่งสรรพวิชาด้านมืด!!จากเทือกเขาบรรทัด 

คอลัมน์... ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee)

 


          ผมเชื่อว่าในโลกนี้สิ่งใดมีคุณสิ่งนั้นก็อาจจะมีโทษได้ ความรู้เรื่องยาก็เป็นเสมือนดาบสองคมเช่นกัน !


          เพราะยาสมุนไพรนอกจากใช้รักษาโรคให้หายได้แต่ยาสมุนไพรก็คร่าชีวิตได้เช่นกัน หากคนใช้ใจอำมหิตใช้ความรู้ทางยาสมุนไพรเพื่อทำให้คนอื่นถึงแก่ความตาย

 


          ด้วยการใช้ยาสั่ง!!
          ยาสั่ง! หลายคนสงสัยว่าดูละครเรื่องทองเอกหมอยาท่าโฉลงแล้วหมอผีอย่างหมอมั่น ใช้วิชายาสั่งจะเล่นงานทองเอกจนปู่ทองอินต้องรับเคราะห์ตายแทนด้วยยาสั่งในปลาย่าง งั้น....แสดงว่า สรรพวิชายาสั่งมีอยู่จริงหรือ? เท่าที่ผมรู้มาก็ต้องบอกว่ายังมีอยู่ให้เรารู้เห็น ยาสั่งเป็นเรื่องลึกลับเรื่องหนึ่งในด้านการแพทย์ในอุษาคเนย์เป็นสิ่งที่ก้ำกึ่งระหว่างความเป็นวิธีวิทยาเชิงประจักษ์และเป็นเรื่องลึกลับไสยศาสตร์ อีกทั้งยังมีร่องรอยอยู่ในเอกสาร ทางประวัติศาสตร์ไม่น้อย....


          อย่างในจดหมายเหตุวันวลิต เยเรเมียส ฟาน ฟลีต ได้บันทึกเรื่องราวการขึ้นครองราชบัลลังก์ของท้าวศรีสุดาจันทร์ พระสนมเอกของพระเจ้าไชยราชาเอาไว้ตอนหนึ่งว่า ใช้วิธีเจือยาพิษให้แก่พระสวามี จากนั้นจึงวางแผนปลงพระชนม์สมเด็จพระยอดฟ้า พระราชโอรสของสมเด็จพระไชยราชาด้วยการใช้เวทมนตร์และวางยาพิษ ซึ่งมีการตีความว่านั่นอาจจะเป็นยาพิษหรือยาสั่งก็เป็นได้


          ซึ่งความจริงแล้วเรื่องการใช้ยาสั่งนี้มีอยู่ทั่วไปในทุกภาคเพราะมันคือการใช้วิชาการแพทย์การใช้สมุนไพรมาทำยาไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ อีสาน หรือทางอีสานใต้ เขมร ฯลฯ


          แต่หากกล่าวเฉพาะทางภาคใต้นั้นมีการศึกษาเชิงลึกพบว่าเป็นสรรพวิชาที่ส่วนหนึ่งมาจากชาวป่า อย่างกลุ่มซาไกและถูกนำมาใช้ร่วมกับเวทมนตร์คาถาให้มีความขลังเข้มมากยิ่งขึ้น


          โดยจะเป็นการใช้หนอน--ปิ้งและรากไม้บางชนิดมาตากแห้ง บดเป็นผงและจับตัว-(--ยักษ์) ที่ยังมีชีวิตมาหากจะให้ผู้ถูกยาสั่งกินอะไรตายก็เอาอาหารนั้นมาคลุกผงยาแล้วให้ตัวนี้กิน โดยยัดปากมันจนตายแล้วนำตัวมันมาปิ้งไฟจนกรอบแล้วบดเป็นผงไปโรยในอาหารให้คนที่ต้องการทำร้ายกิน เมื่อใดที่กินอาหารที่กำหนดไว้ก็จะเกิดพิษกำเริบถึงแก่ความตาย!!


          เคยมีการศึกษาพบว่ายาสั่งจะมีระยะเวลาออกฤทธิ์ต่างกัน ช่วงออกฤทธิ์ตั้งแต่ 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1-2 ปี หากพ้นเส้นตายที่วางไว้ผู้ที่ถูกยาสั่งจะยังคงมีชีวิตรอดดังเดิม


          จึงยังไม่มีใครสรุปได้ว่ายาสั่งเป็นวิชาไสยศาสตร์ผสมยาพิษ หรือยาพิษผสมไสยศาสตร์กันแน่ แต่ที่แน่ๆ วิชายาสั่งนั้นยากที่จะเผยแพร่ออกมาง่ายๆ เพราะถ้าเปิดเผยออกไปก็อาจเป็นอันตรายต่อตัวเองได้


          ว่ากันว่าสำหรับอาการของผู้โดนยาสั่งระยะแรกอาการจะเหมือนคนปกติ ต่อมาร่างกายผอมแห้งแรงน้อย มีไข้ ถ้ารับประทานอาหารต้องห้ามตามที่ผู้สั่งกำหนดมา จะมีอาการอาเจียนเป็นเลือดทันที มีอาการหงอยๆ เหงาๆ หรือท้องไส้ปั่นป่วน ทุรนทุรายเป็นบางครั้งแล้วหายไป เป็นๆ หายๆ ซึ่งคนโบราณจะรู้ว่าเป็นอะไร ตรวจชีพจรได้ หัวใจจะเต้นไม่เป็นปกติ เมื่อได้รับยาแก้อาการเหล่านั้นก็จะหายทันที


          ผู้รู้ในศาสตร์ยาสั่งเคยเล่าให้ฟังผมว่าเทคนิคการตำ “ยาสั่ง” จะต้องดูฤกษ์ยามว่าขึ้นกี่ค่ำ แรมกี่ค่ำด้วย ส่วนมากจะตำกัน “วันดับ” ระหว่างตำจะมีการร่ายคาถาเวทมนตร์ มีตัวยาที่นิยมนำมาผสมหลายชนิด เช่น เปลือก แก่น หรือใบของต้น (ขอสงวนชื่อ) และใบ(----)ป่า


          แกเล่าว่าต้น “---” (ขอสงวนชื่อ) เป็นไม้เนื้อแข็ง ต้นสูงใหญ่ เมื่อรับประทานส่วนต่างของต้นนี้แล้วจะเกิดอาการเมา บางครั้งอาจเมาถึงแก่ความตายได้เมื่อรับประทานไปจำนวนมากๆ ชาวบ้านแถบเขาบรรทัดนิยมนำเนื้อไม้ของต้นไม้นี้มาเผาถ่าน เพื่อใช้ในการ "ตีมีด” เนื่องจากให้ปริมาณไฟที่ร้อนแรงมาก


          แต่พิษฤทธิ์เมามันร้ายเหลือแม้แต่เห็ดที่งอกบนต้นนี้ก็ทำให้เห็ดนั้นเมาได้ ส่วนผสมอื่นๆ ที่นำมาผสมร่วมกันก็คือ “ใบ---ป่า” ลักษณะใบจะคล้ายกับ “ผักหวาน” แต่ลักษณะใบจะมีสีคล้ำกว่า เป็นพุ่มเตี้ย มีฤทธิ์เมา และ “ต้นตา---” แต่ต้นตา---จะมีฤทธิ์เมาไม่รุนแรงกว่าพืชตัวอื่นๆ


          ส่วนผสมของยาสั่งที่ใช้ในบางจังหวัดในภาคใต้ มีดังนี้ 1.ใช้หนอนชนิดหนึ่งเกิดในป่าทึบในฤดูฝนหนอนชนิดนี้เรียกชื่อทางภาคใต้ว่าหนอน----ปิ้ง

          2.ใช้รากไม้ เนื้อไม้......
          3.ใช้ตัวตะ---ขนาดใหญ่ ซึ่งมีชุกชุมในป่าบนเขาบรรทัด


          ผู้รู้บอกว่าให้นำหนอน.....มาตากแห้งแล้วบดเป็นผงและจับตัว....เป็นๆ มาขังไว้ สมมุติว่าจะให้ผู้ถูกยาสั่งรับประทานเนื้อวัวตายก็ให้นำเนื้อวัวมาคลุกกับผงยาแล้วให้ตัว....กิน โดยยัดปากตัว...จนเต็มท้อง เมื่อตัว...ตายแล้ว ให้นำมาปิ้งไฟจนกรอบแล้วบดเป็นผงไปโรยในอาหารให้คนคนนั้นกิน เมื่อผู้นั้นรับประทานยาสั่งแล้ว ยาสั่งก็กระจายซึมอยู่ในกระแสเลือดของผู้นั้น และยังไม่เกิดปฏิกิริยาแก่ร่างกายอย่างไร


          แต่หากผู้นั้นรับประทานเนื้อวัวเมื่อใดยาสั่งนั้นจะเกิดปฏิกิริยาเป็นพิษต่อร่างกายผู้นั้นทันที ผู้นั้นก็จะถึงแก่ความตายตามสั่ง!


          เรียกว่าอยากจะให้รับประทานอะไรตายก็ใช้สิ่งนั้นเป็นสื่อกลางคลุกยาพิษให้ตัว....กิน ถ้าจะให้กินข้าวสุกตายก็ใช้ข้าวสุกคลุกยาพิษให้ตัว....กิน ไงล่ะ...นี่จึงเป็นที่มาของชื่อว่ายาสั่ง!


          และหมอยาคนที่ทำก็สามารถจะทำให้เป็นแค่ยาสั่งสอน หรือยาสั่งตายก็ได้!! จะเห็นได้ว่าคนโบราณเราก็มีความฉลาดรู้จักปรุงยาสมุนไพรที่มีปฏิกิริยาทางเคมีรุนแรงร้ายกาจไม่แพ้แพทย์แผนปัจจุบัน


          อย่างไรก็ตามมีความเชื่อว่ายาสั่งสามารถป้องกันได้โดยวัสดุที่เป็นโลหะเงิน หรืองาช้าง จุ่มลงไปในน้ำหรืออาหารเป็นการทดสอบก่อน หากสีเปลี่ยนเป็นสีดำ คือมียาสั่งเจือปน แต่ผู้รู้บอกว่าเอาแน่ไม่ได้เพราะคนที่ทำยาสั่งเก่งๆ จะหาทางป้องกันได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคนที่รอดมาได้ก็ต้องมีวิชาติดตัว


          หรือบางคนก็บอกว่ามีอีกวิธีที่จะพิสูจน์ว่าอาหารมียาพิษหรือยาสั่งเจือปน ให้ฝานหัวว่านขอทองแก้หรือว่านพญ่าปล้องทอง แก้บางๆ ใส่ลงไปในอาหาร หากว่านนี้หมุนเชื่อได้ว่าในอาหารนั้นมีพิษเจือปน ปัจจุบันยังเชื่อว่ายังมีการใช้ยาสั่งอยู่ในพื้นที่เชิงเขาบรรทัดทั้งสองฟากฝั่งพัทลุงและตรัง


          แต่ว่ามียาพิษก็ต้องมียาแก้พิษยาสั่งนี้มีทั้งที่เป็นตำรับยาผสมและยาเดี่ยว ดังตัวอย่างบางขนานตำรับหนึ่งแก้ยาสั่งทางเขมรให้ใช้กันและมีการบันทึกกันเอาไว้คือใช้รากหญ้าแดงฝนกับน้ำซาวข้าวดื่มขับพิษ หรือใช้ปูนาและขมิ้นอ้อยมาตำให้แหลกคั้นเอาแต่น้ำ เอาน้ำสองสิ่งมาผสมกันให้ดื่มหรืออีกแขนงหนึ่งให้ใช้รางจืดประมาณ 12 ใบ ตำผสมน้ำซาวข้าวประมาณ 6 ช้อนโต๊ะ หรือจะใช้รากรางจืดฝนกับน้ำซาวข้าวให้ดื่มก็ได้ จะทำให้ผู้ถูกยาสั่งปลอดภัยได้ภายใน 1 ชั่วโมง


          ซึ่งว่านพญาปล้องทอง (หรือชองระอา) เป็นไม้เถาขนาดกลาง เถาโตกว่านิ้วหัวแม่มือ มีปล้องเหมือนไผ่ ฝนกับน้ำกินแก้พิษได้ นอกจากนี้ยังเชื่อกันอีกว่าว่านนี้สามารถป้องกันของไม่ดีต่างๆ ที่มีคนกระทำในทางไสยศาสตร์ได้อีกด้วย บ้างก็นำมาทำปลัดขิกแขวนเอว เวลาฉุกเฉินหยิบใช้ได้ทันที


          ครับ---ปัจจุบันเรื่องราวของยาสั่งอาจะดูจะเงียบไปจนมีฉากใช้ยาสั่งในละครทองเอกหมอยาท่าโฉลงนี่แหละแต่ผมอยากจะบอกว่าอาหารที่เราบริโภคอยู่ทุกวันนี้ก็เหมือนยาสั่งอยู่แล้วนะเพราะพืชผัก เนื้อสัตว์ อาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีก็เหมือนเรากินยาสั่งไปในตัวล่ะครับ!!


          ป.ล.มีงานทางวิชาการของ อ.สุวิทย์ มาประสงค์ อยู่ชิ้นหนึ่งคือ ยาสั่ง : สั่งสอน สั่งตายจารีตการลงฑัณฑ์ของท้องถิ่นในชุมชนเขาบรรทัด พัทลุง ตรัง ก่อน พ.ศ.2500 ว่างๆ จะเก็บความมาเล่าให้ฟัง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

เปิดอ่าน