ตามไปดู... อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ทำพิธีเบิกไพรหาว่าน ๑๐๘ ชนิด

คอลัมน์... ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...  เอก อัคคี (facebook.com/ake.akeakkee) 


 

          จะว่าไปแล้วหลายปีมานี้ การออกตระเวนหาว่านเพื่อนำมาใช้ในพิธีแช่ว่านรางยานั้น ทีมงานคณะศิษย์ของ พ่อครูเปลี่ยน หัทยานนท์ มักจะเดินทางไปที่บ้านตะแพน อ.ศรีบรรพต จ.พัทลุง ซึ่งไกลจาก อ.ควนขนุน ไปพอสมควร ที่ ต.เขาตะแพง อ.ศรีบรรพต หมู่บ้านแห่งนี้อยู่เชิงเขาอันเป็นเทือกเขาเดียวกับเขาปู่เขาย่า จากป่าทึบในอดีต ปัจจุบันก็ถูกปรับพื้นที่เป็นสวนยางพารา แต่ยังถือว่าเป็นแหล่งรวมว่านยาที่สายสำนักตักศิลามหาเวทเขาอ้อ ใช้มายาวนาน เพราะต้นว่านต่างๆ ยังมีอยู่มาก

 

 

 

ตามไปดู... อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ทำพิธีเบิกไพรหาว่าน ๑๐๘ ชนิด

 

 

          การเดินทางก็จะแยกเลี้ยวจากถนนเอเชีย ขับไปทางสายแยกทุ่งข่า ถึงสี่แยกแพรกหา ก็เลี้ยวไปตามถนนลาดยาง ๖ กม. แล้วจากสี่แยกแพรกหา แล่นไปตามถนนลาดยาง ยาวอีกร่วม ๒ กม. ก่อนจะเลี้ยวลัดเลาะเข้าไปตามถนนลูกรังแล้วเข้าไปในป่าสลับสวนยางพาราของชาวบ้าน


          และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่ทางทีมงานรายการโทรทัศน์ดาวเทียมมนต์พระเวท ก็ได้เดินทางไปถ่ายทำและบันทึกภาพไว้ด้วย ซึ่งผมก็จะเรียบเรียงมาเล่าให้ฟังกัน เพราะถึงแม้จะดูรายการหรืออ่านข้อมูลที่ผมนำมาเล่าให้ฟังก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะเดินตามรอยไปหาว่านกันเอง !?!

 

 

 

ตามไปดู... อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ ทำพิธีเบิกไพรหาว่าน ๑๐๘ ชนิด

 


          ถึงแม้ว่าพ่อครูเปลี่ยน หัทยานนท์ ฆราวาสเจ้าพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ จะอายุมากแล้ว แต่ท่านก็ออกเดินทางมาด้วยตัวเอง เหตุผลที่ท่านต้องเดินเท้าออกมาตามหาตัวว่านสมุนไพรเองเพราะไม่มีใครในคณะที่จะมีวิชาอาคมและรู้จักตัวว่านยาต่างๆ ได้เท่ากับตัวท่านเอง และเมื่อเข้าไปในป่าแล้วต้องมีการทำพิธีบวงสรวงเทพารักษ์ทั้งหลายด้วย


          ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะเก็บว่านยาต่างๆ ให้ถูกต้องตามขั้นตอนที่ครูบาอาจารย์สั่งสอนมาตั้งแต่ครั้งอดีต โดยทั่วไปแล้วเมื่อไปถึงพื้นที่ก็จะมีการปูเสื่อและปูผ้าขาวทับทำเป็นมณฑลพิธีแล้วตั้งบายศรีปากชามหนึ่งคู่ พร้อมอาหารคาวหวาน เพื่อขออนุญาตในการเก็บตัวว่านยาชนิดต่างๆทั้ง ๑๐๘ ชนิด ตามตำราของเขาอ้อโบราณ

 



          เรียกว่า ที่ ๑๒ ประกอบด้วยเครื่องคาวหวาน ๑๒ อย่าง พร้อมเหล้า ยาสูบ หมากพลู ยาเส้น น้ำเปล่า กล้วย อ้อย ถั่ว งา ขนมโค ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า น้ำสวรรค์ (น้ำมะพร้าว) สุรา และอื่นๆ ตามแต่จะหาได้


          การเก็บว่าน ๑๐๘ ชนิด ในพื้นที่ป่าต้องทำพิธีบวงสรวงบอกกล่าวให้ถูกต้อง พ่อครูเปลี่ยน ได้อธิบายถึงการทำพิธีบวงสรวงเจ้าป่าเจ้าเขา เทวดาทั้งหลายไว้ว่า

 

          เวลาไปที่ไหนก็ต้องขออนุญาต อย่างมาที่เขาตะแพน ก็ต้องขอทวดเขาตะแพน เพื่อขอเครื่องยาเพื่อไปทำพิธีแช่ว่านที่วัดเขาอ้อ ภาษาภาคกลางเรียกว่า พิธีแช่ว่าน แต่คนใต้เราเรียกพิธี ลงราง แช่ยา ส่วนใหญ่จะทำพิธีลงรางให้ที่ไหล่เขา เขาอ้อ ส่วนในถ้ำฉัททันต์นั้น น้อยครั้งจะทำพิธีแช่ว่านรางยา นอกจากจะศิษย์วงในหรือบุคคลสำคัญจริงๆ


          “เวลาเข้าป่ามาเก็บว่านก็ต้องทำพิธีบวงสรวงเทวดา เจ้าป่าเจ้าเขาเจ้าถ้ำ พระแม่ธรณี ถ้าเราไม่ทำพิธีบอกกล่าวก่อน เราจะเจอปัญหาหลายอย่าง บางทีก็หาไม่เจอ มองไม่เห็น หาไม่ครบ มันหลายอย่างปัญหาอุปสรรค บางทีไปเจองู เจออะไร มันหลายเรื่อง เพราะเหมือนกับว่าเราไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของเขาก่อน เราก็ต้องทำให้ถูกต้อง ทำตามขั้นตอน ทำตามธรรมเนียมที่ครูบาอาจารย์ของเราเขาทำมา สมัยก่อนอาจารย์ก็ทำพิธีใหญ่ เวลามากินว่านในป่าหรือมากินว่านเพชรหน้าทั่ง ตอนอาจารย์เอียด วัดดอนศาลา อาจารย์นำ อาจารย์ขุนพัน และอาจารย์แจ้ง เพชรรัตน์ เขามาทำพิธีกัน”


          ในการทำพิธี เมื่อมีการปูผ้าข้าวเป็นมณฑลพิธีแล้วก็ตั้งบานศรีคู่ ตั้งเครื่องเซ่น ที่ ๑๒ แล้วจุดรูปเทียน บูชา อาจารย์เปลี่ยน ท่านจะนำมีดหมอ ด้ามแกะเป็นท้าวเวสสุวรรณ มันเป็นมีดประจำตัวของท่านมาวางไว้ข้างหน้าเพื่อป้องกันอาถรรพณ์ป่า แล้วตั้งจิตอธิษฐาน ตั้งนะโม แล้วเริ่มสวดคาถาเสกตัวเอง “อิมังสัจจะวาจัง...ขอเชิญธาตุทั้งสี่ อัญเชิญเทวดา...ขอ...พุทธัง... ...พระแม่ธรณี พระแม่คงคา พระเพลิง พระพาย...พระ...ขอเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์.....”


          กล่าวสรุปโดยรวมว่า ท่านก็บอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทางเจ้าป่าเจ้าเขา ปรากฏว่าในระหว่างประกอบพิธีอยู่นั้นมีฝูงผีเสื้อมาเป็นฝูงบินวนอยู่รอบๆ ยอดบายศรีทั้งสอง ซึ่งอาจารย์เปลี่ยนบอกว่า เป็นสัญญาณว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านรับรู้เจตนาของการทำมาพิธี เรียกว่าพอพ่อครูเปลี่ยนอ่านโองการบวงสรวง ถ้าท่านอนุญาตก็จะส่งสัญญาณที่ดีมาให้ได้รับรู้กัน บางทีก็มาในรูปแบบของฝูงผีเสื้อ ลูกไฟเล็กๆ หรือเสียงฝูงจั๊กจั่น ดังขึ้นมาสนั่น ขณะที่ทุกอย่างเงียบสงบ


          จะว่าไปแล้วการหาว่านยาตามสูตรเขาอ้อนั้น นับวันจะหายากขึ้นทุกวัน ยิ่งที่บริเวณเขาอ้อนั้นเหลือน้อยมาก แต่ในสมัยโบราณนั้นถือว่าอุดมไปด้วยว่านสารพัดชนิดจะเรียกว่าภูเขาว่านก็ว่าได้ เพราะว่าใช้กันเยอะมาก ที่เรียกว่าว่าน ๑๐๘ ชนิด แต่ความจริงในการแช่ว่านแต่ละครั้ง มักใช้ว่านเกิน ๑๐๘ ชนิดเสียอีก มากกว่า ๒๐๐ ชนิด


          และปรากฏว่า หลังจากบวงสรวงเสร็จก็มีการเก็บว่านต้นแรกขึ้นมา เรียกว่า หัวว่านปฐมฤกษ์ ซึ่งจู่ๆ พอพ่อเปลี่ยนอ่านโองการจบ ทีมงานหาว่านก็หันไปเห็นว่านกำลังพญาหนุมานขึ้นอยู่ไม่ไกลจากจุดนั้น ก็เลยไปขุดออกมาเป็นต้นแรก ถือว่า ว่านปฐมฤกษ์ของวันนั้น มีฤทธิ์ด้านคงกระพันชาตรี เหนียวและมีกำลังมาก ฆ่าไม่ตาย จากนั้นก็เริ่มเข้าป่าลึกเข้าไปเพื่อหาว่าน ซึ่งพ่อครูเปลี่ยนจะถือมีดหมออยู่ในมือข้างขวาตลอดเวลา ไม่นานก็เจอ ต้นเอาะดอกขาว หรือมะเดื่อดิน ชื่อบอกบอกอยู่แล้วว่า ต้นเอาะ ซึ่งก็ไปพ้องกับชื่อของวัดเขาอ้อ หรือในโบราณที่เรียกกันว่า วัดเขาเอาะ


          จากนั้นการหาว่านคือ พ่อครูเปลี่ยนจะเดินดูไปเรื่อยๆ มองไปตามสุมทุมพุ่มไม้ ต้นไหนเป็นว่านที่ท่านจะใช้ก็จะชี้ให้ลูกศิษย์ไปขุดเอามา โดยที่ท่านจะยืนกำกับและบริกรรมคาถาอยู่ใกล้ๆ ไม่ว่าจะเป็นว่านกลีบม้าหรือกลีบแรด ที่มีคุณสมบัติในการรักษาโรคฝีกาฬและมีคุณด้านคงกระพันชาตรี, ว่านไม้ค้อนตีหมา ที่เป็นเหมือนเถาวัลย์ บางชนิดหัวว่านจะฝังอยู่ลึกมากก็จะเอาเพียงลำต้นของมันแทน, ว่านพญาคุ้ม, ว่านพุดเหล็ก ที่มีคุณด้านอยู่ยงคงกระพัน ขึ้นมาโชว์ให้ดูว่าในบริเวณเป็นป่าที่ว่านอยู่มากมายจริงๆ ฯลฯ


          ซึ่งทุกครั้งที่ออกไปตระเวนเก็บว่านยา ลูกศิษย์หลายคนก็เคยเล่าให้ผมฟังว่า มักจะมีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นเสมอ รวมไปถึงเมื่อครั้งที่ทีมงาน รายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมมนต์พระเวท ไปสังเกตการณ์ก็เจอเหตุการณ์ คือ รู้สึกว่า ตอนที่ไปถึงบริเวณนั้นแรกเหมือนจะไม่มีต้นว่านอะไรเลย เป็นเพียงป่าธรรมดาๆ แต่หลังจากประกอบพิธีไปเรียบร้อยแล้ว เหมือนทำพิธีเบิกไพร เปิดทางแล้ว ปรากฏว่า เดินไปทางไหนก็เจอแต่ต้นว่านมากมายให้ทีมงานเก็บใส่กระสอบได้เต็มท้ายรถกระบะถึงสองคันรถ ราวกับว่าก่อนหน้านั้นมีอะไรมาบังตาไว้ให้มองไม่เห็น


          ...แต่เมื่อมีคนถาม พ่อครูเปลี่ยนท่านก็หัวเราะเบาๆ แต่ไม่พูดอะไร
 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่