ไปคารวะขุนโจร ดำ หัวแพร แอบเห็นลูกสะกดนอโมบนคอคนจริงเมืองลุง

คอลัมน์...  ตามรอย...ตำนานแผ่นดิน  โดย...  เอก อัคคี 


 

          ผมเคยไปร่วมพิธีพุทธาภิเษก “ลูกสะกดนอโมพุทธาคมเขาอ้อ” มาครับ... เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2558 ณ ถ้ำฉัททันต์บรรพต วัดเขาอ้อ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ซึ่งในครั้งนั้นมีพระเกจิอาจารย์ชื่อดังสายเขาอ้อ นั่งปรกปลุกเสก อาทิ พ่อท่านห้อง, พ่อท่านเอียด, พ่อท่านพัฒน์, พระครูกาชาด โดยมีฆราวาสจอมขมังเวท “อ.เปลี่ยน หัทยานนท์" เป็นเจ้าพิธี ลูกสะกดถือเป็นเครื่องรางของขลังที่พระเกจิอาจารย์รุ่นเก่าสายใต้นิยมสร้างมอบให้ลูกศิษย์ลูกหาบูชาพกพาติดตัว เพราะชื่อก็บอกชัดว่า ลูกสะกด พกลุยป่าสัตว์ร้ายงงงวยจากสัตว์ที่ดุร้ายกลายเป็นสัตว์เชื่อง

 

 

          ว่ากันว่า พุทธคุณของลูกสะกดเด่นทางด้านเมตตามหานิยม มหาอุดหยุดปืน ป้องกันสัตว์ร้ายเขี้ยวงา พกพามีแต่โชคลาภ ค้าขายร่ำรวย กิจการค้าเจริญรุ่งเรือง ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นิยมพกพาบูชาติดตัวกันมา เพราะส่งผลทำให้เกิดอำนาจ ตบะเดช แต่ผมว่า แม้แต่โจรก็ใช้ครับ เพราะผมเห็นมากับตา !!

 

 

ไปคารวะขุนโจร ดำ หัวแพร แอบเห็นลูกสะกดนอโมบนคอคนจริงเมืองลุง

ผู้เขียนถือพร้าลืมงอ อาวุธโบราณของนักเลงพัทลุงกราบพ่อท่านห้อง วัดเขาอ้อ

(เจ้าอาวาสวัดเขาอ้อในขณะนั้น)

 


          เหตุที่บอกว่าเห็นคือ ผมมีโอกาสได้ไปคารวะอนุสาวรีย์ขุนโจรในตำนาน แห่งดินแดนชุมโจรลุ่มทะเลสาบด้วยเรื่องราวของขุนโจรดำ หัวแพร น่าสนใจมาก ถ้าย้อนหลังกลับไปในราวปี ๒๔๖๒ หลังจากขุนโจรรุ่ง ดอนทราย ถูกฆ่าตาย หรือบางกระแสว่าป่วยตาย ไม่นาน ขุนโจรดำ หัวแพร ได้สืบตำแหน่งหัวหน้าโจร เต็มรูปแบบ เขาได้แผ่อิทธิพลไปทั่วทั้งพัทลุงและจังหวัดใกล้เคียง ดำ เป็นชื่อจริง ส่วนคำว่า “หัวแพร” เล่าว่าเพราะผมดำคล้ายขนกา เป็นคนร่างสูงใหญ่ ผมดำเป็นลอนผิดจากชาวบ้านทั่วไป บางกระแสกล่าวว่า มีผ้าแพรสีดำโพกหัว เป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะผ้าแพรอย่างดีนี้จะใช้เวลาคัดเลือด/ห้ามเลือดได้อีกด้วย


          และเขายังมีเอกลักษณ์ที่เป็นส่วนตัวคือ มีอาวุธ พร้าลืมงอ ปลายสุดถึงด้ามพร้ายาวประมาณ 120 ซม. ตัวพร้าเป็นเหล็กกล้าคมกริบ เขาชอบแบกพร้าตรงกลางวางบนบ่า ด้ามชิดลำตัว คมพร้าบังหูมิดพอดี ทุกคนในชุมโจรแบกพร้าในท่าทางนี้ สมัยนั้นชาวบ้านจึงไม่แบกพร้าทำนองนี้ เพราะกลัวเขาจะว่าเป็นพวกโจรดำ หัวแพร

 

 

 

ไปคารวะขุนโจร ดำ หัวแพร แอบเห็นลูกสะกดนอโมบนคอคนจริงเมืองลุง

ลูกสะกดนอโมพุทธาคมเขาอ้อ

 


          พร้าลืมงอด้ามนั้น ชื่อว่า “อ้ายใจดำ” เพราะดำ หัวแพร ใช้เชือดคอหอยศัตรูเมื่อล้มลงทุกครั้งไป ก่อนสิ้นชื่อ ดำ หัวแพร ทางราชการโดย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ อุปถัมภ์มณฑลปักษ์ใต้ กล่าวกันว่าทรงพระราชอำนาจเบ็ดเสร็จคือ “มือขวาถือหวาย มือซ้ายถือถุงเงิน” อุปราชปักษ์ใต้ ทรงมีอำนาจแต่งตั้ง ถอดถอนเจ้าหน้าที่บ้านเมืองได้ทันที มีรับสั่งให้ นายพันตำรวจโท พระวิชัยประชาบาล (บุญโกย เอโกบล) ผู้บังคับการตำรวจภูธรมณฑลนครศรีธรรมราช เป็นผู้อำนวยการปราบโจรในท้องที่ จ.พัทลุง เริ่มต้นโดยจัดกลุ่มชาวบ้านที่อาสาสมัครร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ ดูแลความสงบสุขของหมู่บ้านและประกาศให้โจรอาชีพและระดับนักเลงหัวไม้ธรรมดาเข้ามามอบตัวสะสางยกเว้นคดีให้ ทำหน้าที่ฝึกแถว ฝึกยุทธวิธีการรบ เฝ้าเวรยาม ตลอดจนการหาข่าวรายงานทางราชการ เรื่องนี้กล่าวกันว่า พระวิชัยฯ รู้เรื่องต่างๆ ของโจรในพื้นที่ได้ดีมาก จนชาวบ้านเข้าใจว่าท่านหูทิพย์–ตาทิพย์


          ครั้งหนึ่งรู้ว่า ดำ หัวแพร กับเพื่อนร่วมวงกินหวาก (น้ำตาลเมา) ที่บ้านหนองคลอด (หนองช้างคลอด) ทุ่งหัวคด (ต.โตนดด้วน) จึงมอบหมายให้ เจ้าหน้าที่ 3 นายไปจับกุมคือ ส.ต.ต.สิริ แสงอุไร, ส.ต.ต.นำ นาคะวิโรจน์ และพลตำรวจร่วง สามารถ พร้อมอาวุธครบมือไปล้อมจับ ดำ หัวแพร ทั้งสองฝ่ายดวลปืนกันลั่นทุ่ง จนเวลาพลบค่ำ เล่ากันว่า ส.ต.ต.สิริ ยิงจนกระสุนเหลือนัดเดียว จึงแกล้งล้มลง ดำ หัวแพร เข้าใจว่าเป็นปืนที่ตนยิง จึงวิ่งตะลุยเข้าไปส่งเสียง “ปีบ” อ้ายเสือ เป็นเสียงตะโกนหวังข่มคู่ต่อสู้ ถือพร้าลืมงอจะเข้าไปเชือดคอหอย ทันใดนั้นเสียงปืนนัดสุดท้ายดังก้องถูกตรงปลายคางดำ หัวแพร ล้มหงายหลังตึง ทั้งเจ้าหน้าที่และฝ่ายโจรเข้าคลุกวงในกันจนไม่รู้ใครเป็นใคร สมุนดำ หัวแพร คนหนึ่งอาศัยจังหวะชุลมุนประคองหัวหน้าหนีนำร่างไปซ่อนไว้ที่กอไผ่ แต่พอวันรุ่งขึ้นพบว่า ดำ หัวแพร ผูกคอตายเสียแล้ว ศพของดำ หัวแพร ได้ถูกนำไปผูกมัดกับต้นตาลที่วัดกุฎ ประจานไม่ให้ผู้ใดเอาเยี่ยงอย่าง ตลอดจนเป็นการเรียกขวัญชาวบ้าน ให้รู้ถึงการสิ้นชื่อขุนโจรดำ หัวแพร

 

 

 

ไปคารวะขุนโจร ดำ หัวแพร แอบเห็นลูกสะกดนอโมบนคอคนจริงเมืองลุง

อนุสาวรีย์ขุนโจร ดำ หัวแพร พร้อมอาวุธคู่มือพรานลืมงอ อ้ายใจดำ

 


          ส่วนเรื่องรูปปั้นที่ผมมากราบนั้น อาจารย์เทพ บุณยประสาท อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนพัทลุง เคยเล่าว่า สมัยพระคณาศัยสุนทร เจ้าเมืองพัทลุง สร้างพระพุทธรูปไว้ที่ถ้ำเขากัง (ใกล้โรงพยาบาลพัทลุง) บังเอิญปูนเหลือจึงสั่งให้ช่างปั้นรูปผู้ร้าย เรียกว่า “อ้ายจังกั้ง” (คนเกเร) มีข้อความที่ฐานรูปปั้นว่า “อย่าเอาอย่างไอ้จังกั้งโว้ย” มีรูปปั้นที่บริเวณเขาวังเนียง (ปัจจุบันเป็นสวนสาธารณะเทศบาล) มีผู้เขียนว่า “รูปดำ หัวแพร" กลายเป็นความเข้าใจผิดว่าเมืองพัทลุงสร้างอนุสาวรีย์โจร จนเกิดกระแสต่อต้านจากบางกลุ่มคน แต่บางกลุ่มยังสนับสนุนให้คงรูปปั้นไว้ จนเมื่อหลายปีก่อนท่านอาจารย์สมคิด ทองสง ก็ได้นำรูปปั้นดังกล่าวนี้ ไปเก็บไว้ที่ที่ดินส่วนตัว ใกล้ๆ โรงเรียนปัญญาวุธ จุดที่ผมบุกป่าบุกสวนมาคารวะขุนโจรที่เป็นคนจริงแห่งถิ่นพัทลุง เพราะผมเชื่อว่า ถ้าไม่ใช่โจรคุณธรรมคงไม่มีใครสร้างอนุสาวรีย์และพยายามเก็บรักษาไว้หรอกกระมัง รูปปั้นเป็นแบบฝีมือช่างชาวบ้าน แต่ก็มีความเข้มขลังน่าเกรงขาม


          ที่สำคัญผมสังเกตว่า ขุนโจรก็ห้อยพระเครื่องเต็มคอ มีทั้งพระปิดตา ตะกรุดและลูกสะกด เขี้ยวเสือ, เขี้ยวหมูตัน กลับมาวัดเขาอ้อ เลยสอบถาม อ.เปลี่ยน หัทยานนท์ จึงทราบความว่า สมัยก่อนไม่ว่าจะเป็นโจรหรือตำรวจต่างก็เป็นศิษย์เขาอ้อและห้อยลูกสะกดกันทั้งนั้น

 

          "ลูกสะกด แบบที่เพิ่งพุทธาภิเษกไปนะหรือขอรับพ่อท่าน" ผมถามด้วยความตื่นเต้น ท่านยิ้มๆ ไม่ตอบอะไร...

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@komchadluek ที่นี่