เจ้าคณะอำเภอบางปะกงฉุนถูกขวางคุมวัดโสธร

11 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร ผนึกกำลังสู้มหาเถรสมาคม บุกสภาฟ้อง "อภิสิทธิ์" ตั้งสมภารรูปใหม่ส่อไม่เป็นธรรม แฉเจ้าคณะจังหวัดจ้องส่งนอมินีกุมอำนาจ ชี้มีผู้เหมาะสมกว่าถึง 9 รูป ด้านพระครูวัย 84 แบ่งรับแบ่งสู้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส

 ความวุ่นวายภายในวัดโสธรวรารามวรวิหาร หรือวัดหลวงพ่อโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา หลังจากเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พระภิกษุ สามเณร กว่า 500 รูป เดินทางไปประท้วงที่หน้าธนาคารกสิกรไทย สาขาฉะเชิงเทรา คัดค้านการเบิกจ่ายเงินในบัญชีกว่า 1,000 ล้านบาท โดยอ้างว่ามีบุคคลบางกลุ่มบริหารเงินบริจาคไม่โปร่งใส พร้อมทั้งคัดค้านพระเทพปัญญาเมธี เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เตรียมเสนอมหาเถรสมาคม ให้แต่งตั้งพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดท่าสะอ้าน ในฐานะเจ้าคณะอำเภอบางปะกง ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธรรูปใหม่ เนื่องจากชราภาพมากอายุถึง 84 ปี ขณะเดียวกันพระลูกวัดได้เสนอชื่อ พระปริยัติกิจวิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร ในฐานะเจ้าคณะอำเภอเมืองฉะเชิงเทรา ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสนั้น

 ล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 4 พฤศจิกายน ตัวแทนคณะสงฆ์วัดหลวงพ่อโสธรจำนวน 9 รูป นำโดย พระครูปลัดสันติภัทร ชุติปญฺโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร เดินทางไปที่รัฐสภา ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรมกรณีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัดรูปใหม่

 พระครูปลัดสันติภัทร กล่าวว่า เนื่องจากวัดเว้นว่างเจ้าอาวาสเป็นเวลา 5 ปี หลังมีการตั้งรักษาการเจ้าอาวาส ซึ่งขณะนี้ได้หมดวาระแล้ว แต่เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราเตรียมเสนอชื่อพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์เป็นเจ้าอาวาสรูปใหม่ ซึ่งทางคณะสงฆ์ไม่เห็นด้วย เนื่องจากเจ้าคณะจังหวัดไม่ได้หารือกับคณะสงฆ์ในวัด

 "การแต่งตั้งเจ้าอาวาสควรจะพิจารณาจากคณะสงฆ์ในวัด ซึ่งมีผู้ช่วยเจ้าอาวาสถึง 11 รูป โดยเฉพาะพระปริยัติกิจวิธาน มีอาวุโสสูงสุด อายุ 53 ปี บวชมา 32 พรรษา ซึ่งคณะสงฆ์และญาติโยมเห็นว่าเหมาะสมเป็นที่เคารพ แม้ว่าการเสนอชื่อแต่งตั้งเจ้าอาวาสรูปใหม่ เป็นอำนาจของเจ้าคณะจังหวัดก็ตาม" พระครูปลัดสันติภัทรกล่าว

 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร กล่าวอีกว่า คณะสงฆ์ขอยืนยันว่าหากไม่มีการเปลี่ยนการเสนอชื่อเจ้าอาวาสรูปใหม่ จะมีการคัดค้านและมีมาตรการในการเคลื่อนไหวต่อไป นอกจากนี้ทางวัดยังกังวลเรื่องการแสวงหาผลประโยชน์ เนื่องจากวัดหลวงพ่อโสธรมีเงินหลายพันล้านบาท จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีเข้ามาแก้ปัญหาพร้อมประสานกับพระผู้ใหญ่เพื่อให้พิจารณาทบทวนเรื่องนี้โดยด่วน

 ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. นายสุรพล พงษ์ทัดศิริกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือแนวทางแก้ไขภายในวัดหลวงพ่อโสธร และเตรียมหารือกับพระสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่ต่อไป พร้อมยืนยันว่า ตนไม่เคยได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการวัดตามที่มีใบปลิวโจมตี

 พระปริยัติกิจวิธาน กล่าวว่า ไม่อยากเห็นข่าวของวัดออกมาในทางที่ไม่ดี แต่อยู่ในภาวะที่ถูกคณะสงฆ์ของวัดให้ไปทำหน้าที่รับผิดชอบวัด ส่วนการเคลื่อนไหวต่างๆ เป็นเรื่องของพระสงฆ์ภายในวัด ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ควรจะต้องหาข้อยุติโดยเร็ว โดยหลักการหากให้เกิดคามเป็นธรรมโปร่งใส่ต้องมีส่วนร่วมคิดร่วมทำร่วมตัดสินใจปัญหาก็จะยุติได้

 "สามัคคีจะเป็นตัวตั้ง เหตุการณ์จะคลี่คลายลงได้ สังคมควรรับรู้การดำเนินการต่างๆ ด้วย ยึดหลักธรรมาภิบาล ถูกต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ ดีกว่าคิดเองทำเอง ในวัดมีพระผู้ช่วย 11 รูป คุณสมบัติที่สามารถเป็นเจ้าอาวาสได้ถึง 9 รูป ส่วนเรื่องของการเงินของวัดนั้นเป็นอำนาจเจ้าอาวาส โดยมีไวยาวัจกรตอบสนอง พระสงฆ์ระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสไม่มีส่วนรับรู้ และไม่ได้สนใจ หรือมุ่งเน้นเรื่องรายได้" พระปริยัติกิจวิธานกล่าว

 ส่วน พระครูโสภณสรกิจ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร กล่าวว่า วัดตอนนี้ถูกประกาศเป็นพื้นที่ พ.ร.บ.ความมั่นคงภายใน หรือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่ เพราะมีทหารออกมาควบคุมเดินเพ่นพ่านภายในวัดในขณะที่ไม่มีเจ้าอาวาส หรือผู้รักษาการ ซึ่งไม่ถูกต้อง ควรจะเป็นหน้าที่ของตำรวจจึงอยากจะให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้

 "ปัญหาเกิดจากเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา กับเจ้าคณะภาค 12 ซึ่งทำไม่ถูก พระในวัดไม่มีปัญหา แม้กระทั่งพระพิมลภาวนาพิธาน ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ก็เป็นลูกศิษย์ เคยประชุมถามหาว่าจะมอบหมายให้รูปใดเป็นเจ้าอาวาส ก็มีมติเห็นชอบและสนับสนุนกับพระปริยัติกิจวิธาน ไม่มีเรื่องของความแตกแยก คุณสมบัติของพระสงฆ์ในวัดครบถ้วนถูกต้อง" พระครูโสภณสรกิจกล่าว

 พระครูโสภณสรกิจ กล่าวถึงรายได้ของวัดว่า มาจากหลายทางทั้งจำหน่ายวัตถุมงคล ดอกไม้ธูปเทียนทอง การบริจาคเงินทำบุญต่างๆ เฉลี่ยวันละ 4-5 แสนบาท ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ หรือวันนักขัตฤกษ์มากกว่า 1 ล้านบาท โดยเงินส่วนใหญ่จะนำไปฝากไว้ที่ธนาคารกสิกรไทยเกือบ 2,000 ล้านบาท แต่พระระดับผู้ช่วยเจ้าอาวาสไม่รู้เรื่องเงินของทางวัดเลย

 "มารยาทไม่ว่าหน่วยงานไหน ตำแหน่งรักษาการ โครงการต่างๆ ที่ใช้เงินมาก จะไม่มีอำนาจ แต่รักษาการรูปที่พ้นหน้าที่ไป อนุมัติเงินจำนวนมหาศาล และลงมาควบคุมคลุกคลีกับการเงินตลอดเวลา ซึ่งควรจะปล่อยให้พระอาวุโสดำเนินการ แต่กลับมาควบคุมใกล้ชิด ก็รู้สึกสงสัย อันเป็นสาเหตุให้เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราไม่เป็นตัวของตัวเอง จึงจะต้องเอาคนของตนเองมาปกปิด หรือเป็นนอมินี สืบทอดอำนาจต่างๆ เมื่อเป็นเจ้าอาวาส ท่านก็มีอำนาจเต็มในการสั่งการได้ทุกเรื่องและจะมีการแต่งตั้งรองเจ้าอาวาสเรียบร้อย อาจจะลาออกแล้วรองเจ้าอาวาสก็จะขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบทอดต่อไป" พระครูโสภณสรกิจกล่าว

 พระครูโสภณสรกิจ กล่าวต่อว่า ปัญหาของวัดจะจบลงด้วยดีนั้น เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราจะต้องเสนอเจ้าคณะภาค 12 และมหาเถรสมาคม ให้พระปริยัติกิจวิธานเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายในวัดหลวงพ่อโสธรค่อนข้างเงียบเหงา ประชาชนไปกราบนมัสการพระพุทธโสธรบางตา ขณะเดียวกันมีทหารจากกองพลทหารราบที่ 11 ตั้งเต็นท์รักษาการณ์อยู่ด้านข้างพระอุโบสถหลังใหม่ โดยมีกำลังส่วนหนึ่งเดินดูความเรียบร้อยรอบบริเวณวัด
 วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าว "คม ชัด ลึก" เดินทางไปที่วัดสนามจันทร์ อ.บ้านโพธิ์ จ.ฉะเชิงเทรา พบพระพิพิธกิจจาภิวัฒน์ คุมสนามสอบนักธรรมชั้นโท-เอก ทั้งนี้ พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์กล่าวถึงการถูกคัดค้านจากพระลูกวัดหลวงพ่อโสธรไม่ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสว่า เป็นเรื่องในอนาคต อย่าถามในตอนนี้ เพราะให้คำตอบอะไรไม่ได้ คนเราแต่งตั้งตัวเองไม่ได้หรอก แต่ไม่รู้สึกอะไรที่ถูกต่อต้าน

 "ถ้าเขามีคำสั่งมา ก็ต้องทำตามคำสั่ง ถ้าไม่มีคำสั่งเราแต่งตั้งตัวเราเองไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องของเรา คุณไม่ต้องมาถาม ถ้าถามอย่างนี้จะไม่ตอบเลย เรื่องอะไรที่ยังไม่มาฉันไม่เคยพูดเรื่องในอนาคต ถามปัจจุบันนี้สิว่าจะคุมห้องสอบอย่างไร คุณถามอย่างนี้ดีกว่า เวลานี้ทำหน้าที่อยู่แค่ตรงนี้ มันเล่นการเมืองซะเสียหมดแล้ว เอาพระไปโยงด้วย บางทีพระอาจไปเล่นการเมืองกับเขาด้วย" พระพิพิธกิจจาภิวัฒน์กล่าว

 ขณะที่ น.ส.สายหยุด ตระเวณกิจ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ฉะเชิงเทรา กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวไม่มีผลกระทบต่อกิจกรรมทางวัด ในวันนี้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แม้จะมีการเปิดสอบนักธรรมสนามหลวงเริ่มตั้งแต่วันที่ 4-7 พฤศจิยายน ผู้เข้าสอบล้วนตั้งใจ ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งภายในวัด

 นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม (มส.) สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ปัญหาของวัดที่พระเณรออกมาเรียกร้องนั้นมี 2 ประเด็น คือ การแต่งตั้งเจ้าอาวาส และการเบิกจ่ายเงินวัด ประเด็นแรก เป็นการระแวงว่าจะมีการแต่งตั้งพระจากวัดอื่นที่ไม่ใช่พระในวัดหลวงพ่อโสธร ซึ่งข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ มีแต่ข่าวลือ ไม่มีมูล ไม่มีหลักฐานแน่ชัด เพราะการกลั่นกรองเป็นอำนาจของเจ้าคณะจังหวัด จนถึงขณะนี้ไม่มีข้อมูลเท็จจริงว่าเจ้าคณะจังหวัดแต่งตั้งใคร อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ทางมหาเถรสมาคมจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะตามหลักการได้มอบหมายให้เจ้าคณะจังหวัดเป็นผู้คัดเลือก เสนอแต่เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะหนใหญ่ เพื่อเสนอมหาเถรสมาคม

 "เรื่องการเบิกจ่ายเงิน รักษาการเจ้าอาวาสไม่สามารถเบิกจ่ายได้อยู่แล้ว เป็นเรื่องของความขัดแย้งภายในวัด มหาเถรสมาคมไม่เข้าไปเกี่ยวข้องเป็นเรื่องของจังหวัดดูแลกันเอง ในความคิดเห็นส่วนตัวเห็นว่า ภาพพระเณรออกมาประท้วงนั้น ไม่ได้สร้างความเสื่อมเสียให้แก่วัดและพระพุทธศาสนา เป็นเพียงความเคลื่อนไหว บอกความต้องการตามปกติของวัดใหญ่ที่ย่อมต้องมีความขัดแย้งกันเป็นธรรมดา คิดว่าเรื่องดังกล่าวสามารถยุติได้ในที่สุด” นายอำนาจกล่าว


เปิดอ่าน